Logo วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
‘น้องพล’เดือน มรภ.บ้านสมเด็จฯ ลั่น...อย่าตามใจปาก เพราะ‘การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ’

‘น้องพล’เดือน มรภ.บ้านสมเด็จฯ ลั่น...อย่าตามใจปาก เพราะ‘การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ’

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 14.21 น.
Tag : การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เดือน มรภ.บ้านสมเด็จฯ น้องพล นายณัฏฐพันธ์ แสงคำ ลั่น...อย่าตามใจปาก
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ด้วยปัญหาของสังคมในปัจจุบันที่ต้องดิ้นรน ต่อสู้และมีการแข่งขันสูง ทำให้ผู้คนลืมใส่ใจและให้ความสำคัญกับสุขภาพมากกว่าเงินทอง โดยเฉพาะเรื่องการกินที่คนเรามักจะตามใจปากอยากกินสิ่งที่ตนอยากกินจนลืมถึงความจำเป็นว่า “เรากินแค่เพื่ออยู่”

ซึ่งการกินอยู่เปลี่ยนไป มนุษย์เราพัฒนาไปสู่ “ระบบบริโภคนิยม” ยึดติดในรูป เสียง กลิ่นและรสสัมผัส ทำให้เราต้องเผชิญหน้ากับความเสื่อมถอยของสุขภาพทางกายและใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


“ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ได้ไปเจอหนุ่มหล่อซิกแพคแน่นผู้รักในการออกกำลังกาย “น้องพล” หรือ นายณัฏฐพันธ์ แสงคำ นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ สาขาการสื่อสารมวลชล  เจ้าของตำแหน่ง “เดือนมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประจำปี 2560”  ได้เผยกับทีมข่าวฯ ว่า... 

มักจะเห็นผู้คนรอบข้างใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ คนรู้จักหลายคนเอาใจใส่ในการดูแลตัวเองน้อยลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “การนอนหลับ การรับประทานอาหาร รวมไปถึงการออกกำลัง” ซึ่งเป็นปัญหาของคนเมืองอย่างเราที่ทำให้มีสุขภาพร่างกายแย่ลง  และมลพิษต่างๆทำให้มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพราะเราต้องใช้จมูกสูดดมทุกวัน ทำให้รับสารพิษและฝุ่นละอองเข้าไปในร่างกายตลอดเวลา

ล่าสุดคนเมืองต้องเผชิญปัญหาฝุ่นละอองครั้งใหญ่ “PM2.5”  บางพื้นที่รุนแรงถึงขั้นวิกฤติ ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูง ดังนั้นเราจะสู้กับปัญหาของร่างกายได้คือ “ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงจนมีภูมิต้านทานกับเชื้อโรคและมลพิษต่างๆ” ด้วยการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ “กินตามใจปาก” เพราะจะยิ่งเสี่ยงต่อโรคได้ 

ด้วยโรคที่เกิดจากการกินนั้นมีมากมาย หากเราห่วงกินมากกว่าห่วงสุขภาพ เราก็จะไม่เหลืออะไรเลย เมื่อสุขภาพย่ำแย่เราต้องใช้เงินในการรักษา  และถ้าเรามัวแต่เร่งรีบห่วงแต่แข่งขันกับเวลา ก็อย่าลืมว่าเวลามันย้อนกลับมาทำให้สุขภาพแข็งแรงไม่ได้ มีแต่แย่ลงเพราะร่างกายต้องฝืนเกินความจำเป็น

“บางคนทำงานจนลืมกินข้าว บางคนนอนดึกตื่นเช้าเพราะมัวแต่แข่งกับเวลาในการไป-กลับบ้านและที่ทำงาน  ซึ่งทั้งหมดนั้นส่งผลต่อสุขภาพทั้งสิ้น  เราควรสละเวลาเพียง 1 ชั่วโมง หรือครึ่งชั่วโมงในการออกกำลังกายบ้าง อาจจะออกแรงระหว่างวันอย่างคนนั่งทำงานอยู่แต่ในออฟฟิตจะได้ออกกำลังกายก็ต่อเมื่อลุกเดินไปเข้าห้องน้ำกับไปกินข้าว  คุณใช้ช่วงเวลาที่นั่งลองยกขาค้างและนับ 1-10 ทำแบบนี้ประมาณ 3 ยกก็เป็นการออกกำลังกายระหว่างทำงานได้แล้ว 

สำหรับบางคนที่เอาแต่ทำงาน เร่งปิดงานก็อาจจะคิดว่าอีกแปปนึงค่อยไปกินข้าวเพราะใกล้เสร็จแล้ว ผมอยากจะบอกว่าคนคิดแบบนี้อันตราย เพราะเขาทำจนเป็นนิสัยซึ่งเป็นการฝืนร่างกายให้อดทนต่อความหิว และสิ่งที่ตามมาคือ “โรคกระเพาะ”

ขณะเดียวกันก็ยังมีหลายๆคนที่มีของกินจุกจิกมากมายวางไว้บนโต๊ะทำงาน ก็เสี่ยงต่อการเป็น “โรคอ้วน” ได้เช่นกัน และโรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรังที่บั่นทอนสุขภาพทั้งทางกายและใจมาก เพราะเป็นแค่โรคอ้วนแต่เสี่ยงเป็นโรคอื่นๆตามมามากมาย เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคข้อเสื่อม ทำให้ส่งผลต่อปัญหาทางจิตใจ”

น้องพล ยังได้เล่าปัญหาสุขภาพของตัวเองพร้อมบอกอีกว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ด้วยเมื่อก่อนตนเป็นคนร่างเล็กและตัวเล็กมากจึงคิดว่านี่เป็นจุดอ่อนที่สุดของตน  ด้วยความที่อยากมีร่างกายที่สมบูรณ์มีความสมดุลในทุกส่วนของร่างกายจึงเลือกดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหาร รวมไปถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ

ซึ่งตนจะชอบออกกำลังกายประเภท “เวทเทรนนิ่ง” พร้อมกับตั้งเป้าหมายน้ำหนัก และสัดส่วนของร่างกายไว้ที่จุดสูงสุดที่เราพอใจที่สุด

“ช่วงแรกผมจะ “บัค”(Bulk) เพื่อเพิ่มน้ำหนักเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้น  ซึ่งแน่นอนว่าการเพิ่มน้ำหนักจะทำให้มีไขมันเพิ่มขึ้นด้วย ช่วงนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการกินด้วย ผมจะเน้นกินคาร์โบไฮเดรตจำพวกแป้ง น้ำตาล  เพราะเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกายซึ่งการกินนี้ต่อให้เรากินเยอะจะต้องกินให้ถูกหลัก และถูกเวลาด้วย

โดยปกติเรากินอยู่ 2,500 kcal ก็ค่อยๆเพิ่มเป็น 2,600 kcal อีกสักประมาณอาทิตย์นึงก็ค่อยเพิ่มเป็น 2,700 kcal และเพิ่มขึ้นเรื่อยจนเราเริ่มดูอ้วนขึ้น จากนั้นให้หยุดกินไว้เท่านั้น  แต่สำหรับตัวผมเองที่ปกติผมกินวันละ 2-3 มื้อ ผมก็เพิ่มเป็น 6-8 มื้อต่อวัน คือ 2 ชั่วโมงกินครั้ง หรืออาจจะแบ่งเป็น 6 มื้อ คือมื้อหลัก 3 มื้อและมื้อรอง 3 มื้อเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เร็วขึ้น

ผมไม่ได้ห้ามว่าจะต้องกินข้าวตามเวลาหรือห้ามกินข้าวหลัง 1 ทุ่ม หรือห้ามกินมื้อดึก แต่หมายถึงการกินมื้อไหนที่ควรเน้น เพื่อให้พลังงานที่กินเข้าไปได้นำมาใช้ในการเพิ่มกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือเราควรเน้น 2 มื้อหลักๆ คือ มื้อก่อน-หลังออกกำลังกาย

ซึ่งมื้อก่อนออกกำลังกายควรกินก่อน 1 ชั่วโมง หรือชั่วโมงครึ่ง เพื่อเป็นการเพิ่มแรง และเพื่อให้กล้ามเนื้อสึกหรอมากขึ้นขณะยกเวททำให้ดูดซับไปเป็นพลังงานได้ทัน  และมื้อหลังออกกำลังกายจะนำสารอาหารที่กินไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

ต่อมาช่วง “ลีน”( Lean) จะเป็นช่วงที่เอาไขมันในร่างกายออก  จะเน้นกิน “โปรตีน” เป็นหลัก เพราะจะช่วยเป็นพลังงานในการเผาผลาญไขมัน ได้เป็นอย่างดี  ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่แรงน้อยกว่าปกติด้วย เพราะเราลดคาร์โบไฮเดรต ซึ่งการออกกำลังกายในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเล่นหนักแต่น้อยๆ  

และการกินน้ำเปล่าปริมาณมากๆก็สำคัญ ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญ แต่สามารถช่วยให้ลดไขมันได้เร็วขึ้นและช่วยทำให้เราไม่หิวจนเกินไปเมื่อลีนเสร็จแล้วจะเข้าสู่ช่วง “เมนเทน” (maintain) คือรักษามาตรฐานไว้ไม่ต้องเคร่งเรื่องการออกกำลังกายหรือกินมากแบบช่วงแรกๆที่เริ่มทำ” น้องพล กล่าว  

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นายณัฏฐพันธ์ แสงคำ หรือ “น้องพล”  เดือนมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประจำปี 2560  เน้นย้ำว่า เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากออกกำลังกายแล้วควร “นอนพักผ่อน” ให้เพียงพอด้วย อย่างน้อยต้อง 8 ชั่วโมง และการนอนช่วง 4 ทุ่มจะดีที่สุดเพราะ “โกรทฮอร์โมน” หรือ “น้ำพุแห่งความหนุ่มสาว” จะทำงานช่วงประมาณ 4 ทุ่มเป็นต้นไป  ดังนั้นเมื่อร่างกายอ่อนเพลียจะต้องได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

“หลังจากหลับสนิทแล้วช่วงชั่วโมงแรกๆ โกรทฮอร์โมนจะถูกส่งไปยังตับ เพื่อเปลี่ยนเป็นสารที่สามารถนำไปใช้สร้างเนื้อเยื่อให้กับร่างกายได้  ฉะนั้นถ้าเรานอนหลับสนิทช่วง 5 ทุ่มถึงตี 2 จะเป็นช่วงที่สารนี้จะไหลออกมามากที่สุด ยิ่งเรานอกพักผ่อนมากเท่าไรสารนี้ก็จะซ่อมแซมมากขึ้นเท่านั้น”

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved