Logo วันอังคาร ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
ย้อนคดีอุ้มบุญ! 'มิตสุโตกิ ชิเกตะ' จ้างหญิงไทยตั้งครรภ์ 13 ทายาทมหาเศรษฐียุ่น

ย้อนคดีอุ้มบุญ! 'มิตสุโตกิ ชิเกตะ' จ้างหญิงไทยตั้งครรภ์ 13 ทายาทมหาเศรษฐียุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 18.06 น.
Tag : จ้างหญิงไทย ทายาทเศรษฐียุ่น มิตสุโตกิ ชิเกตะ ย้อนคดี อุ้มบุญ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งสำหรับ "คดีอุ้มบุญ" หลังจากเมื่อเช้าวันที่ 13 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน สนธิกำลัง เปิดปฏิบัติการ stop children born – หยุดการกำเนิดเด็กทลายเครือข่ายแม่อุ้มบุญที่รับจ้างตั้งครรภ์ ก่อนจะส่งเด็กทารกไปยังประเทศจีน

โดยจุดแรกที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยนาคนิวาส 37 พบตัวนายจ้าวหลาน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา "สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า"


จุดที่สองอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ห่างจากบ้านของนายเจ้าหลาน มาประมาณ 6 หลังคาเรือน ซึ่งเป็นบ้านที่มีหญิงสาวอยู่รวมกัน 8 คน และเด็กทารกแรกเกิด เพศชาย อายุเพียง 10 วัน โดยหญิงสาว 7 คนเป็นหญิงสาวที่มารับจ้างอุ้มบุญมี 1 คน ที่ตั้งท้องได้ 8 เดือน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรอเตรียมการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยังพบเครื่องมืออบเด็กที่ใช้ในทางการแพทย์อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย

จากการสอบสวนขยายผลของทางเจ้าหน้าที่พบว่าขบวนการนี้ว่าจ้างหญิงสาวในการเป็นแม่อุ้มบุญประมาณ 30 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ประมาณ 5 จังหวัด สำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้มีการบุกเข้าตรวจค้น 10 จุดเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 10 หมายที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับขบวนการเครือข่ายอุ้มบุญ และจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้มีการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขบวนการนี้เพิ่มเติมต่อไป

 

 

สำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งนี้เป้นครั้งแรกในเมืองไทย

หากย้อนหลับไปเมื่อหลายปีก่อนก็เคยเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นมาจนเป็นที่โด่งดังไปทั่วทั้งไทยและต่างประเทศ เมื่อชาวต่างชาติในฐานะเจ้าของเชื้ออสุจิที่จ้างหญิงไทยอุ้มบุญให้จนเป็นข่าวดังไปทั่วเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 หลังมีพลเมืองดีแจ้งว่า ในอาคารชุดลาดพร้าว 130 เป็นห้องที่เลี้ยงทารกจำนวนมากไว้กับพี่เลี้ยง โดยไม่มีพ่อแม่ดูแล เมื่อตำรวจได้รับแจ้งก็ไปตรวจดุพบว่ามีทารกวัยแรกเกิดจนถึง 3 ขวบนับ 10 คน เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรืออุ้มบุญ ซึ่งพ่อเด็ก คือ นายมิตสุโตกิ ชิเกตะ ลูกชาวมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น เป็นคนว่าจ้างหญิงไทยให้ช่วยตั้งครรภ์ให้

ต่อมาได้มีสื่อจากค่ายต่างๆ โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศได้มีการรายงานข่าวระบุว่า "นายมิตซูโตกิ ชิเกตะ ลูกมหาเศรษฐี วัย 24 ปี (อายุในขณะนั้น) ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นเดินทางไปทั่วเอเชียเพื่อจ้างวานหญิงสาวมาฉีด "สเปิร์ม" แล้วอุ้มท้องให้จนคลอดหรือที่เรียกว่าแม่อุ้มบุญเฉพาะที่เมืองไทยในปี 2557 มีเด็ก 13 คนเกิดจากแม่ 11 คนเพราะมีเด็กฝาแฝดด้วย"

นอกจากนี้จากการสืบสวนของตำรวจสากลยังพบว่า นายมิตสุโตกิ ชิเกตะ ยังได้ติดต่อเอเยนต์จ้างหญิงอุ้มบุญที่กัมพูชา เวียดนาม และอินเดีย หรือในประเทศอื่นๆ อีก คาดว่าอาจมีเด็กอีกถึง 30 กว่าคนที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการอุ้มบุญของเด็กไทยกลุ่มนี้

จนกระทั้งนายมิตสุโตกิ ชิเกตะ ได้แต่งตั้งนายก้อง สุริยมณฑล เป็นทนายความเพื่อยื่นคำร้องขอต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อขอเป็นผู้ปกครองเด็กทั้ง 13 คนที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรืออุ้มบุญ มีคำพิพากษาให้นายชิเกตะ เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฏหมายและเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงฝ่ายเดียว รวมถึงข้อเท็จจริงก็ยุติว่านายมิตสุโตกิ ชิเกตะ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เพียงต้องการเลี้ยงดูและอุปการะบุตรทุกคน

 

 

จนวันที่ 20 ก.พ.61 เวลา 09.00 น.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้อ่านคำสั่งในคดีที่นายมิตสุโตกิ ชิเกตะ ชาวญี่ปุ่น ผู้ร้องยื่นคำร้องรวม 9 สำนวนขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้เยาว์ทั้ง 13 คน ซึ่งเกิดจากการตั้งครรภ์แทนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ตามบทเฉพาะกาลในมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้อง ประกอบรายงานสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนกรุงเทพมหานคร ได้ความว่าผู้ร้องไม่มีภริยา แต่เป็นผู้ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนตั้งแต่ปี 56 โดยใช้เชื้ออสุจิของผู้ร้องปฏิสนธิกับไข่ของผู้บริจาค นำไปใส่ในโพรงมดลูกของหญิงไทยผู้รับตั้งครรภ์แทน 9 คน จนคลอดผู้เยาว์รวม 13 คน เมื่อปี 57 เป็นเวลาก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 มีผลใช้บังคับ (วันที่ 30 ก.ค.58) ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้เยาว์ทั้ง 13 คนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้องได้ 

ประกอบกับรายงานผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ผู้ร้องเป็นบิดาโดยสายโลหิตของผู้เยาว์ทั้ง 13 คน หลังจากผู้เยาว์ทั้ง 13 คนเกิด ผู้ร้องรับอุปการะเลี้ยงดูด้วยดีตลอดมา กระทั่งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำไปเลี้ยงดูที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ดและสถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ ผู้ร้องมอบหมายให้บุคคลอื่นไปเยี่ยมเยียนผู้เยาว์เหล่านั้นเป็นประจำ อีกทั้งวางแผนเตรียมความพร้อมพาไปอุปการะเลี้ยงดู ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเตรียมสถานที่เลี้ยงดูที่มีความ ปลอดภัยและสะดวก มีพยาบาลวิชาชีพและพี่เลี้ยงเด็กเพียงพอ เมื่อถึงเกณฑ์ที่ผู้เยาว์จะเข้ารับการศึกษา ผู้ร้องวางแผนจะส่งเข้าศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติใกล้ที่พักอาศัย โดยผู้ร้องและครอบครัวซื้อที่ดิน และกำลังก่อสร้างที่พักอาศัยใกล้สวนสาธารณะขนาดใหญ่ กลางกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 

นอกจากนี้ยังเปิดบัญชีกองทุนให้ที่ประเทศสิงคโปร์ สะสมให้ผู้เยาว์ทั้ง 13 คนในระยะยาวอีกด้วย ทั้งได้ความว่าผู้ร้องได้นำบุตร ผู้เยาว์อื่นซึ่งเกิดจากการตั้งครรภ์แทนก่อนหน้านี้ ไปเลี้ยงดูที่ประเทศญี่ปุ่นและประเทศกัมพูชา พบว่าได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีโดยเฉพาะบุตรผู้เยาว์ที่นำไปเลี้ยงดูที่ประเทศญี่ปุ่น ได้รับสัญชาติญี่ปุ่นครบถ้วนทุกคนแล้ว

 

 

ทั้งนี้ ผู้ร้องเป็นบุตรผู้ก่อตั้ง และประธานบริหาร บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นในหลายบริษัท ได้รับเงินปันผลจากบริษัทเดียวปีละกว่าร้อยล้านบาท แสดงว่ามีอาชีพการงานมั่นคง มีรายได้มากเพียงพอที่จะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ได้ทุกคน อธิบดีกรมกิจการเด็กในฐานะผู้กำกับดูแลหน่วยงานที่เลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้ง 13 คน มีหนังสือไม่คัดค้านการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาล ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และเป็นผู้ดำเนินการให้ผู้เยาว์ทั้ง 13 คนถือกำเนิด จึงต้องรับผิดชอบในการอุปการะเลี้ยงดูดังกล่าว

คำสั่งศาลระบุอีกว่า เมื่อคำนึงถึงความผาสุก สวัสดิภาพ และโอกาสของผู้เยาว์ทั้ง 13 คนอันพึงจะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดาที่แท้จริง ที่ย่อมต้องมีความรักใคร่ผูกพันต่อบุตรโดยสายเลือดของตนเอง และเป็นผู้มีความใกล้ชิดกับผู้เยาว์มากที่สุด ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องมีความประพฤติบกพร่องเสียหาย เห็นสมควรมีคำสั่งให้ผู้เยาว์ทั้ง 13 คนที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้องนับแต่วันที่ผู้เยาว์นั้นเกิด และเมื่อได้ความว่าหญิงผู้รับตั้งครรภ์แทน มิได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับผู้เยาว์ ทุกคนต่างทำบันทึกยอมสละอำนาจปกครองแล้ว เห็นควรให้ผู้ร้องใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้ง 13 คนแต่เพียงฝ่ายเดียว ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคำสั่งว่า ผู้เยาว์ทั้ง 13 คนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง นับแต่วันที่ผู้เยาว์ทั้ง 13 คนเกิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญ- พันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 มาตรา 56 กับให้ผู้ร้องเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้ง 13 คนแต่เพียงฝ่ายเดียว ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

สำหรับลูกชายหญิงที่เกิดจากการอุ้มบุญ ทั้งสิ้น 19 คน โดยเป็นลูกเชื้อชาติไทย 13 คน ชาย 8 หญิง 5 คน ญี่ปุ่น 4 คน กัมพูชา 2 คน นายมิตซูโตกิ ชิเกตะ ได้หอบหิ้วไปเลี้ยงดูฝ่ายเดียวที่ญี่ปุ่น

ขอบคุณภาพจาก https://workpointnews.com
 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved