วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ณ โอกาสนี้เป็นโอกาสอันดีที่ชีวิตของเรามาถึงวันนี้ได้เพราะว่าชีวิตของคนเรานั้นเป็นของน้อยบางคนก็แตกดับทำลายไปก่อนแล้ว แต่ที่เรามีชีวิตมาถึงวันเวลานั่งกรรมฐานภาวนาฟังเทศน์ฟังธรรมนี้ ให้ถือว่าบุญกุศลของเรายังมีอยู่ อย่าได้ประมาท
ผู้ใดประมาทชื่อว่าเหมือนคนตๅย คือว่าทำอะไรไม่ได้ ผู้ไม่ประมาทคือมีสติอยู่ ตั้งใจอยู่ ระลึกอยู่ ในภาวนา ในสมาธิ ในภาวนาของตน การนั่งสมาธินี้ให้พากันนั่งขัดสมาธิเพชร การนั่งขัดสมาธิเพชร นี้เป็นเรื่องง่ายไม่ใช่เรื่องยาก ให้เอาขาซ้ายขึ้นมาทับขาขวาแล้วก็เอาขาขวาขึ้นมาทับขาซ้าย เอามือข้างขวาวางทับมือข้างซ้าย ตั้งการให้เที่ยงตรง เมื่อกายเที่ยงตรงนั่งดีแล้วหลับตาดีแล้ว ใจก็ให้เที่ยงตรงคงที่
ไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านไปในอดีตและอนาคต เรื่องของคนอื่นสัตว์อื่นบุคคลอื่น เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล คนเราที่ยังท่องเที่ยวอยู่ในโลกในวัฏสงสารนี้ มันมีอารมณ์ของกิเลสอยู่ในจิตในใจของแต่ละบุคคล อารมณ์นั้นก็ไม่ใช่อื่นไกลที่ไหน อารมณ์แห่งความโกรธ อารมณ์แห่งความโลภที่มีความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด อารมณ์แห่งความหลง นอกจากหลงตัว หลงตน หลงกาย หลงจิต หลงหน้า หลงตา หลงชื่อ หลงเสียง ของตัวเองแล้ว ก็ยังหลงไปตามลมๆแล้งๆ ทั่วไปในโลก
ความหลงเหล่านี้เพราะความไม่รู้อยู่ ถ้ามาภาวนา พุทโธ พุทโธ ให้จิตใจมารู้อยู่ จนรู้แจ้งแทงตลอด ไม่มีอารมณ์ใดที่จะมาทำลายจิตใจของตัวเองได้ จิตใจนั้นก็ได้ชื่อว่า มีความสงบสุข เยือกเย็น มีปัญญา มีญาณอันวิเศษ ละกิเลส ราคะ โทสะ โมหะ ของตนให้หมดไปสิ้นไป
เมื่อกิเลสนี้ยังมีอยู่ก็ไม่ให้ประมาท ไม่ให้ถอยความเพียร เพียรพยายามไป ความเพียรความหมั่นความขยัน ความไม่ท้อถอยนั้น เป็นหลักปฏิบัติภาวนาที่ว่าให้ภาวนาพุทโธอยู่ เพื่อความรู้แจ้งในพุทโธ เพื่อความรู้แจ้งในพระพุทธเจ้า เพื่อความหยุดอยู่ในจิตในใจของตัวเอง ให้มีที่อยู่ที่อาศัยในใจ
คนเราถ้าใจไม่มีที่พึ่ง ใจไม่มีที่หยุดที่อยู่ เหมือนคนไม่มีหลักไม่มีฐานไม่มีบ้านเรือนอยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เวลาแดดออกฝนตกลมพัดมีภัยอันตรายนับไม่ถ้วน ทีนี้ถ้าเรามีที่กำบัง อะไรอะไรก็ปลอดภัยเหมือนเรานั่งสมาธิภาวนาอยู่ในถ้ำในภูผาในถ้ำผาปล่องอย่างนี้ ลมพัดมาเวลานี้ถ้าลมแรง ก็ไม่เป็นไรเราอยู่ในที่ปลอดภัย ฟ้าจะร้องฝนจะตกเราอยู่ในที่ปลอดภัย อะไรมันก็ปลอดภัยไปหมด
สมาธิภาวนาตั้งอกตั้งใจภาวนานี้ก็เหมือนกัน เมื่อเรารวมจิตรวมใจพยายาม ไม่ให้จิตใจลุ่มหลงมัวเมาไปตามอำนาจกิเลส พยายามหักห้ามใจของตัวเองจากกิเลสความโกรธ กิเลสความโลภ กิเลสความหลง จิตใจก็ย่อมสงบระงับ ย่อมเห็นทุกข์เห็นภัยในโลกในวัฏสงสารได้ เดี๋ยวนี้จิตใจคนเราเมื่อไม่สงบระงับตั้งมั่นภายใน ก็เห็นว่ามนุษย์โลกนี้มีความสุขความสบาย ได้กินได้นอนสนุกเฮฮาก็ว่าสบาย หารู้ไม่ว่าความแก่ ความเจ็บ ความไข้และความตๅย นั้นมันคอยโอกาสอยู่ชีวิตของคนเรานี้ก็ดูให้ดี
ที่มันเคลื่อนไหวไปมาอยู่ เดี๋ยวก็นั่ง เวาลนี้นั่งสมาธิ นอกเหนือไปจากนั่งสมาธิมันก็จะลุกไปมาในที่ต่างๆ แล้วภัยอันตรายนั้นท่านว่ามันรอบด้านอยู่แต่เราไม่รู้ ความรู้ความไม่พิจารณาในจิตในใจนั้น จิตใจมันก็เพลิดเพลินไปบ้าง อารมณ์ตามความเพลิดเพลิน เราก็จเสียใจโทมนัสคับแค้นแน่นใจ เพราะไม่ได้ดังจิตใจของตัวหวังไว้คิดไว้ เรื่องมันก็มีอยู่อย่างนี้
...................................................
พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง) คลิกอ่านเนื้อหาต้นฉบับ วิธีสังเกตุดูผู้ที่มีฤทธิ์ มีอภิญญามากๆ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี