Logo วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
เครือข่ายวัฒนธรรมชุมชนร่วมถกทางรอด ฝ่าวิกฤตด้วย ‘นวัตศิลป์’ ฟื้นคืนชีวิตชุมชน

เครือข่ายวัฒนธรรมชุมชนร่วมถกทางรอด ฝ่าวิกฤตด้วย ‘นวัตศิลป์’ ฟื้นคืนชีวิตชุมชน

วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 16.16 น.
Tag : เครือข่ายวัฒนธรรม นวัตศิลป์ วัฒนธรรมชุมชนคนสร้างนวัตศิลป์
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

สถาบันรามจิตติ ร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรม และเครือข่ายวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดวงเสวนาออนไลน์  "วัฒนธรรมชุมชนคนสร้างนวัตศิลป์ : ทุนทางวัฒนธรรมกับสังคมเศรษฐกิจแบบปกติใหม่" ภายใต้โครงการศึกษา “วัฒนธรรมไทยในกระแสการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)”โดยการสนับสนุนของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม


เวทีดังกล่าวได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดคนทำงานวัฒนธรรมชุมชนจากฐานถิ่นจากภาคต่าง ๆ มาร่วมแลกเปลี่ยน วิถีชีวิตและการทำงานวัฒนธรรมท่ามกลางวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ที่ได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของคนในชุมชนทุกพื้นที่ ทั้งด้านความต้องการของผู้คนในสินค้าลดน้อยลง การส่งสินค้าออกอยากขึ้น ผู้คนอพยพกลับสู่ถิ่นฐาน เกิดภาวการณ์ว่างงานและรอการจ้างงานอย่างไร้ความหวัง ซึ่งครูภารดี วงศ์ศรีจันทร์ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2555 กลุ่ม U-THONG QUILTS จังหวัดสุพรรณบุรีกล่าวว่า ปกติการทำงานของกลุ่มวัฒนธรรม U-THONG QUILTS งานผ้าด้นมือ จะมีการสั่งสินค้าจากลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก แต่ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ยอดการสั่งซื้อสินค้าหยุดชะงัก การจ้างงานในพื้นที่เผชิญภาวะยากลำบาก ส่งผลต่อกลุ่มช่างฝีมือในชุมชน

ด้าน นางฟารีดา กล้ารณงค์หัวหน้ากลุ่มบาราโหมบาร์ซา และวิทยากรศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยว อารยธรรมปัตตานีสะท้อนว่าปกติคนวัยทำงานส่วนใหญ่ในชุมชนบาราโหมจะไปทำงานในภาคงานต่างๆ ที่ประเทศมาเลเซีย ผลกระทบจากโควิด-19 ยิ่งกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งที่คนต้องอพยพกลับถิ่นฐาน และไม่มีงานทำ เนื่องจากในชุมชนไม่มีอาชีพรองรับ กลุ่มผลิตภัณฑ์บาราโหมเป็นกลุ่มงานฝีมือผ้าของกลุ่มสตรีก็ได้รับผลกระทบทั้งการปิดร้านอาหาร ปิดแหล่งท่องเที่ยว และการสั่งซื้อสินค้าต่างๆ

เช่นเดียวกับ นายเฉลิมชัย โสวิรัตน์  ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม  ศิลปินร่วมสมัยชายแดนภาคใต้ และนายสาเหะซูไลมัน อันอตับวิสาหกิจชุมชนบ้านรักษ์กะลา จังหวัดปัตตานี เครือข่ายอาเนาะกายูผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทางวัฒนธรรม เครือข่ายวิจัย สกสว. ที่ระบุว่า  สถานการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อชุมชนโดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่หลุดออกนอกระบบมากขึ้น และไม่มีงานทำ กลุ่มที่ทำงานอยู่ก็ว่างงานเพราะผู้บริโภคหรือผู้ผลิตกลางทางหยุดสั่งจ้างการผลิต ทางกลุ่มซึ่งทำงานกับกลุ่มเด็กนอกระบบอยู่แล้วต้องปรับตัวและสร้างอาชีพที่สามารถทำให้เด็กเหล่านี้มีกิจกรรมเรียนรู้และอยู่รอด   

อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมเสวนาหลายท่านได้สะท้อนร่วมกันว่า จากวิกฤตนี้ทำให้หลายเครือข่ายต้องตั้งหลักและปรับตัวทางวัฒนธรรมค่อนข้างพอสมควร โดยกลับมาวิเคราะห์ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่มีอยู่ เช่น ผศ.ดร.สุวิชาญ พัฒนาไพรวัลย์เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นผู้จัดทำโครงการ "ข้าวแลกปลา” ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายวัฒนธรรมชุมชน โดยมีเครือข่ายชาวปกากะญอและชนพื้นเมือง รวมถึงเครือข่ายข้าวในพื้นที่ต่างๆ รวบรวม “ข้าว” ที่ผลิตได้ เพื่อไปแลกกับ  “ปลา” ของชุมชนที่อยู่พื้นที่ทะเลหรือชายฝั่งทางภาคใต้ เป็นการแลกเปลี่ยน “อาหาร”

โดยสินค้าเปลี่ยนจากตัวเงินเป็นของ รวมถึงมีกิจกรรม “ปันน้ำใจสู่ในเมือง” ด้วยรูปแบบต่าง ๆ โดยมองว่า “ทางชุมชนได้กลับมาดูรอบบ้าน ทั้งในสวนไร่ นา มีพืชผักพอที่จะแบ่งปันให้กับผู้คนที่อยู่นอกพื้นที่ เรามีความมั่นคงทางอาหาร มีทรัพยากรเกษตร เราต่างมีนิเวศวัฒนธรรมชุนชนที่เกื้อกูลกันได้ จึงได้ร่วมกันทำ “ข้าวแลกปลา” คนพื้นเมืองและกับคนชาวเลทางใต้ ทำให้เราอยู่รอดได้ในสถานการณ์วิกฤต” 

ขณะที่ นางสุภาพร ทองสุขผู้อำนวยการมูลนิธิขวัญชุมชน จังหวัดสุรินทร์ ผู้นำการขับเคลื่อนแรงงานนอกระบบบนฐานวัฒนธรรมชุมชน (ผ้าไหมสุรินทร์) พบว่าโควิดเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตซ้ำซ้อนโดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบ จึงได้ขับเคลื่อนงานแบรนด์ขวัญ ทั้งในเรื่อง “ข้าว” และ “การทอผ้าไหมจากเส้นใยและสีธรรมชาติ” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ฟื้นคืนมาในช่วงวิกฤตการว่างงานครั้งนี้ จนทำให้ในรอบ 3-4 เดือนที่ผ่านมาเกิดผลงานที่เกิดการส่งต่อและสร้างตลาดในรูปแบบใหม่จากการสนับสนุนของห้างร้านที่พยายามร่วมขับเคลื่อนการฟื้นฟูผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม

ส่วน นางสาวบุษยรัตน์ ผัดผล บริษัทรวยบุญกิจการเพื่อสังคมจังหวัดน่าน มองว่าวิกฤตดังกล่าวกลายเป็นโอกาสที่ทำให้ต้องกลับมาเรียนรู้การจัดการตลาดในโลกยุคใหม่ในรูปแบบใหม่ ที่ทำให้ตัวเองต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมต่อภูมิปัญญาในฝากฝั่งผู้ผลิตกับตลาดออนไลน์ พื้นที่กลางสู่ผู้ผลิตโภค  ซึ่งผู้บริโภคต่างมีทางเลือกของสินค้า จึงต้องหาคุณค่าในเรื่องสินค้างานผ้าจากเส้นใยและสีย้อมจากธรรมชาติ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้เป็นจุดแข็งและร่วมสมัยเข้ากับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน เช่นเดียวกับเครือขายอาเนาะกายูที่ปรับการสร้างสรรค์งานให้เข้ากับประเพณีวัฒนธรรมและรณรงค์การใช้ชีวิตปกติใหม่ผ่านวัฒนธรรมการแต่งกาย เช่น ผ้าลือปัสของชาวมลายู

นอกจากนี้  ยังมีเครือข่ายทางวัฒนธรรมอีกหลายกลุ่มมองว่า  วิกฤตดังกล่าวทำให้คนทำงานทางวัฒนธรรมต้องปรับตัวให้ไวตอนสถานการณ์ ปรับรูปแบบสินค้าทางวัฒนธรรมในรูปลักษณ์ใหม่  ที่สามารถใช้เพื่อช่วยเหลือผู้คนในยามวิกฤต อาทิ การทำหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีความต้องการจากตลาดและผู้คนในประเทศค่อนข้างมากเกือบทุกพื้นที่ โดยแต่ละพื้นที่ต่างยังคงจุดเน้นและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเอง

เพื่อสื่อถึงวิถีและเรื่องราวในชุมชนผ่านตัวสินค้า เป็นการผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของผู้คน สร้างความยั่งยืนให้กับคนในชุมชน รวมถึงการปรับตัวกับการตลาดใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วย เช่น การตลาดออนไลน์ เป็นต้น และยังได้เห็นการทำงานที่มีกลไกทำให้ทุกทีมเติบโต

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมวงเสวนายังได้ร่วมกันให้ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ต่อการทำงานวัฒนธรรมอีกด้วยว่า ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อชีวิตวัฒนธรรมของคนอย่างมาก ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของคนทำงานวัฒนธรรมที่พบแล้วว่าการพึ่งพิงรายได้จากภายนอกประเทศอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบที่ทำให้ชีวิตและเศรษฐกิจไปรอดในสถานการณ์นี้

แต่การกลับมาตระหนักต่อการพึ่งพาตนเอง มองทุนทางวัฒนธรรมและใช้โอกาสของการปรับตัว การเรียนรู้การจัดการตลาดในรูปแบบใหม่ การสร้างแบรนด์และกลุ่มลูกค้าในหลากหลายไลฟ์สไตล์ รสนิยม รวมถึงการทำงานให้การสร้างงานนวัตศิลป์ดังกล่าวคือกลับสู่การสร้างความเข้มแข็งทางสังคมวัฒนธรรม มีกลไกหรือตัวกลางในการส่งสารหรือเชื่อมโยงกลุ่มภูมิปัญญาในโลกการตลาดใหม่ ซึ่งจะเป็นทางออกของการขับเคลื่อนชุมชนวัฒนธรรมต่อไปได้ เพราะหลายเครือข่ายชุมชนมีความเชื่อมั่นว่า ชุมชนอยู่รอดและอยู่ร่วมกันได้ ด้วยการดูแลระบบนิเวศวัฒนธรรมของชุมชนที่ผู้คนในชุนชนทำงานอย่างสัมพันธ์กับการสร้างอาชีพ การสร้างนิเวศแวดล้อมที่สมดุล ใช้ความเข้มแข็งที่ชุมชนมีทั้งธรรมชาติทุนวัฒนธรรมเป็นพลังของการก้าวต่อไป

ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ หัวหน้าโครงการศึกษา “วัฒนธรรมไทยในกระแสการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” กล่าวว่า งานเสวนาดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่เชิญชวนเครือข่ายจากทั่วทุกภาคมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนการทำงานทางวัฒนธรรม แต่ละท่านล้วนเป็นบุคคลผู้นำการขับเคลื่อนวัฒนธรรมชุมชนในด้านต่างๆ และต่างก็เป็นผู้เชื่อมโยงเครือข่ายคน-ของ-ความรู้-และทรัพยากรทางวัฒนธรรมจากฐานถิ่นตั้งแต่ระดับชุนชนจนถึงภูมิภาค

งานนี้เราได้เห็นตัวอย่างกิจกรรมดีๆ ของคนทำงานวัฒนธรรมที่แม้จะเผชิญวิกฤตแต่หลายท่านก็อาศัยภูมิปัญญาด้านนิเวศวัฒนธรรมชุมชนตามถิ่นฐานต่างๆ ผสมผสานกับความรู้สากลที่ต่างก็ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาสร้างการทำงานวัฒนธรรมมาต่อเนื่อง และสร้างสรรค์ชิ้นงานหรือผลผลิตทางวัฒนธรรมท่ามกลางข้อจำกัดในสถานการณ์วิกฤต จนสามารถก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ในระลอกแรกได้ อย่างไรก็ตามยังมีความท้าทายที่หลายท่านเองเสนอไว้

“การสนับสนุนการทำงานทางวัฒนธรรมต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐภาคเอกชนและทุกฝ่ายในการร่วมขับเคลื่อนกลไกสนับสนุนงานวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรมถึงประชาชนและชุมชน เช่น การบรูณการงานวัฒนธรรม การสร้างพื้นที่แพลตฟอร์มวัฒนธรรมหรือจัดแสดงสินค้าผ่านแพลตฟอร์มทั้งออนไลน์และออนไซท์ เพื่อให้ชาวบ้านทั้งในฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภคสามารถอยู่รอดได้ทั้งในมิติวัฒนธรรมสังคมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อไป”

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ปตท.-บางจาก ประกาศราคาใหม่ ดีเซลพรีเมียม ทะลุลิตรละ 70 บาท

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลฐานปฏิบัติการ เนิน 469-เนิน 741 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

แผ่นดินไหวขนาด 5.9 เขย่าอัฟกานิสถาน สะเทือนไกลถึงปากีสถาน-อินเดีย

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved