วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
พลันที่เสียงเพลง ‘เด็กดอยกายดี’ดังขึ้นเด็กๆที่ยินเรียงแถวต่างพากันขยับร่างกายด้วยท่าเต้นสอดคล้องกันอย่างคล่องแคล่วสนุกสนาน
“ออกกำลังกาย รับเช้าวันใหม่ รอยยิ้มสดใส ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคภัยแทรกแซง ร่างกายแข็งแรง ชวนกันมา ขยับ ขยับ ขยับ ขยับ ขยับ ขยับ ขยับ ขยับ..”
จังหวะเร้าใจของบทเพลงทำให้บรรยากาศยามเช้าของเด็กๆก่อนเข้าชั้นเรียนในโรงเรียนบ้านแจมป๋อง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ชวนให้คึกคักเป็นอย่างยิ่ง เพลงเด็กดอยกายดีนี้ มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนทั้ง 33 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเด็กดอยกายดีหรือที่มีชื่อเต็มๆว่า “โครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสังคมสุขภาวะพื้นที่จังหวัดเชียงราย”ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ขยับร่างกายด้วยท่วงท่าต่างๆแล้วแต่ความชอบของเด็กๆ
นางจุฑามาศ ราชประสิทธิ์ ผู้จัดการโครงการฯกล่าวว่า ได้มีการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคของเด็กๆพบว่า 48% นิยมกินขนมกรุบกรอบและน้ำอัดก๊าซ ขณะที่การเคลื่อนไหวทางร่างกายก็น้อยลงอย่างมากเนื่องจากบริบทของชุมชนที่แตกต่างจากในอดีต ในอดีตเด็กๆเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานไปโรงเรียน แต่ปัจจุบันผู้ปกครองต่างขับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซไปส่ง การเคลื่อนไหวทางกายลดลงมาก และเด็กๆจำนวนไม่น้อยตกอยู่ในสภาพเนือยนิ่ง ดังนั้น พชภ.จึงต้องการส่งเสริมให้เด็กๆเหล่านี้ได้ขยับร่างกายมากขึ้น
“การใช้โทรศัพท์มือถือก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะเด็กๆจำนวนไม่น้อยใช้เวลานานอยู่กับการเล่นเกมออนไลน์ พวกเขาต้องนั่งนิ่งๆอยู่เป็นเวลานานเพราะใจจดจ่ออยู่กับการใช้โทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาการางร่างกายของเด็กๆเลย เราจึงต้องการรณรงค์ให้มีการขยับร่างกายมากขึ้น”
.jpg)
โรงเรียนบ้านแจมป๋อมมีนักเรียนราว 50 คน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ป.6 โดยคำขวัญของโรงเรียนระบุว่า “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ทำให้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่ต้องคร่ำเคร่งอยู่กับการเรียน
“เด็กๆเขาได้เลี้ยงไก่กันเอง ไก่ออกไข่ทุกวันและกลายเป็นอาหารกลางวันของพวกเขา บางช่วงก็มีผักที่เด็กๆช่วยกันปลูก เด็กนักเรียนที่นี่ชอบกินผักเพราะเราปรับปรุงเมนูดัดแปลงผักมาทำอาหารในรูปแบบต่างๆเสมอ”นายอุดม ผลดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแจมป๋อง อธิบายวิธีการส่งเสริมให้เด็กๆมีกายดีทั้งในเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย
เช่นเดียวกับเด็กนักเรียนโรงเรียนทุ่งคำและโรงเรียนปางหัดสหศาสตร์ ที่ต่างช่วยกันออกแบบท่าเต้นประกอบเพลงเด็กดอยกายดีกันอย่างสนุกสนาน
เด็กนักเรียนของอำเภอเวียงแก่นประกอบด้วยหลายชาติพันธุ์ ทั้งม้ง อิวเมี่ยน ขมุ เย้าและคนท้องถิ่น กลายเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เด็กๆหลายคนนำเอาท่วงท่ารำของชนเผ่ามาประยุกค์ใช้ในการออกแบบท่าเคลื่อนไหวเพิ่มสีสันและความสนุกยิ่งๆขึ้นไป
“พวกเราอยู่ชมรมเดียวกัน เราช่วยกันคิดท่าเต้นขึ้นมา และซ้อมด้วยกัน บางวันก็กลับไปซ้อมที่หมู่บ้าน เพราะเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ทุกๆเช้าจะมีการเต้นขยับร่างกายก่อนเข้าชั้นเรียน สนุกดี แถมยังทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น บางครั้งเราก็เอาท่ารำของชาติพันธุ์มาผสมผสาน”สาวน้อยเชื้อสายเย้าของโรงเรียนทุ่งคำอธิบายกิจวัตรในทุกเช้าอันคึกคัก
.jpg)
“การเข้าร่วมโครงการของ พชภ.ช่วยกระตุ้นให้ทั้งครูและเด็กนักเรียนได้เห็นคุณค่าของการออกกำลังกาย โรงเรียนของเรามีนโยบาย 1 ดนตรี 1 กีฬา คือให้ทุกๆคนเล่นเครื่องดนตรี 1 ชิ้น และเล่นกีฬา 1 อย่าง เราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง”ครูไมตรี ยาละ ผู้อำนวยการโรงเรียนปางหัดสหศาสตร์ กล่าว
สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขต่างๆในวิถีชีวิตของชาวบ้านในชนบทปัจจุบันแตกต่างจากอดีตมาก โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทสำคัญ กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กและเยาวชน เช่นเดียวกับอาหารการกินที่พึ่งพาร้านสะดวกซื้อกันมากขึ้นโดยไม่รู้ที่มาที่ไปของอาหารชิ้นนั้น ทำให้สถานการณ์ของเด็กและเยาวชนไทยน่าเป็นห่วงยิ่งโดยเฉพาะด้านพัฒนาการของร่างกายและสมอง
วันนี้เด็กกลุ่มเล็กๆในเขตชายแดนของจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกันลุกยืนสู้กระแสเชี่ยวกราดของสังคมสมัยใหม่ เพื่อปกป้องตนเองและชุมชนให้หลุดพ้นจากลัทธิบริโภคนิยม เชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาจะสามารถก้าวเดินทวนกระแสนี้เพื่อสู่ทิศทาง “เด็กดอยกินดีกายดี”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี