วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดศิลาจาร บ้านกอกหวาน ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักสงฆ์ วัดป่าเนื้อนาบุญ และเป็นที่พักของพระกรันยา วรธัมโม อายุ 59 ปี ประธานที่พักสงฆ์ วัดป่าเนื้อนาบุญ ที่เผยแผ่คำสอนแตกต่างจากไปหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ทั้งการเปิดเพลงเสียงดัง ร้องรำทำเพลง การสอนให้ดำนำฝึกจิต และการมีเพศสัมพันธ์ขณะปฏิบัติธรรม จนทำให้ชาวบ้านรับไม่ได้กับพฤติกรรม จนต้องร้องขอความช่วยเหลือกับหมอปลา และพระมหาไพรวัลย์ วรวัณโณ พระนักเทศน์ชื่อดัง ซึ่งในวันนี้ชาวบ้านกอกหวาน ได้มารวมตัวกันที่วัดกอกหวาน รอพบหมอปลาและพระมหาไพรวัลย์
นางอรนุช แสงเทียน อายุ 81 ปี ชาวบ้านกอกหวานที่มารอ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อน จากการเปิดเพลงเสียงดังร้องรำทำเพลงของวัด ซึ่งเธอคิดว่าเป็นสิ่งที่พระกรันยาซึ่งครองสมณะเพศเป็นพระสงฆ์ไม่สมควรทำ อยากให้หมอปลากับพระมหาไพรวัลย์มาช่วยเหลือ
ขณะที่นางมะลิ ยามใส อายุ 86 ปี ชาวบ้านอีกคน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยศรัทธาเพราะพระกรันยาเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่แล้วจู่ๆพระกรันยาก็เปลี่ยนไปทั้งเปิดเพลงเสียงดังในวัด เทศนาแสดงธรรมด้วยคำลามกอนาจาร ทำให้หมดศรัทธาเพราะไม่คิดว่าพระกรันยาซึ่งเป็นพระจะเทศนาแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าที่จะไปบอกหรือเตือน
ในความคิดเธอคิดว่าพฤติกรรมของพระกรันยาเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อเสีย และอยากให้พระกรันยาหยุดพฤติกรรมแบบนี้ แต่ใจจริงอยากให้พระกรันยาสึกหรือออกไปจากพื้นที่ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีเรื่องลักษณะนี้ในหมู่บ้าน วันนี้หมอปลากับพระมหาไพรวัลย์ลงพื้นที่มาก็หวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในหมู่บ้าน
จากนั้นหมอปลา ได้เดินทางไปที่วัดป่าเนื้อนาบุญ ทดลองดำน้ำอยู่หลายครั้ง ครั้งแรกได้ประมาณ 6 วินาที แต่ครั้งต่อๆมาได้ประมาณ 20 กว่าวินาที หลังทดลองดำน้ำ หมอปลา บอกว่า ส่วนตัวไม่มีอาการอะไร นอกจากหนาว และหากดำน้ำต่อไปก็อาจจะขาดอากาศหายใจตายได้ นอกจากนี้ยังรู้สึกประหลาดใจ กับคำสอนของพระกรันยา ที่บรรดาลูกศิษย์บอกว่า การดำน้ำจะรักษาโรคได้ด้วยตัวเอง แต่จากการสังเกตกลับพบว่าลูกศิษย์บางคนที่มีอาการป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ก็ยังมีสภาพร่างกายไม่ปกติ ยังไม่เห็นหายจากโรค
.jpg)
ส่วนที่บอกว่าดำน้ำแล้วตัวจะหอมก็ไม่เป็นความจริง ส่วนตัวจึงมองว่าหลักคำสอนของหลวงตากรันยา เข้าข่ายหลอกลวงประชาชนให้งมงาย ทั้งยังผิดเพี้ยนไปจากหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน เพราะนอกจากจะเป็นการหลอกลวงประชาชนแล้ว วันนี้ยังมีชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาร้องเรียนกับตัวเองเป็นจำนวนมาก ว่า ได้รับความเดือดร้อนในการทำมาหากิน เพราะก่อนหน้านี้จะถูกหลวงตากรันยาข่มขู่คุกคามเป็นประจำ ทำให้ทำนาไม่สะดวก หาหนู หาปลา เป็นอาหารตามวิถีชาวบ้านก็ไม่ได้ แต่เมื่อทางลูกศิษย์ได้ยินหมอปลา พูดเช่นนี้ ก็ตะโกนโต้เเย้งทันทีว่าไม่เป็นความจริง ชาวบ้านที่เดือดร้อนและเดินทางมากับหมอปลา จึงแสดงตัว ว่าเคยถูกหลวงตากรันยา ตีระฆังไล่ขณะมาหาหนู หาแมลง แต่กลุ่มลูกศิษย์ก็ยังโต้แย้ง อ้างว่า เป็นสถานที่ของวัด ที่ห้ามฆ่าสัตว์ ซึ่งชาวบ้านก็ยืนยันว่า ขณะที่ถูกตีระฆังไล่ กำลังหาหนูอยู่ในที่นาของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่ที่ของวัด
ด้านพระมหาไพรวัลย์ ได้เข้าไปพบกับหลวงตากรันยา ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนกลับออกมา อธิบายถึงหลักคำสอนของหลวงตากรันยา ยืนยันว่าไม่เป็นไปตามหลักของพระพุทธศาสนา แต่เป็นการกำหนดหลักคำสอนขึ้นมาเอง ทั้งเรื่องฌาณ ที่ต้องดับร้อนด้วยการดำน้ำ การเปิดเพลงเต้น ที่หลวงตากรันยา อ้างว่า เป็นการยืดเส้นยืดสายก่อนปฏิบัติธรรม และการกำหนดขั้นอริยะบุคคลของบรรดาลูกศิษย์ ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้ คือ พอชาวบ้านเข้าไปอยู่ภายในวัดนั้นแล้ว หลวงตากรันยา จะสอนให้ทำบุญปฏิบัติธรรมกันแค่ภายในวัดเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เกิดอุปาทานหมู่ และคิดว่าตัวเองเป็นคนชั้นสูง ทำให้เกิดความเกลียดชังคนรอบข้างที่ไม่ได้เข้าไปปฏิบัติธรรม
พระมหาไพรวัลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ แนวทางปฏิบัติของพระกรันยา ที่คิดว่าตัวเองเป็นพระอรหัน สามารถกำหนดได้ว่าลูกศิษย์แต่ละคนใครบรรลุธรรมขั้นไหนบ้าง และเป็นคนพยากรณ์ว่าใครจะไปพบพระพุทธเจ้าได้ ซึ่งหากพิจารณาให้ดี แนวทางการปฏิบัติเช่นนี้ อาจเข้าข่ายผิดพระธรรมวินัย ในเรื่องอวดอุตริ ที่จะต้องปาราชิก
“จากการสอบถามหลวงตากรันยา บอกว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีฝ่ายปกครองคณะสงฆ์เดินทางเข้ามาพูดคุย แล้ว โดยให้ปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติและหลักคำสอน แต่เท่าที่พูดคุย พระกรันยา มั่นใจว่าหลักคำสอนของตัวเองถูกต้อง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาโดยเร็ว”
ทั้งนี้พระมหาไพรวัลย์ ยังบอกด้วยว่า ส่วนตัวมองว่า วัดป่าเนื้อนาบุญ มีลักษณะเป็นลัทธิ โดยมีพระกรันยา เป็นผู้กำหนดหลักคำสอน ซึ่งระหว่างเข้าพบ พระกรันยา ยังได้ให้ลูกศิษย์ตัดผมให้ดู เพราะคนที่เป็นอริยะผมจะม้วน แต่ปรากฏว่า การตัดผมในวันนี้ ผมไม่ได้ม้วนจับเป็นก้อน ซึ่งพระกรันยา อ้างว่าเกิดจากพลังงานบางอย่างจากกล้องที่พระมหาไพรวัลย์ ถือเข้าไป จึงทำให้พระมหาไพรวัลย์และสื่อมวลชนไม่เชื่อ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี