วอนช่วยครอบครัวที่บุรีรัมย์ ลูกสาวป่วยขาดยาคลั่งเคยจุดไฟเผาบ้าน-พ่อป่วยติดเตียง

วอนช่วยครอบครัวที่บุรีรัมย์ ลูกสาวป่วยขาดยาคลั่งเคยจุดไฟเผาบ้าน-พ่อป่วยติดเตียง

วันศุกร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2564, 20.05 น.

ชาวบ้านบุรีรัมย์วอนช่วยเหลือครอบครัวป่วยทั้งบ้าน ​ช่วงที่ขาดยาลูกสาวจะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เคยจุดไฟเผากระท่อมที่พ่อนอนป่วยติดเตียง ​โชคดีดับทัน “ผู้ใหญ่บ้าน” พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางช่วยเหลือ  

16 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในตำบลสะเดา อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ว่า​ มีครอบครัวหนึ่งมีอาการป่วยทางจิตประสาททั้งบ้าน พ่อ แม่ ลูกสาว และหลานชาย มีเพียงลูกเขยที่ปกติ แต่เวลาที่ลูกสาวขาดยาจะมีอาการคลุ้มคลั่ง มักทำร้ายแม่ของตัวเองที่ป่วยทางจิตประสาทเหมือนกัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา ลูกสาวได้ใช้ไม้ไผ่ไล่ตีแม่ของตัวเองจนบาดเจ็บมีบาดแผลตามร่างกาย ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์พยายามจะเข้าไปช่วยห้าม แต่กลับถูกลูกสาวถือมีดขู่จะทำร้าย จึงได้แค่ถ่ายคลิปเอาไว้ พร้อมวอนให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ เพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น


จากนั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบเพียงนายเกียม (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี ผู้เป็นพ่อ​ นอนป่วยติดเตียงอยู่ในกระท่อม และ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี หลานชาย​ ซึ่งป่วยสมาธิสั้น​ อยู่ที่บ้าน ส่วนนางสำราญ (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ผู้เป็นแม่​ ถูกส่งไปรักษาตัวอยู่ที่ รพ.นางรอง  เนื่องจากได้รับบาดเจ็บมีแผลตามร่างกายที่ถูกลูกสาวใช้ไม้ไล่ตี ส่วน น.ส.ฝน อายุ 33 ปี ผู้เป็นลูกสาว​ ที่ทำร้ายแม่ ไม่ได้อยู่บ้าน จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่า​ น่าจะไปเฝ้าแม่ที่ รพ.    

จากการสอบถาม​นายสุนันท์ ชูศรี อายุ 62 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์และถ่ายคลิปไว้ เล่าว่า ครอบครัวนี้มีทั้งหมด 5 คน คือ พ่อ  แม่ ลูก  หลานชาย และลูกเขย  ซึ่งคนในครอบครัว​ป่วยทางจิต 4 คน  มีเพียงลูกเขยที่ปกติ และเป็นคนหาเลี้ยงคนในบ้านด้วยการเก็บของเก่าขาย และขออาหารจากวัดมาให้​ทั้ง 4 คนได้กิน แต่เวลาที่ น.ส.ฝน ผู้เป็นลูกสาวขาดยาก็จะมีอาการฉุนเฉียวชอบทำร้ายแม่ตัวเองที่ป่วยทางจิตเหมือนกัน ชาวบ้านเห็นบ่อยก็พยายามช่วยกันห้ามหลายครั้ง  

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา เห็น น.ส.ฝน ใช้ไม้ไล่ตีแม่ตัวเองที่บริเวณถนนหน้าบ้าน ซึ่งภรรยาของตนพยายามเข้าไปห้าม แต่กลับถูก น.ส.ฝน ถือมีดขู่จะทำร้าย จึงทำอะไรไม่ได้เพราะกลัว น.ส.ฝนจะหันมาทำร้าย  จึงได้แต่ถ่ายคลิปเอาไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์ที่หน่วยงานต่างๆ จะเข้ามาช่วยเหลือ เพราะกลัวเวลาที่ น.ส.ฝน คลุ้มคลั่งคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้  แล้วจะทำร้ายแม่ตัวเองรุนแรงกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาก็เคยจุดไฟเผาบริเวณกระท่อมที่พ่อนอนป่วยติดเตียงมาแล้ว แต่โชคดีที่ชาวบ้านช่วยดับไว้ทัน ทั้งกลัวว่าหากปล่อยไว้แบบนี้นอกจากจะทำร้ายคนในครอบครัวแล้ว อาจจะทำร้ายคนอื่นด้วย

ด้าน​นางนกเอี้ยง พิมพ์อริยธาดา ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ในฐานะผู้นำชุมชนก็ได้ร่วมกับ อสม. เข้าไปติดตามดูแลครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าบางครั้ง น.ส.ฝนก็จะมีอาการฉุนเฉียวโมโหบ้าง โดยเฉพาะเวลาขาดยา ซึ่งยาอาจจะหมด แต่ไม่มีคนพาไปรับยาที่ รพ. เนื่องจากครอบครัวยากจนไม่มียานพาหนะ มีเพียงสามีของ น.ส.ฝน ที่เป็นคนคอยดูแลนำอาหารจากวัดมาให้กิน  เพราะครอบครัวไม่มีรายได้อะไร​ มีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุ และผู้พิการของพ่อแม่เท่านั้น  

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ตนเคยได้ยินจากชาวบ้านว่า น.ส.ฝน  เคยทำร้ายผู้เป็นแม่​ แต่จากการสอบถาม น.ส.ฝน  ก็บอกว่าทำไปเพราะห่วงแม่ไม่อยากให้แม่เดินไปไหนไกล กลัวจะเป็นอันตราย เช่นเดียวกับเหตุการณ์วันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา ที่ปรากฏในคลิปว่า น.ส.ฝน  ใช้ไม้ไล่ตีแม่นั้น เพื่อจะต้อนไม่ให้แม่เดินไปที่อื่น แต่วิธีการอาจจะดูรุนแรงเพราะเขาป่วยทางจิต อาจจะแสดงออกที่แตกต่างจากคนปกติ แต่เจตนาก็แค่อยากจะให้แม่กลับบ้านไม่เดินไปที่อื่น แต่เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวและความสบายใจของชาวบ้าน จะได้ประสานทางอำเภอ  รพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูและหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top