วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
ปลาน้ำโขงท้ายเขื่อนไซยะบุรีใกล้สูญ กรมประมงจับมือบ.ซีเคพาวเวอร์เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ เอ็นจีโอชี้ไม่ได้ผล หากไม่แก้ปัญหาระบบนิเวศ
25 เม.ย.64 เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ได้รับจดหมายชี้แจงจากกรมประมงเกี่ยวกับการประชุมร่วมระหว่างกรมประมงและบริษัทซีเคพาวเวอร์ จำกัด(มหาชน) ผู้พัฒนาและบริหารเขื่อนไซยะบุรี เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในจดหมายระบุว่า เป็นการประชุมเบื้องต้นเรื่องผลกระทบการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการลดลงของทรัพยากรสัตว์น้ำในมิติของปริมาณและความหลากหลายของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ โดยบริษัทซีเคพาวเวอร์จำกัด ปรึกษาหารือร่วมกับกรมประมงในแนวทางการลดผลกระทบ
ในจดหมายชี้แจงยังระบุว่า การลดผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำ จากข้อคิดเห็นจากการประชุมหารือ เห็นควรให้มีโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดยการนำพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจากแม่น้ำโขงมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ในหน่วยงานของกรมประมงและถิ่นที่ผสมพันธุ์วางไข่ในแม่น้ำโขงและนำกลับไปปล่อยคืนสู่แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ส่วนการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งที่อยู่อาศัย และผลกระทบต่อชุมชน มีข้อคิดเห็นว่า ควรให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำและแหล่งที่อยู่อาศัยโดยคัดเลือกพื้นที่ชุมชนที่อยู่ในบริเวณน้ำโขงในประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสิ่งแวดล้อมดังกล่าวในพื้นที่แม่น้ำโขงใน 8 จังหวัดประเทศไทย เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและนำไปสู่การปฏิบัติจริงของชุมชนชาวประมงในการจัดการทรัพยากรโดยชุมชนเอง
เนื้อหาในจดหมายยังระบุด้วยว่า อีกทั้งเป็นการลดผลกระทบของชาวประมงที่ทำการประมงไม่ได้ในแม่น้ำให้แหล่งอาหารและรายได้จากการทำประมงในแม่น้ำสาขา รวมถึงโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำชุมชน เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ โดยประเด็นปัญหาผลกระทบทั้ง 2 ด้าน บริษัทซีเคพาวเวอร์ จำกัด(มหาชน) มีข้อคิดเห็นว่า กรมประมงมีศักยภาพในการดำเนินงานและกิจกรรมเพื่อบรรเทาผลกระทบทั้ง 2 ด้านได้ อีกทั้งบริษัทจะนำโครงการดังกล่าวเป็น โครงการประชาสัมพันธ์ความรับผิดชอบและสิ่งแวดล้อมขององค์กร(Corporate Social Responsibility:CSR) ของบริษัทฯ กรมประมงจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาจัดทำโครงการ/แผนงาน กิจกรรม เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในแม่น้ำโขงและประชาชนในพื้นที่ต่อไป
.jpg)
นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตจากเอกสารผลของการประชุมร่วมกันในครั้งนี้เท่ากับบริษัทซีเคพาวเวอร์ยอมรับเรื่องผลกระทบด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการลดลงของพันธุ์ปลาที่เกิดขึ้นจากเขื่อนไซยะบุรีใช่หรือไม่ เพราะพิจารณาจากจดหมายที่ตอบเครือข่ายกลับมา บริษัทมีข้อเสนอที่จะนำปัญหานี้ไปเป็นลักษณะ CSR ของบริษัทเองโดยให้กรมประมงทำโครงการหรือแผนเสนอต่อบริษัท ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเอาเงินของบริษัทมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
นายสุวิทย์กล่าวว่า บริษัทควรจะมีการเปิดการเจรจาแก้ไขปัญหาผลกระทบกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมการปล่อยปลาแบบนี้ แม้จะปล่อยปลาไปมากเพียงใด หากระบบนิเวศและระดับการไหลของน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติและฤดูกาล ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงในระยะยาว หากบริษัทและหน่วยงานรัฐต้องการเริ่มต้นแก้ไขปัญหาจริงจัง ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการเขื่อนไซยะบุรี ข้อมูลความคืบหน้าของทางปลาผ่านเพื่อแก้ไขปัญหาการอพยพของปลาต่อสาธารณะหลังจากเปิดใช้งานเขื่อนมาแล้ว รวมถึงจะต้องมีการบริหารจัดการการไหลของแม่น้ำโขงที่เป็นไปเพื่อระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมด้วย(Environmental Flows) ด้วย จึงจะสามารถฟื้นระบบนิเวศแม่น้ำโขงกลับมาได้จริง และอีกประการหนึ่งคือ กรมประมงจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแผนและโครงการ รวมถึงงบประมาณที่ได้รับจากบริษัทซีเคพาวเวอร์ หากมีการดำเนินการร่วมกันอย่างจริงจังต่อสาธารณะ
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้ส่งหนังสือชี้แจงต่อเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง กรณีข้อมูลการรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี และข้อมูลกำลังการผลิตไฟฟ้า ปริมาณการใช้ไฟฟ้า และปริมาณไฟฟ้าสำรองในประเทศไทย ซึ่งมีรายละเอียดว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม 2563 มีปริมาณเท่ากับ 6,163,616,724 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาของประเทศไทย ณ วันที่ 28 มีนาคม 2564 คือ 45,467 เมกะวัตต์ และปริมาณไฟฟ้าสำรอง ณ วันที่ 20 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่เกิดพลังไฟฟ้าสุทธิสูงสุดของปี 2564 คือ 13583 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในกระบวนการของการทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า2018 โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศสูงมากกว่า 15% ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาระค่าไฟฟ้าของผู้บริโภคในประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี