วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สองสามีภรรยาชาวศรีสะเกษ ประกอบอาชีพขายผลไม้อยู่กรุงเทพ ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกแรก ขายของไม่ได้ กลับบ้านมาเริ่มต้นขายเนื้อแดดเดียวผ่านไป 1 ปีขายดีรายได้งาม
7 พ.ค. 64 ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพบและพูดคุยกับสองสามีภรรยาซึ่งกำลังช่วยกันปิ้งย่าง หมูและเนื้อแดดเดียว บนรถเข็นซึ่งจอดอยู่ที่หน้าปั๊มน้ำมันพีที ปั๊มน้ำมันขนาดเล็กในตัวเมืองศรีสะเกษ บริเวณดังกล่าวอยู่ถนนวิจิตรนคร ต.โพธิ์ อ.เมืองศรีสะเกษ เนื่องจากเห็นจอดรถเข็นขายอยู่ระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่นานมาก ทราบว่า สามีชื่อนายประครอง จำปาเรือง อายุ 41 ปี ภรรยาชื่อ น.ส. วรรณา จำปาเรือง อายุ 32 ปี ทั้งคู่อยู่บ้านเลขที่ 115 บ้านหนองแสง หมู่ 11 ต.น้ำคำ อ.เมืองศรีสะเกษ บ้านอยู่ห่างจากจุดที่จอดขายของนี้ประมาณ 3 กม.
นายประครอง จำปาเรือง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้น เราสองคนคือตนกับภรรยา ประกอบอาชีพขายผลไม้อยู่ที่กรุงเทพ ขายอยู่นานเกือบ 20 ปี พอมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีนักท่องเที่ยวทำให้ขายไม่ได้ ตอนเดือนภุมภาพันธ์ 2563 ก่อนปิดเทอม ตนกับภรรยาจึงกลับมาบ้านที่ศรีสะเกษ กะไว้ว่าพอลูกปิดเทอมก็จะรับลูกลงไปกรุงเทพด้วย แต่ระหว่างที่กลับมาบ้าน โรคไวรัสโควิดก็ระบาดรุนแรงขึ้นเรื่อย ร้านขายของขายไม่ได้จึงได้ปรึกษากันกับภรรยาว่า ถ้ากลับไปกรุงเทพค้าขายไม่ได้ก็ไม่มีรายได้จึงตัดสินใจอยู่ที่ศรีสะเกษ แล้วลองซื้อหมูซื้อเนื้อมาทำแดดเดียวขาย โดยใช้รถเข็นพวงท้ายมอเตอร์ไซค์มาจากบ้าน แล้วมาจอดที่หน้าปั๊มน้ำมันเนื่องจากเป็นที่กว้างลูกค้าจอดรถสะดวก หมูและเนื้อตนใช้ตอกไม้ไผ่ร้อยเป็นพวงปิ้งย่างเสร็จขายพวงละ 10 บาท ทั้งหมูทั้งเนื้อราคาเดียวกัน ทำแหนม มีทั้งแหนมสดและแหนมปิ้งย่างแล้วแต่ลูกค้าจะเลือกซื้อ มีแจ่วพริกสดไว้แถมให้ลูกค้าไปจิ้ม

“ตอนแรกๆ ที่ออกมาขายต้องขายถึงห้าทุ่มเที่ยงคืนถึงหมดเพราะยังไม่มีคนรู้จักเรา ตอนนี้เวลาผ่านไป 1 ปี ที่มาขายเนื้อแดดเดียว มีลูกค้ารู้จักมากขึ้นมีขาประจำเยอะขึ้น ตนติดป้ายเนื้อแดดเดียวและมีหมายเลขโทรศัพท์ไว้ บางครั้งลูกค้าที่เคยซื้อแล้วมีงานไม่สะดวกมาซื้อโทรมาสั่งตนก็จะขี่มอเตอร์ไซค์วิ่งไปส่งให้ถึงที่ เป็นการให้บริการลูกค้า ลูกค้าบางรายขับรถผ่านไปมาก็จอดซื้อ หรือบางคนที่เคยกินแล้วก็ตั้งใจขับรถมาซื้อ ทุกวันนี้ วันหนึ่งใช้เนื้อหมู 8 กิโลกรัม เนื้อวัว 4 กิโลกรัม ออกจากบ้านมาตั้งตรงนี้ประมาณ 09.00 น.บ่ายสองไม่เกิดบ่ายสามก็ขายหมดแล้ว รายได้หักค่าใช้จ่าย หักต้นทุนแล้วก็เหลือเป็นกำไรวันละพันกว่าบาท” นายประครอง กล่าว
ด้าน น.ส.วรรณา จำปาเรือง ผู้เป็นภรรยากล่าวว่า ตนกับสามี มีลูกด้วยกันสองคน คนโตเป็นผู้ชายเรียนอยู่ชั้น ปวช.ปีสอง วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ คนเล็กเป็นหญิงเรียนอยู่ชั้น ม.2 ก่อนนั้นตนกับสามีขายของอยู่กรุงเทพ โดยให้ลูกสองคนอยู่กับยายที่บ้านที่ศรีสะเกษ ก็ขายดีมีรายได้ดีมาตลอด ต่อมาเมื่อปี 2563 ได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งตนขายผลไม้อยู่ย่านการท่องเที่ยวคือที่ประตูน้ำ ส่วนมากขายให้นักท่องเที่ยว พอมีโควิดระบาดก็ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาขายของไม่ได้เลย จึงได้กลับบ้านมาขายของอยู่ศรีสะเกษ ผ่านไป 1 ปีขายได้มากขึ้น กำไรวันละพันกว่าบาทถือว่าอยู่ได้ ศรีสะเกษบ้านเราค่าครองชีพไม่สูงเหมือนอยู่กรุงเทพ อยู่ที่นี่บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อรายได้ไม่มากก็อยู่ได้

ส่วนลูกค้า ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หมูและเนื้อแดดเดียวของเจ้านี้ รสชาติอร่อย ราคาถูก ทุกวันนี้ราคาเนื้อหมูเนื้อวัวสูงมาก แต่เจ้านี้ยังขายพวงละ 10 บาท แหนมห่อละ 10 บาท เท่ากันทั้งหมูทั้งเนื้อ ซึ่งหากินยากราคานี้ คนกินไม่มาก ซื้อหมูหรือเนื้อ 20 บาทข้าวเหนียว 10 บาทก็อิ่มแล้ว ทำให้ประหยัดได้มาก ยุคโควิดระบาดหากินลำบาก มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายของถูกช่วยเหลือคนยากจนนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ถ้าไม่อย่างนั้นจะอยู่ไม่รอด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี