วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
ต้องยอมทรมาน! หนุ่มใหญ่เมืองช้าง ทนป่วยเป็นโรคท้าวแสนปมมา 29 ปี ไม่มีเงินรักษา สู้ชีวิตเพียงลำพังในกระท่อมหญ้าคา
28 มิ.ย.64 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้าน ว่าพบชายวัย 50 ปี ป่วยด้วยโรคท้าวแสนปม ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังในกระท่อมหญ้าคา ที่มีสภาพผุพัง ซึ่งอาการป่วยนั้น ไม่มั่นใจว่าเป็นผลพวงมาจากการเข้ารับการผ่าตัดที่หลัง เมื่อ 29 ปีก่อน แล้วไม่ได้นำเหล็กออกจากร่างกาย เพราะว่าฐานะยากจน ไม่มีเงินที่จะเดินทางไปพบแพทย์ จึงวอนสื่อช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวจึงรีบรุดลงพื้นที่ตรวจสอบ ต่อมาทราบชื่อ คือนายแสงทอง ม่วงอ่อนอายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 220 บ.หนองมะแซว ม. 11 ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ซึ่งสภาพการเป็นอยู่นั้น อาศัยภายในกระท่อมที่ทำจากไม้ยูคาเก่าๆ โดยใช้ผ้าห่มล้อมรอบกระท่อมเพื่อกันแดดกันฝนเท่านั้น ซึ่งสภาพพร้อมที่จะร่วงหล่น หรือล้มได้ทุกเมื่อเพราะไม้ยูคาค่อนข้างที่จะเก่า และผุพังมากๆไม่มีความแข็งแรง จึงอยากวอนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ
.jpg)
นายแสงทอง ม่วงอ่อน อายุ 50 ปี เล่าว่า เมื่อก่อนตัวเองก็เป็นคนปรกติเหมือนคนทั่วไป ทำงานรับจ้างได้เหมือนคนปกติ แต่จู่ๆขณะที่ทำงานอยู่นั้นเกิดปวดหลังเป็นอย่างมาก เพราะทำงานแบกของหนัก และเป็นเวลานานทำให้หลังคอม และรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก จึงได้เข้าไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ คุณหมอก็ทำการผ่าตัดใส่เหล็กที่หลังให้ ตอนนั้นตนมีเพียงอายุ 21 ปี หลังจากนั้นคุณหมอก็ให้กลับมารักษาตัวที่บ้านของตนเอง ตนจึงได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.สุรินทร์ แล้วหลังจากนั้นคุณหมอก็นัดให้ไปผ่าเอาเหล็กที่ดามหลังออก แต่เนื่องจากตนมีฐานะที่ยากจน และไม่มีงานที่จะเดินทางไปผ่าเอาเหล็กจากหลังออกได้ จึงต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้
นายแสงทอง ม่วงอ่อน ยังเล่าว่า หลังจากที่เข้าผ่าตัดดาบเหล็กที่หลัง ผ่านไป 4 - 5 เดือน ตนก็รู้สึกว่ามีตุ่มขึ้นที่บริเวณหู แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จากนั้นตุ่มนั้นก็เริ่มทยอยขึ้นมาเรื่อยๆจนลามเต็มไปทั้งร่างกาย ภรรยาก็ทิ้งไปมีสามีใหม่ ส่วนลูกชายก็ไปแต่งงานมีครอบครัว นานๆถึงจะกลับบ้านที ตอนนี้ตนใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากมากๆ จะออกไปไหนก็ลำบาก เพราะอายคน ใครเห็นเขาก็รังเกียจไม่อยากจะเข้าใกล้ ตนก็รู้สึกท้อแท้น้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตของตน คิดอยากจะฆ่าตัวตายให้มันจบๆไปหลายครั้งแล้ว เพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม เครียด และท้อแท้ แต่ก็ยังมีญาติพี่น้องที่คอยมาดูแล และให้กำลังใจทำให้ตนเองรู้สึกว่าชีวิตยังมีค่าเสมอ ทุกวันนี้ตนเองไม่มีรายได้จากไหนเลย ก็มีแต่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ( บัตรคนจน ) เท่านั้น ที่ช่วยต่อลมหายใจ และอยู่ได้ในแต่ละเดือน และก็มีรายได้จากการถักแห่ขาย โดยแห่ 1 อันใช้เวลาถักประมาณ 5 - 6 เดือนถึงจะขายได้ โดยขายในราคา 1200 - 1500 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะใช้ ตอนนี้ตนเองอยากจะหายจากโรคที่เป็นอยู่ อยากวอนถึงท่านผู้ใจบุญ หรือหน่วยงานรัฐ ช่วยเหลือตนด้วย เพราะตอนนี้เจ็บปวดทรมานจากโรคที่เป็นจริงๆ อยากจะผ่า เอาเหล็กที่คุณหมอดามหลังออก เพราะทรมาน และทำมาหากินไม่ได้จริงๆ
.jpg)
ทาง นางมะลิวรรณ จินพละ ( พี่สาว ) เล่าว่า น้องชายของ ตนชีวิตของเขาน่าสงสารมากๆ เมียก็หนีไปมีสามีใหม่ อยู่คนเดียวเพียงลำพัง ที่ดินที่ปลูกกระท่อมเป็นบ้านก็ไม่ใช้ที่ตนเอง เป็นที่ดินของน้า ไม่รู้เขาจะเอาคืนตอนไหน ทุกวันนี้ตนเสงสารน้องชายมากๆ ไม่รู้จะช่วยเหลือได้อย่างไร ก็มีเพียงนำข้าวสารมาให้ พอได้กิน เจ็บป่วยก็พาไปหาหมอ และให้กำลังน้องชายได้แค่นั้น
ทางด้านนายแสงทอง บุญเสก ( ผู้ใหญ่บ้าน ) เล่าว่า ตน ก็ไม่ทราบข้อมูลของลูกบ้านมากเท่าไหร่แต่ก็พอรู้ว่าชีวิตของนายแสงทอง ม่วงอ่อน ลำบากจริงๆ ตนก็รู้สึกสงสาร ก็มีแต่แวะเวียนไปให้กำลังใจเท่านั้น ตนก็อยากจะวอนผ่านสื่อไปถึงท่านผู้ใจบุญ โปรดเมตตาช่วยเหลือ อย่างน้อยๆก็ส่งเป็นข้าวสารอาหารแห้งมาช่วยเหลือก็ได้ ที่บ้านเลขที่220 ม. 11 บ.หนองมะแซว ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ หรือถ้าท่านใดจะโอนเป็นทุนทรัพย์ช่วยเหลือ เพื่อนำเงินไปทำการรักษา สามรถโอนมาที่ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์ สาขาศรีณรงค์ เลขบัญชี 6 3 0 2 4 2 0 2 0 3 ชื่อบัญชี นายแสงทอ งม่วงอ่อน หรือ โทร.098-2314308
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี