533.jpg
เจ็บต้องจบ!สวนดุสิตโพลเผยปชช.หวังรัฐคุมโควิดได้เร็วที่สุด ฟื้นท่องเที่ยวปลายปี

เจ็บต้องจบ!สวนดุสิตโพลเผยปชช.หวังรัฐคุมโควิดได้เร็วที่สุด ฟื้นท่องเที่ยวปลายปี

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 08.32 น.

เจ็บต้องจบ!สวนดุสิตโพลเผยปชช.หวังรัฐคุมโควิดได้เร็วที่สุด ฟื้นท่องเที่ยวปลายปี

8 สิงหาคม 2564 “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,195 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคม 2564 หัวข้อ “กู้วิกฤติท่องเที่ยวไทย” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นประชาชนกรณีการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงและยาวนาน สร้างความเสียหายต่อธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ขณะที่โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นำร่องท่องเที่ยวยังประสบปัญหา มาตรการล็อกดาวน์กระทบต่อการเดินทางข้ามจังหวัด คนทำงานท่องเที่ยวตกงานจำนวนมาก ปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าเป้าหมายการท่องเที่ยวที่ตั้งไว้จะเป็นไปได้หรือไม่ สรุปผลได้ ดังนี้


1. ประชาชนคิดว่าปัญหาใหญ่ของการท่องเที่ยวไทย ณ วันนี้ คือ

อันดับ 1 ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้สูญเสียรายได้มหาศาล 88.55%

อันดับ 2 นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่กล้ามาไทย เพราะยังมียอดผู้ติดเชื้อสูง 82.83%

อันดับ 3 ผู้ประกอบการขาดเงินทุน สภาพคล่อง คนตกงาน 75.34%

อันดับ 4 ขาดแผนรองรับเมื่อเผชิญกับโควิด-19 ที่ชัดเจน 59.09%

อันดับ 5 โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นำร่องท่องเที่ยวประสบปัญหา 56.73%

2. ประชาชนคิดว่าภาครัฐควรดำเนินการอย่างไร เพื่อให้การท่องเที่ยวเดินหน้าต่อไปได้

อันดับ 1 มีแผนป้องกันและควบคุมโควิด-19 ให้ได้เร็วที่สุด 94.20%

อันดับ 2 สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ปลอดภัยจากโควิด-19 75.69%

อันดับ 3 ปูพรมฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในพื้นที่ท่องเที่ยวโดยเร็ว 66.27%

อันดับ 4 กระตุ้นตลาดท่องเที่ยว เน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพสูง 58.62%

อันดับ 5 ตั้งกองทุนช่วยเหลือ เยียวยา ปรับโครงสร้างหนี้ 56.43%

3. ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี (ต.ค.-ธ.ค.64) หากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ประชาชนพร้อมจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหรือไม่

พร้อม 37.99%     

ไม่พร้อม 35.65%     

ไม่แน่ใจ 26.36%

4. ภาครัฐควรมีมาตรการอย่างไร เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี (ต.ค.-ธ.ค.64)

อันดับ 1 มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขในพื้นที่ท่องเที่ยว82.48%

อันดับ 2 มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ช่วยค่าใช้จ่าย คนละครึ่ง 76.83%

อันดับ 3 ฟรีประกันคุ้มครองการเดินทาง ประกันโควิด-19 71.27%

อันดับ 4 ผู้ประกอบการจัดโปรโมชั่น มีส่วนลด แพ็คเกจพิเศษ 58.38%

อันดับ 5 มีส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน รถสาธารณะ ค่าน้ำมัน 52.57%

5. ประชาชนคิดว่าการที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยว ปี 2564 ทั้งในและต่างประเทศไว้ที่ 8.5 แสนล้านบาท เป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

ไม่น่าจะเป็นไปได้ 52.16%       

เป็นไปไม่ได้แน่นอน 27.39%    

น่าจะเป็นไปได้ 17.15%     

เป็นไปได้แน่นอน 3.30%      

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า แม้ภาครัฐจะหั่นเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวเหลือเพียง 8.5 แสนล้านบาท แต่ประชาชนก็มองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมไปถึงการเกิดคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่ก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว ส่วนโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ที่ครบรอบ 1 เดือน มีนักท่องเที่ยวหลักหมื่นคน รายได้สะพัดราว 1 พันล้านบาท ซึ่งนับว่าต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ จึงกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อยว่าประเทศที่เคยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักจะแก้ปัญหาอย่างไรต่อไป   

ด้าน ดร.ชนินทร์ ต่วนชะเอม ที่ปรึกษาคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ประชาชนคิดว่าปัญหาด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการคือการสูญเสียรายได้มหาศาล เพราะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการคือรายได้หลักที่ประชาชนคนไทยอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ประเทศไทยมีพร้อมด้านบริการทุกด้าน ธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรม และเสน่ห์ไทยเรายืนหนึ่งในภูมิภาค ประชาชนจึงอยากให้ภาครัฐมีแบบแผนป้องกันโควิด-19 ที่ชัดเจนและด่วนที่สุด Lockdown แบบเจ็บแล้วจบ ไม่ยืดเยื้อ ให้วัคซีนเข้าถึงทุกคน รักษาระยะห่าง และให้ความรู้ โดยทุกคนต้องร่วมมือกันช่วยกัน 

“ในช่วงไตรมาส 4 ของปี ประชาชนพร้อมที่จะท่องเที่ยวในประเทศไทย 37.99% เพราะ การอยู่กับบ้านเจอกับโควิด-19 มา 2 ปี จึงอยากไปผ่อนคลาย ภาครัฐจึงควรมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขในพื้นที่ท่องเที่ยว มีวัคซีนที่มีคุณภาพ ให้ความรู้และให้ประชาชนตระหนักถึงโรคที่จะเกิดขึ้นจากการพัฒนาสายพันธุ์ตลอดเวลา ถ้าภาครัฐและประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน ทุกภาคส่วนมีความเข้มแข็งเราจะ“กู้วิกฤตท่องเที่ยวไทย” ได้แน่นอน” ดร.ชนินทร์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top