วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเนื่องในโอกาสวันอาหารโลก (World Food Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี ว่า พฤติกรรมการกินของคนไทยเปลี่ยนไปมาก กินผักผลไม้น้อยลง พึ่งพาการกินอาหารในระบบอุตสาหกรรมมากขึ้น ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้คุณค่าของระบบอาหารตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ผลิตที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของผู้บริโภคให้มากขึ้น ลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร
“ผู้บริโภคก็ต้องระลึกอยู่เสมอว่ามีพลังอยู่ในตัว สามารถแสวงหาองค์ความรู้ ปรับพฤติกรรมการกินและวิถีชีวิตของตนเอง และกำหนดได้ว่าจะกินอะไรให้มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งพลังนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่มื้ออาหารของตนเอง ชุมชน และเปลี่ยนกลไกทางการตลาด ในการผลิตและกระจายอาหารที่ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”
นพ.ไพโรจน์ กล่าวต่อไปว่า สสส. โดยแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สานพลังภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนสังคมภายใต้แนวคิด “พลเมืองอาหาร (Food Citizenship)” และร่วมพลิกโฉมระบบอาหารที่ดีและยั่งยืนในอนาคต เริ่มจากมื้ออาหารเพื่อสุขภาพของคุณเพื่อระบบอาหารที่ยั่งยืนของโลกเรา (Our action are our future) เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงศักยภาพ สิทธิ หน้าที่ ในการเข้าถึงและบริโภคอาหารที่มีสุขภาวะ โดยสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งต่อตนเองและสังคม เพราะเมื่อทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบอาหารเกิดการตื่นรู้ในวิถีของการบริโภค ตระหนักถึงสิทธิในอาหาร และร่วมปกป้องระบบอาหารที่ยั่งยืน จะทำให้สังคมเราเกิดพลเมืองอาหารที่เข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น
โดย สสส. กำหนดจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ ที่จะมุ่งสร้างความรอบรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะแก่ประชาชนทุกช่วงวัย ให้มีความตระหนักในการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ซึ่งส่งผลต่อการผลิต การกระจาย และการบริโภคอาหาร รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมของระบบอาหาร พร้อมรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ ในปัจจุบันและอนาคต
น.ส.เพ็ญ สุขมาก อาจารย์ประจำสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตหาดใหญ่) จ.สงขลา กล่าวว่าการปลุกพลังพลเมืองเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบอาหารให้ยั่งยืนนั้น ต้องชี้ให้เกษตรกรเห็นจุดวิกฤต หรือความทุกข์ที่ชาวบ้านกำลังเผชิญอยู่ว่าเกิดจากอะไร อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้มาจากราคายางตกต่ำ เกษตรกรก็ประสบความยากลำบากมีรายได้ไม่เพียงพอ บางรายไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวกิน
“สาเหตุสำคัญคือการใช้พื้นที่สำหรับปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกยางอย่างเดียวจึงทำให้เสียโอกาสในการปลูกพืชอย่างอื่น โดยเฉพาะพืชที่เป็นอาหาร ดังนั้น การชี้ให้เห็นถึงจุดวิกฤตจึงช่วยให้การชักชวนมาสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยกันนั้น เป็นไปได้ง่าย เพราะเห็นความทุกข์จากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทางออกอย่างยั่งยืนของเกษตรกรชาวสวนยางที่เข้าร่วมโครงการ คือการปลูกพืชร่วมยาง เช่น ขิง ข่า ขมิ้น ผักพื้นบ้าน และพืชสมุนไพรบางชนิด รวมถึงผลไม้ เช่น ระกำ สละ ลองกอง ก็สามารถปลูกได้ นับเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในชุมชนด้วย” น.ส.เพ็ญ ระบุ
นางวัลลภา แวน วิลเลียนส์วาร์ด ผู้ดูแลโครงการสนับสนุนวิชาการและการบูรณาการระบบอาหารสุขภาวะสู่การสร้างสรรค์พลเมืองอาหาร ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. กล่าวว่า ผู้บริโภคยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความเสี่ยงกับระบบอาหารที่ไม่ปลอดภัย โดยเมื่อปี 2560 มูลนิธิการศึกษาไทยได้เก็บตัวอย่างเลือดของนักเรียนในโรงเรียน4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สกลนคร ปทุมธานี และพังงา พบว่าร้อยละ 63 มีสารเคมีทางการเกษตรปะปนอยู่ในเลือด นอกจากอาหารที่กินจะไม่ปลอดภัยแล้ว ยังไม่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วย เพราะกินแป้งและน้ำตาลเป็นหลัก
“วิธีการแก้ปัญหาต้นทางคือ การเลือกกินอาหารที่มีความปลอดภัย กินอย่างหลากหลาย กินอย่างมีคุณภาพ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือไม่กินอาหารที่อยู่ในระบบอุตสาหกรรมมากเกินไปก็จะช่วยดูแลสุขภาพตนเองได้มาก เหตุนี้เราต้องไม่ลืมว่าเราสามารถออกแบบการกินของเราได้ โดยการกินให้มีประโยชน์และกินอย่างรู้คุณค่า” นางวัลลภา กล่าว
สำหรับวันอาหารโลกนั้นตรงกับวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี เนื่องจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 16 ต.ค. 2488 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมและเผยแพร่คำขวัญเพื่อรณรงค์สร้างความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลกขจัดความอดอยากหิวโหย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2524 โดยในปีนั้นมีคำขวัญว่า “อาหารต้องมาก่อน (Food comes first)” ส่วนคำขวัญวันอาหารโลกประจำปี 2564 คือ “อาหารปลอดภัยวันนี้เพื่อสุขภาพดีวันหน้า (Safe food now for a healthy tomorrow)”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี