วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
‘โรงเหล้าแสงจันทร์’โวยศบค.เลื่อนเปิดไปปีหน้า โอดเพ่งเล็งจุดเสี่ยงแต่ไม่ให้แนวทาง
15 พฤศจิกายน 2564 นายอนันต์ สุวรรณปาน ประธานกรรมการบริหารโรงเหล้าแสงจันทร์ แถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “โรงเหล้าแสงจันทร์เอกมัย-รามอินทรา” และอีกหลายเพจในเครือโรงเหล้าแสงจันทร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กรณีที่ประชุม ศบค. มีมติเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 เลื่อนการเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ จากวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ออกไปเป็นวันที่ 15 ม.ค.2565 ว่า ณ วันนี้ ผู้ประกอบการสถานบริการทั่วประเทศเดือดร้อนอย่างมาก การแถลงข่าวครั้งนี้จึงเป็นการระบายปัญหาที่ได้รับ รวมถึงมีข้อเสนอแนะที่จะเดินหน้าต่อไป
สืบเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มระบาดในเดือน มี.ค. 2563 นำมาสู่มาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมโรค ซึ่งทั้งแพทย์ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต่างบอกว่าอาชีพในสถานบริการนั้นเป็นอาชีพเสี่ยงติดเชื้อ ทำให้ต้องสั่งปิดสถานบริการ ซึ่งแสงจันทร์นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 สาขา บวกกับร้านในเครืออีก 1 ร้าน โดยสถานบริการต่างๆ ถูกสั่งปิดครั้งแรกในวันที่ 17 มี.ค. 2563 ในเวลานั้นมีผู้ติดเชื้อหลักสิบถึงหลักร้อยราย แต่ด้วยความที่ไม่รู้จะควบคุมสถานการณ์อย่างไรจึงต้องปิดร้าน ก่อนจะกลับมาเปิดได้ในวันที่ 1 ก.ค. 2563
แต่หลังจากเปิดมาได้ระยะหนึ่ง มีการระบาดระลอก 2 ที่ตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร และสถานบริการถูกสั่งปิดอีกครั้งในวันที่ 2 ม.ค. 2564 และกลับมาเปิดในวันที่ 1 มี.ค. 2564 แต่แล้วก็ถูกสั่งปิดอีกครั้งประมาณวันที่ 9 เม.ย. 2564 จากการระบาดระลอกที่ 3 อย่างไรก็ตาม ทางร้านแสงจันทร์ได้ปิดไปตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2564 แล้ว ด้วยความที่ตนเป็นห่วงความปลอดภัยทั้งของพนักงานและลูกค้า
“3 ครั้งที่รัฐบาลให้สถานบริการปิด สิ่งที่ภูมิใจและอยู่ในใจผมถึงทุกวันนี้ คือพนักงานในเครือแสงจันทร์มีอยู่ประมาณหนึ่งพันกว่าคน รวมทั้งนักดนตรีด้วย ไม่มีคนติดเชื้อโควิดเลยแม้แต่คนเดียว มาวันนี้ร้านสั่งปิดมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 จนกระทั่งตอนนี้ พ.ย. 2564 ปิดมาแล้วเป็นเวลา 8 เดือน รวมกับอีก 6 เดือนครึ่งที่ปิดมาก่อนหน้านั้น ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เราโดนปิดไปแล้ว 15 เดือน” นายอนันต์ กล่าว
นายอนันต์ กล่าวต่อไปว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น สถานบริการถูกเพ่งเล็งมาโดยตลอดว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อ โดยรอบล่าสุดที่สถานบริการปิดคือเดือน เม.ย. 2564 จนถึงปัจจุบัน ในเวลาที่เริ่มปิดนั้นมีผู้ติดเชื้อหลักพันคน และหลักจากนั้นได้เพิ่มเป็นหลักหมื่นคน ซึ่งในขณะที่รัฐบาลพูดถึงการฉีดวัคซีน ตนและพนักงานสถานบริการก็รอทุกวันว่าเมื่อไรจะได้ฉีด และเมื่อมีวัคซีนก็ไปฉีดกันทุกคน เพราะรัฐบาลบอกว่าวัคซีนจะช่วยลดอาการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตลง การทำมาหากินก็จะเดินต่อได้
กระทั่งวันที่ 11 ต.ค. 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศแผนเปิดประเทศ แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ผู้คนรู้กันทั้งประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า ในวันที่ 1 พ.ย. 2564 จะเริ่มรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และวันที่ 1 ธ.ค. 2564 สถานบริการจะกลับมาเปิดทำการได้ ซึ่งคำพูดของนายกฯ นั้นเป็นสิ่งมีค่าและเป็นความหวังของคนทำอาชีพในสถานบริการทุกคน
ทั้งนี้ เมื่อตนได้ยิน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเช่นนั้น ตนเชื่อมั่นนายกฯ จึงเรียกผู้บริหารแสงจันทร์ทุกสาขามาประชุมเพื่อวางแผนเตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง รวมถึงค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต เคเบิลทีวี สาขาไหนค้างอยู่ในช่วงถูกปิดก็ให้ไปจ่ายให้เรียบร้อย เช่นเดียวกับพนักงานของร้านที่แยกย้ายกระจายกันไปในช่วงก่อนหน้า บ้างไปรับจ้างชั่วคราว เช่น เป็นคนงานแพ็คสินค้า บ้างกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดเพราะอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีงาน ตนก็พยายามประสานแจ้งข่าวเผื่อใครพร้อมกลับมาทำงาน และย้ำด้วยว่าต้องฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้นจึงจะให้กลับมาทำงานได้ แต่ก็มาเจอเลื่อนอีก
“1.กลัวสถานบริการเป็นที่เสี่ยงในการแพร่เชื้อ! ผมถามต่อไปว่าสถานบริการเป็นที่เสี่ยงในการแพร่เชื้อ เราปิดมา 8 เดือนแล้วการแพร่เชื้อยังเกิดไหม? การแพร่เชื้อยังเกิด วันนี้ตั้งเจ็ดพันกว่าคนอยู่เลย 2.เชื้อที่แพร่ออกไปมันต้องมาจากสถานบริการหรือ? ไม่ใช่! ย้อนหลังกลับไปดูได้เลย วัดก็แพร่ได้ โรงพยาบาลก็เป็นตัวแพร่ที่ดี โรงงานทุกที่เป็นที่แพร่เชื้อหมด ทุกวันนี้อาชีพพวกนี้เปิดบริการ เปิดดำเนินการได้ ทุกคนทำมาหากินได้ภายใต้การฉีดวัคซีน ที่ไหนไม่แพร่เชื้อ? แพร่เชื้อหมด แต่อาชีพของเราทำไมมันถึงทำมาหากินไมได้” นายอนันต์ ระบุ
นายอนันต์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลหรือ ศบค. ไม่เคยมีมาตรการใดๆ มาให้สถานบริการปฏิบัติเลย นอกจากสั่งปิดและอนุญาตให้เปิดเท่านั้น เช่น หากกลัวว่าสถานบริการเป็นห้องแอร์ถือเป็นจุดเสี่ยง ถามว่ามีแนวทางออกมาให้สถานบริการปรับปรุงร้านแล้วหรือยัง ซึ่งควรมีมาตรฐานออกมาให้ปฏิบัติ หากที่ใดสามารถทำตามมาตรฐานได้ก็ให้เปิดบริการ
ทั้งนี้ การปิด 1 เดือนยังพอว่า แต่ปิดยาว 8 เดือน ผู้ประกอบการทุกคนต้องกินต้องใช้ พ่อแม่ลูกเมียก็ต้องกินข้าวเหมือนกับคนอื่นๆ ทำไมต้องมองแต่สถานบริการเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ไปดูโรงงานติดเชื้อกันเป็นหลักพันคนยังให้เปิดทำการได้ หรือเพราะว่าพวกตนเป็นคนกลางคืน ก็อยากจะบอกว่าถ้ามีงานกลางวันคงไปทำงานกลางวันกันแล้ว เรามาทำมาหากินตอนกลางคืนแต่เราไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย และทุกคนมีชีวิต เฉพาะองค์กรแสงจันทร์มีพนักงานรวมนักดนตรีพันกว่าคน ก็คือพันกว่าครอบครัว ถูกให้ปิดมา 8 เดือน ถามว่าพวกตนเคยไปเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรหรือไม่ ก็ไม่เคย มีแต่นั่งรออยู่ทุกวัน รอดูสัดส่วนการฉีดวัคซีน รอภูมิคุ้มกันหมู่ รอว่าจะเปิดได้โดยอยู่กับวัคซีนกันอีกนาน ต้องอยู่ให้ได้เพื่อให้ทุกคนได้ประกอบอาชีพ แต่กลายเป็นอาชีพอื่นทำได้หมดยกเว้นอาชีพสถานบริการห้ามทำ จึงต้องถามว่ายุติธรรมแล้วหรือ
ทั้งที่สถานบริการจะตั้งก็ต้องขออนุญาต มีรายได้ก็ต้องจ่ายภาษี แต่กลับไม่มีมาตรการมาให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาเปิด โดยทั่วประเทศมีคนภาคบริการอยู่ประมาณ 1 ล้านคน ถ้านับครอบครัวก็คูณ 4 เข้าไป ก็เท่ากับมีคนที่เกี่ยวข้อง 4-5 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ นี่คืออาชีพที่ต้องไปเลี้ยงดูครอบครัวและจ่ายภาษีให้รัฐ ฉะนั้นตนย้ำว่า ศบค. ต้องทบทวน หากคิดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงก็ต้องให้แนวทางแก้ไขปรับปรุงมา
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี