วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย และนักวิจัยในชุดโครงการ“ลดภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศไทย” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดินสไลด์ที่ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา และส่งผลให้อาคารหลายสิบหลังเคลื่อนตัวสไลด์ลงไปในบ่อ ว่าบริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชั้นดินเหนียวอ่อนมาก มีค่ากำลังรับแรงเฉือนที่ต่ำ ซึ่งดินลักษณะนี้สามารถเคลื่อนตัวได้ง่าย นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวยังขุดบ่อไว้แต่เดิม ส่วนพื้นที่เกิดเหตุที่มีการสไลด์ตัวมีการถมดินและเทพื้นคอนกรีตทางด้านบน และมีการก่อสร้างอาคารบนพื้นที่
ทั้งนี้ ลักษณะการเคลื่อนตัวของดิน (land slide)ในครั้งนี้ถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่และทิศทางการเคลื่อนตัวไปหาบ่อ น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น 1. ความแตกระหว่างแรงดันดิน ส่งผลให้ดินเกิดการเคลื่อนตัว 2. น้ำหนักกดทับของพื้นที่ที่ถมดินและมีการก่อสร้างอาคาร 3. ดินถมเคลื่อนตัวได้ง่ายและอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหากมีความชื้นหรือฝนตกก่อนหน้า 4. กำลังรับน้ำหนักหรือกำลังแรงเฉือนของดินลดลงเมื่อดินอุ้มน้ำหรือมีความชื้น ในสถานการณ์ปัจจุบันการเคลื่อนตัวยังอาจเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีฝนตกหรือมีความชื้นก็อาจเคลื่อนตัวได้อีกจนกว่าจะเข้าสู่จุดสมดุล ดังนั้นประชาชนจึงควรรอฟังการตรวจสอบความปลอดภัยจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก่อนกลับเข้าพื้นที่
เนื่องจากการขุดดินขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดดินสไลด์และเป็นอันตรายได้ ดังนั้นจึงมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่ พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 ซึ่งกำหนดว่าการขุดดินที่มีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตรหรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกิน 10,000 ตารางเมตรต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบ และรายการคำนวณของวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธาไม่ต่ำกว่าระดับสามัญวิศวกรตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร นอกจากนี้หากขุดดินที่มีความลึกเกิน 20 เมตร ต้องป้องกันพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยติดตั้งอุปกรณ์สำหรับวัดการเคลื่อนตัวของดินและต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธา ระดับวุฒิวิศวกร เป็นผู้ลงนามด้วยนอกจากนี้ตามกฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิศวกรรมควบคุม ปี 2550 ยังกำหนดให้การการก่อสร้างกำแพงกันดินหรือกันน้ำที่มีความสูงตั้งแต่ 1.5 เมตร เป็นวิศวกรรมควบคุมอีกด้วย
สำหรับบ่อดินที่ได้ขุดไว้นานแล้ว เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินของบ่อจะต้องดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและเสถียรภาพของบ่ออยู่ตลอด โดยมีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ดำเนินการตรวจวัดติดตามการเคลื่อนตัวของดิน โดยใช้อุปกรณ์วัดต่างๆ หรือด้วยวิธีการทางวิศวกรรมที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีฝนตกอาจเกิดการสไลด์ตัวได้ง่าย หากพบว่าบ่อมีโอกาสจะพังทลาย จะต้องเสริมความแข็งแรงด้วยวิธีการตามหลักวิศวกรรม รวมถึงต้องระมัดระวังเรื่องการสูบน้ำออกจากบ่ออย่างทันทีทันใด ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้ผนังบ่อพังทลายได้ง่ายขึ้นเนื่องจากการสูญเสียแรงดันนั่นเอง
-(016)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี