ย้อนดูข้อคิดเบื้องต้น'ดร.สันติธาร'แชร์ประสบการณ์ป่วยเป็นโควิด-19 ทั้งบ้าน

ย้อนดูข้อคิดเบื้องต้น'ดร.สันติธาร'แชร์ประสบการณ์ป่วยเป็นโควิด-19 ทั้งบ้าน

วันจันทร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565, 21.54 น.

ย้อนดูข้อคิดเบื้องต้นกับ ดร.สันติธาร เสถียรไทย หรือ ดร.ต้นสน เจ้าของสมญานามนักเศรษฐศาสตร์ภาคเทคโนโลยีแห่งเอเชีย  แชร์ประสบการณ์ป่วยเป็นโควิด-19 ทั้งครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องบริหารจัดการที่ไม่ง่ายเลยจริงๆ

31 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สันติธาร เสถียรไทย หรือ ดร.ต้นสน เจ้าของสมญานามนักเศรษฐศาสตร์ภาคเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ลูกชายของ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์แลกเปลี่ยนประสบการณ์การติดชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนทั้งครอบครัว ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สันติธาร เสถียรไทย - Dr Santitarn Sathirathai เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีข้อความระบุว่า


ข้อคิดเบื้องต้นจากการป่วยเป็นโควิด-19 ทั้งบ้าน (โอมิครอน)
1.ติดง่ายมากแม้จะฉีดวัคซีนครบแล้ว

ผมและภรรยาติดโควิดจากลูกสองคน (4 และ 6 ขวบ) ซึ่งติดโควิดจากแม่บ้านอีกที ซึ่งไม่ชัดว่าติดจากในเครื่องบินตอนเดินทางหรือติดตอนออกไปตรวจโควิดที่ศูนย์อนามัยตอนกลับมาสิงคโปร์แล้ว (สิงคโปร์ให้ตรวจ ATK ทุกวันที่บ้านเป็นเวลา 7 วันและสองครั้งในนั้นต้องเข้าไปตรวจที่ศูนย์หลังจากกลับจากต่างประเทศ)

แม้เด็กจะยังไม่ได้รับวัคซีนแต่ผู้ใหญ่ทุกคน (รวมทั้งพี่เลี้ยงที่ติดคนแรก)ฉีดวัคซีน mRNA ครบ 2 เข็ม ไม่ Pfizer ก็ Moderna และยังไม่ถึง 6 เดือนดีจากครั้งสุดท้ายที่ฉีด

ตัวผมและภรรยาที่ติดเพราะต้องดูแลลูกทั้งสองคนไม่มีทางเลือกจึงเข้าใจได้ว่าวัคซีนอะไรก็คงเอาไม่อยู่หากอยู่ใกล้ชิดกับคนป่วยตลอดเวลาโดนลูกไอจามใส่ตลอด  แต่ในกรณีแม่บ้านเท่าที่คิดย้อนไปแทบไม่ค่อยได้มี exposure หรือการเสี่ยงต่อหารติดเชื้อเท่าไรเลยจึงยังค่อนข้างแปลกใจว่ารับเชื้อมาได้ไงเร็วมาก

การฉีดวัคซีน booster น่าจะสำคัญมากๆๆรีบฉีดนะครับอย่ารอโดยเฉพาะคนมีโรคประจำตัว

2.อย่าพึ่งการตรวจ ATK มากไป

จากประสบการณ์ครั้งนี้พบว่าในช่วงแรกๆที่ติดเชื้อและแม้แต่มีอาการบ้างแล้ว การตรวจ ATK อาจจะยังไม่ออกมาเป็นบวก เกือบทุกคนในบ้านผมทั้งเด็กและผู้ใหญ่เจอประสบการณ์นี้แม้จะใช้ยี่ห้อหลายแบบ ATK ในกรณีลูกแม้แต่มีไข้สูงแล้วก็ยังไม่เป็นบวกจนวันต่อมา

ดังนั้นการจะบอกได้ว่าคนๆนึงติดโควิดแล้วหรือยังด้วยการตรวจ ATK อาจต้องทำหลายวันต่อเนื่องและเราไม่ควรเชื่อผลลบของ ATK มากไป ต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้ออื่นๆด้วย

3.หากมีเด็กเล็ก(หรือคนที่ต้องการการดูแล)ควรวางแผนเผื่อไว้หากบางคนติดบางคนไม่ติด

ในสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะให้รักษาตัวที่บ้านตามอาการไม่ได้ไปนอนโรงพยาบาลนอกจากจะอาการหนักจริงๆ เราทุกคนจึงอยู่บ้านตลอดดังนั้นข้อนี้อาจไม่ค่อยเกี่ยวกับคนที่รักษาตัวที่รพ.

ความยากในช่วงต้นของการรักษาตัวที่บ้านคือลูกคนโตและแม่บ้านติดเชื้อแต่ลูกคนเล็กยังไม่ติด แต่เราทุกคนอยู่ในคอนโดเดียวกันและพี่น้องปกติตัวติดกันมากอยู่ด้วยกันตลอดจึงยากมากที่จะแยกเขาออกจากกัน

ช่วงแรกเราพยายามแบ่งเป็นคู่ ภรรยาอยู่กับคนเล็กที่ไม่ป่วยและผมอยู่กับคนโตที่ติด (เพราะคนเล็กค่อนข้างติดแม่) และให้ลูกเจอกันใน Metaverse ผ่านเกมออนไลน์ 

ซึ่งยากมากเพราะรูปแบบการใช้ชีวิตไม่ได้ดีไซน์มาแบบนั้น และพี่น้องคิดถึงกันมากแม้จะเข้าใจเหตุผลแต่ใจเขาก็ยังเผลอตลอด นอกจากนี้แม่เค้าก็เครียดเพราะอยากดูแลลูกที่ป่วยด้วยตัวเองแต่ต้องห่างเพื่อให้ลูกคนเล็กไม่ติด

สุดท้ายไม่เวิร์ค เพราะพอลูกป่วยไข้สูง พ่อไร้ความสามารถในการดูแล ต้องแม่เท่านั้น! ไปๆมาๆเลยแยกไม่ค่อยสำเร็จและทั้งคู่ก็ติดเชื้ออยู่ดี 

บทเรียนคืออาจต้องวางแผนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆทำ scenario ว่าถ้าคนนี้ป่วยคนนั้นไม่ป่วยจะทำไง และจะทำได้จริงมั้ย

4.เตรียมพร้อมว่า”ไม่มีคำตอบสุดท้าย”สถานการณ์เปลี่ยนตลอดเวลา

วิธีรับมือวันแรกๆ จะไม่เหมือนแผนวันหลังๆ ของการติดเชื้อในบ้านเพราะคนติดเชื้อจะมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่เคยแข็งแรงจะกลายเป็นคนป่วยและคนที่เคยป่วยอาจเริ่มหาย ดังนั้นจะต้องมีการเตรียมสลับฟังก์ชันระหว่างแต่ละคนในครอบครัวกันดีๆ

นอกจากนี้โรคนี้ยังเปลี่ยนเร็วมาก จากดูเหมือนไม่มีอาการๆภายในไม่กี่ชั่วโมงอาจกลายเป็นหนักมาขึ้นมา จึงต้องมีการเตรียมรับมือดีๆ เช่น ผมทำงานเบาๆไปด้วยในช่วงรักษาตัวไปด้วยวันนึงอาการอาจเป็นเพลียมากจนประชุมออนไลน์ไม่ไหว อีกวันอาจเจ็บคอจนพูดไม่ได้แต่พอทำงานอื่นได้

5.เด็กกับผู้ใหญ่เหมือนเป็นคนละโรคกัน

แม้จะเป็นเชื้อเดียวกันแต่อาการของเด็กกับผู้ใหญ่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ของลูกผมทั้งสองคนแทบไม่ใีอาการอะไรเลยนอกจากไข้สูงทะลุ 40 เป็นช่วงๆต้องให้ยาเช็ดตัวแล้วก็ลง นอกนั้นแทบดูไม่รู้ว่าป่วยและพลังของลูกชายสองคนนี้ไม่มีตกเลย ทั้งสองคนไม่ได้รับยาอะไรนอกจากรักษาตามอาการ

ของผู้ใหญ่จะมีอะไรคล้ายๆกัน มีไข้ ปวดหัว เจ็บคอ เพลียมากๆๆ เหนื่อยง่ายแม้ในช่วงฟื้นตัว (และอาการไม่ได้เบาขนาดที่หลายคนคิดนะครับ)

ใครมีลูกให้นึกภาพเราหมดแรงในวันที่ลูกพลังเหลือมากๆ

ป.ล. ทั้งนี้อาการแต่ละคนคงไม่เหมือนกันนะครับ อย่าเอาที่เขียนนี้ไปทำให้ประมาทว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่เป็นไรมากเพราะคงเป็นแล้วแต่เคสจริงๆ แค่จะบอกว่าผู้ใหญ่-เด็กอาการต่างกันมากจากประสบการณ์ตนเอง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อคิดเบื้องต้นนะครับ เพราะผมก็ยังไม่หายแต่ลูกๆดีขึ้นแล้ว อยากแชร์เรื่องเหล่านี้เผื่อจะมีประโยชน์กับบางครอบครัวครับเพราะเชื่อว่าwave นี้คงมีคนติดเยอะทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก สันติธาร เสถียรไทย - Dr Santitarn Sathirathai

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top