วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
ประชาชนเริ่มตั้งข้อสงสัยใครอนุญาตให้จัดงานที่บริเวณลานจอดรถวัดธาตุ หลังสำนักงานเขตวัฒนาแจ้งยกเลิก "พระราชวรญาณโสภณ" เจ้าอาวาสไม่ได้เซ็นอนุญาต จี้ถาม "ไวยาวัจกรวัด" ใครให้อำนาจมาจัด พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินรายได้จากการจัดงานไปอยู่ที่ไหนเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ความคืบหน้ากรณีประชาชนร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตวัฒนาขอให้ยกเลิกการจัดงานในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาช่วงวันที่ 13 -21 ก.ค.65 ภายในบริเวณลานจอดรถวัดธาตุทอง เขตวัฒนา กทม.เนื่องจากเป็นช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิดกลับมาระบาดรอบใหม่จึงไม่เหมาะที่จะรวมกลุ่มทำกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการสุ่มเสี่ยงให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ โดยเฉพาะภายในบริเวณวัดธาตุทอง เนื่องจากเกรงจะส่งผลกระทบกับโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง, โรงเรียนวัดธาตุทอง, โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง และเป็นห่วงเรื่องกิจกรรมที่อาจขัดต่อหลักศาสนาและสร้างความเดือดร้อนต่อส่วนรวมมากกว่าเกิดประโยชน์ ซึ่งทางผู้อำนวยการเขตวัฒนาได้มีหนังสือแจ้งขอยกเลิกการจัดงานไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.65 ที่ผ่านมา และพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ก็ไม่ได้เซ็นอนุญาต ตามที่ข่าวได้เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 ก.ค.65 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการจัดงานบรรยากาศคึกคักกว่าวันที่ 13 ก.ค.65 ที่ผ่านมา จากการสำรวจบริเวณจัดงานตามเต็นท์ต่างๆ ที่ทางผู้จัดงานจัดไว้สำหรับให้พ่อค้าแม่ค้าเช่าพื้นที่ขายของล็อกละ 15,000 บาทนั้น คาดว่าน่าจะมีประมาณ 50-60 ล็อก แต่ยังเหลืออีกหลายล็อกที่ยังไม่มีคนเข้าไปจับจองขายของ ซึ่งทางผู้จัดการบอกว่าผู้ที่ต้องการจะเข้าไปจองล็อกเพื่อขายของช่วงนี้ก็ยังสามารถเข้าไปจองได้แต่จะต้องติดต่อไปยังผู้จัดงานและไปจ่ายเงินที่หน้างาน
.jpg)
จากการสอบถามผู้ที่มาขายของภายในงานที่ลงจองล็อกพื้นที่ขายของไว้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ได้จองล็อกออกร้านขายของในงานวัดธาตุทองเป็นประจำทุกปี โดยจะโอนเงินจองมัดจำล็อกเดิมเป็นประจำทุกปี ซึ่งทางผู้จัดงานจะรู้อยู่แล้วเพราะมีข้อมูลของพ่อค้าแม่ค้าทุกคน โดยเขาก็จะจัดล็อกเดิมไว้ให้ ซึ่งปีที่ผ่านมาๆ จะคึกคักกว่านี้ ส่วนปีนี้ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด
ขณะที่แหล่งข่าวจากภายในวัดรายหนึ่งเปิดเผยว่า การจัดงานที่วัดธาตุทองปกติจะมีขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยผู้จัดจะเป็นเจ้าเดิม แต่ปีนี้มาจัดตรงกับวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา รวมทั้งมีปัญหาในเรื่องการแพร่ระบาดโควิด จนมีประชาชนเรียกร้องให้มีการเลิกจัดงานเนื่องจากไม่สมควร เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน ซึ่งมีโรงเรียนทั้งหมด 3 แห่ง คือ โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง, โรงเรียนวัดธาตุทอง และโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง นอกจากนี้ ยังจะส่งผลกระทบกับพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญภายในวัดเกี่ยวกับปัญหาที่จอดรถด้วย

"ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่างานนี้ได้มีการจัดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะทางสำนักงานเขตวัฒนา โดยผู้อำนวยการเขตวัฒนา ก็ได้มีหนังสือแจ้งขอยกเลิกการจัดงานมายังพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทองแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.65 ที่ผ่านมาและทราบว่าเจ้าอาวาสวัดธาตุทองท่านก็ไม่ได้เซ็นอนุญาต แต่ให้คนจัดงานไปคุยกับทางสำนักงานเขต ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปสอบถามไวยาวัจกรวัดว่า แล้วใครเป็นผู้อนุญาตให้มีการจัดงาน และใครให้อำนาจมาจัด ถ้าไม่มีการแอบอ้างชื่อท่านเจ้าอาวาสให้มีการจัดงานนี้ขึ้น ส่วนรายได้จากการจัดงานนี้ไปอยู่ที่ไหนเรื่องนี้ก็จะต้องมีการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนเช่นกัน เนื่องจากตอนนี้ประชาชนและสังคมเริ่มเกิดข้อสงสัยขึ้นมาแล้ว" แหล่งข่าวรายนี้ เผย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไวยาวัจกรวัดธาตุทองมีทั้งหมด 10 คนเสียชีวิตไปแล้ว 1 คนปัจจุบันจึงเหลืออยู่ 9 คน ในจำนวน 9 คนนี้มีอยู่ 4 คนที่ผ่านมาไม่เคยเข้ามามีบทบาทภายในวัดเลย ส่วนอีก 1 คนนานๆ จะมาวัดครั้ง จึงเหลืออยู่เพียง 4 คนเท่านั้นที่มีบทบาทอยู่ในวัด ทั้งนี้ สำหรับไวยาวัจกรวัดธาตุทอง ไม่มีเงินเดือน ซึ่งผู้ที่เข้ามาเป็นไวยาวัจกรวัดจะต้องเป็นผู้ที่เสียสละและทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากวัดธาตุทองแจ้งว่า ในวันที่ 15 ก.ค.65 นี้จะเริ่มมีงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ คาดว่าการจัดงานดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่มาร่วมงานอย่างแน่นอน - 003
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี