วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สุดเสียดายอนาคตน้องเอ! เตรียมบินเรียนต่ออเมริกา หลังพ่ออยู่ต่างชาติห่วงลูกชายอยากรับไปอยู่ด้วยต้องมาจบชีวิตเพราะรถพ่วงมรณะคนขับหลับใน "ส.ส.เดือน มนพร" ร่วมไว้อาลัยมอบเงินช่วยเหลือทำศพ ญาติ พร้อมเพื่อน นักศึกษา แห่ร่วมอาลัยเผาศพส่งไปสวรรค์ เผยเป็นคนรักกีฬาฟุตบอล มีจิตอาสา รักพวกพ้อง เคยเปรยอนาคตหากไม่บินไปเรียนต่ออเมริกา จบการศึกษาอยากทำฟาร์มโคขุน ญาติระบุวิญญาณน้องเอยังห่วง เข้าฝันอยากให้คนขับมาขอขมา แต่อ้างยังบาดเจ็บ
ป่าช้าบ้านกุดสะกอย หมู่ 7 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อ 14 ก.ค.65 เวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา ดร.มนพร เจริญศรี (เดือน) ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย/รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในการประกอบพิธีฌาปนกิจศพ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวแก่ นายธนาวุฒิ ยะสา หรือน้องเอ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาพืชศาสตร์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม เหยื่อรถกึ่งพ่วงมรณะ จากการที่โชเฟอร์หลับในพุ่งชนรถจักรยานยนต์จนเสียชีวิตคาที่ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.65 ใกล้จุดยูเทิร์นอันตราย ห่างจากตัวเมืองประมาณหลัก กม.ที่ 13 ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 212 ตอนท่าควาย - กลางน้อย เขตพื้นที่ บ้านหนองเซา ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ส่วนเพื่อนซ้อนท้าย คือ นายยศพล ฮ่มซ้าย หรือน้องบีม อายุ 20 ปี เป็นชาว จ.อุบลราชธานี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาพืชศาสตร์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร อาการยังวิกฤตถูกตัดขาซ้าย ส่วนสาเหตุคาดว่าคนขับรถบรรทุกหลับใน และในที่เกิดเหตุไม่มีรอยเบรกแม้แต่นิดเดียว ซึ่งมีภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี

โดยมี นายสมหมาย ก่านจันทร์ อายุ 65 ปี พร้อมภรรยา คือ นางสมหมาย ก่านจันทร์ อายุ 67 ปี ชาวบ้านกุดสะกอย ม 7 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม มีฐานะเป็นพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง เนื่องจากแม่น้องเอเสียชีวิตตั้งแต่อายุแค่ 1 ขวบ ส่วนพ่อแท้ๆ เป็นชาวลาวได้เดินเรื่องไปทำงานในประเทศที่ 3 คือสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ได้มีการร่วมประกอบพิธีไว้อาลัย ฌาปนกิจ ตามประเพณีความเชื่อ มีทั้งญาติพี่ น้อง และเพื่อนนักศึกษา เดินทางมาร่วมงาน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนบริษัทเจ้าของรถบรรทุก เดินทางมาร่วมไว้อาลัย และแสดงความรับผิดชอบเยียวยาชดเชยความเสียหายทั้งหมด อีกทั้งได้กล่าวว่ารถบรรทุกคันเกิดเหตุ มีกรมธรรม์คุ้มครองตามกฎหมาย
นายสมหมาย ก่านจันทร์ อายุ 65 ปี พ่อเลี้ยงน้องเอ เปิดเผยว่า ตนเป็นญาติทางแม่น้องเอ ที่เสียชีวิตตั้งแต่น้องเอได้ 1 ขวบ จึงรับเลี้ยงดูตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนพ่อน้องเอที่เป็นชาวลาวก็ไม่ได้ทอดทิ้ง ยังคงติดต่อพูดคุยกับลูกชายตลอด ที่สำคัญไม่นานมานี้ ได้วางแผนทำเอกสารให้ลูกชาย เพื่อจะให้เดินทางไปเรียนต่อ และทำงานที่สหรัฐอเมริกา อีกทั้งอยากได้ลูกไปอยู่ใกล้ชิด แต่ติดช่วงโควิดจึงรอสถานการณ์คลี่คลาย

โดยพื้นฐานส่วนตัวน้องเอเป็นเด็กเรียนดีมาตั้งแต่น้อย รักครอบครัว ไม่เคยเกเร ทำงานด้านการเกษตรช่วยเหลือครอบครัวเสมอ เคยวางอนาคตไว้ว่าหากไม่ไปทำงานที่ต่างประเทศกับพ่อ จะเปิดฟาร์มวัวเลี้ยงโคขุน เนื่องจากศึกษามาด้านนี้ ไม่คิดว่าสุดท้ายจะมาอายุสั้นเพราะอุบัติเหตุ อยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินคดีกับคู่กรณีให้ถึงที่สุด ส่วนความเสียหายตนคิดไว้ในใจเท่าไหร่ก็ไม่คุ้มค่ากับคนที่ตายไป แต่หากมีการชดเชยตามกระบวนตามกฎหมาย จะต้องไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ยอมรับเสียดายอนาคตน้องเอมาก เมื่อคืนวันก่อนมีญาติฝันว่าวิญญาณน้องเอยังห่วง และยังคาใจอยากให้คนขับมาขอขมาครอบครัว แต่คนขับยังอ้างว่ารักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งทางญาติจะได้ไปประกอบพิธีตามความเชื่อ เชิญวิญญาณจากที่เกิดเหตุ เพื่อส่งไปสู่ภูมิภพที่ดี
ด้านน้องนิ๊กเพื่อนสนิทของน้องเอผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนและเพื่อนรู้สึกเสียใจมากที่สูญเสียเพื่อนไป ทั้งที่เป็นคนดี รักพวกพ้อง ขยันทำงานช่วยครอบครัว เป็นคนรักงานเกษตร เคยพูดกับตนว่าอยากทำธุรกิจส่วนตัว ทำฟาร์มเกษตร เพื่อช่วยเหลือสร้างรายได้ให้ครอบครัว ก่อนนี้ไม่กี่วันยังพูดคุยกันสนุกสนาน ไม่มีลางบอกเหตุเลย ซึ่งตนได้ย้ำเตือนเสมอว่าขับรถจักรยานยนต์ ให้ระมัดระวัง กลัวจะเกิดอุบัติเหตุสุดท้ายต้องมาจบแบบนี้ เสียดายอนาคตเพื่อนมากต้องมาจากไปแบบนี้ - 003
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี