วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
หลายคนที่เคยผ่านไป-มาบริเวณที่มีการทำ “นาข้าว” อาจจะเคยเห็น“ทุ่งสีขาวโพลน” แล้วมองว่ามันสวยดีถึงขั้นถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกแต่จริงๆ แล้วนั่นคือ “ข้าววัชพืช” ซึ่งสามารถเติบโตได้รวดเร็วจนขึ้นสูงปกคลุมข้าวที่ชาวนาตั้งใจปลูก “ข้าววัชพืชนั้นแย่งทรัพยากรที่จำเป็นของข้าวที่ชาวนาปลูกทั้งแร่ธาตุอาหารในดินและแสงแดด..แต่ชาวนาไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย เพราะเมล็ดหลุดร่วงไปก่อนที่จะเก็บเกี่ยวได้” จึงเป็นภัยคุกคามสำคัญของชาวนา
เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวมีโอกาสติดตามทีมงานของ สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย ไปดูพื้นที่ที่ใช้เป็นแปลงสาธิตการควบคุมและกำจัดข้าววัชพืช ณ จังหวัดสิงห์บุรี โดยนายกสมาคมฯ จรรยา มณีโชติ อธิบายว่า ข้าววัชพืชนั้นเป็นญาติกับข้าวที่มนุษย์นำมาปลูกเพื่อรับประทาน โดยมีบรรพบุรุษร่วมกันคือข้าวป่า ซึ่งต่อมานักปรับปรุงพันธุ์พืชได้คัดเลือกสายพันธุ์ข้าวที่ดี เช่น ไม่ร่วง ออกรวงโตสม่ำเสมอ มาใช้เป็นพันธุ์ข้าวทางการเกษตร ส่วนข้าววัชพืชคือสายพันธุ์ที่ไม่ดี เช่น เมล็ดในสีแดง-เปลือกสีดำ หางยาว ร่วงก่อนการเก็บเกี่ยว
“ข้าววัชพืชที่เห็นชัดที่สุดคือระบบนาหว่าน การทำนาหว่านก็จะเห็นข้าวนี้เยอะกว่านาดำ เพราะข้าวเรามันงอกไล่ๆ กับข้าววัชพืชเวลาทำนาดำสมัยก่อนไม่ค่อยเจอข้าววัชพืช เพราะเราถอนกล้าอายุ1 เดือน ดำลงไปในน้ำ โอกาสที่ข้าววัชพืชจะแข่งกับเราน้อยมาก แต่พอเราเปลี่ยนมาเป็นระบบนาหว่านก็คือข้าวกับข้าววัชพืชงอกใกล้เคียงกัน แต่ข้าววัชพืชมันจะเก่งกว่า ถ้ามันงอกขึ้นมาแล้วมันจะโตเร็วกว่า และอายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่า มันก็แย่งอาหารทุกสิ่งทุกอย่างแย่งปัจจัยการผลิต น้ำ แสงแดด ทุกอย่างมันกินเหมือนข้าวเลย”จรรยา กล่าว
สำหรับวิธีการกำจัดข้าววัชพืช “หากเป็นปัญหาหนักระดับที่ผลผลิตเสียหายเกินครึ่งหนึ่งของแปลงนาไปแล้ว” ต้องยอมเสียเวลาและเสียแรง “ไถล่อ” คือแสร้งทำเหมือนเตรียมแปลงจะปลูกข้าว แต่ทำแล้วปล่อยให้ข้าววัชพืชขึ้นมาให้เต็มที่ ซึ่งผ่านไปประมาณ 15 วันนับจากที่เห็นข้าววัชพืชงอก ก็ให้กำจัดโดยฉีดกลูโฟซิเนต (Glufosinate) เมื่อข้าววัชพืชตายหมด ขั้นตอนต่อไปคือการ “ตีดิน-ทำเทือก” โดยยังไม่ต้องไล่น้ำออก ปล่อยให้ระดับน้ำสูงประมาณ 10 เซนติเมตร แล้วฉีดไดเมทธานามีด (Dimethenamid)ลงไปในน้ำ
ซึ่งสารที่ฉีดจะไปจับกับตะกอนดิน ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วันแล้วจึง “เฉาะร่อง” หรือการไล่น้ำออกจากแปลงนาจนแห้ง ถึงขั้นตอนนี้แล้วเมล็ดข้าววัชพืชที่จมอยู่ใต้ดินจะไม่สามารถงอกทะลุดินขึ้นมาได้เป็นจำนวนมากอีก เพราะไดเมทธานามีดที่เคลืยบผิวดินจะทำปฏิกิริยากับยอดข้าววัชพืชที่พุ่งขึ้นมาทำให้ข้าววัชพืชตาย แล้วจึงนำแมล็ดข้าวที่เตรียมการ “แช่ข้าว” ไว้แล้วมาหว่านลงในแปลงไดเมทธานามีดนั้นไม่ทำปฏิกิริยากับรากข้าวจึงไม่ทำให้ข้าวที่ชาวนาตั้งใจปลูกตาย แต่วิธีนี้ “ต้องทำให้พื้นนาเรียบ” จึงจะได้ผลดีกว่าการใช้กับนาที่เป็นหลุมตะปุ่มตะป่ำ
อย่างไรก็ตาม “สำหรับแปลงนาที่ปัญหายังไม่รุนแรง..ปริมาณข้าววัชพืชไม่มากนัก” สามารถควบคุมและกำจัดได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดย “เมื่อนับจากวันที่หว่านข้าวลงนาไปแล้ว 15-30 วัน หากพบต้นพืชที่สูงเด่นผิดสังเกตจากต้นอื่นๆ และมีลักษณะเป็นต้นแหลม-ใบเหลือง-โคนแดง นั่นคือข้าววัชพืช ให้ถอนทิ้งได้เลย” เพราะข้าวที่ชาวนาตั้งใจปลูกปกติ ทั้งส่วนโคน ต้นข้าวและใบจะเป็นสีเขียวทั้งหมด อีกทั้งสูงเป็นแนวสม่ำเสมอไม่เหลื่อมล้ำต่างกันจนมองเห็นได้ชัด
ซึ่งแม้จะต้องคอยไล่สังเกตและถอนทิ้งเป็นระยะๆ เพราะเมล็ดข้าววัชพืชเท่าที่เคยมีการเก็บข้อมูล พบว่าสามารถมีชีวิตอยู่ใต้ดินได้นานตั้งแต่ 2-12 ปี แต่ก็ดีกว่าการปล่อยให้ระบาดจนยึดครองพื้นที่และแย่งทรัพยากรจากข้าวที่จะปลูก จนต้องเสียเวลาปล่อยแปลงนาและเสียต้นทุนค่าสารกำจัดวัชพืช ส่วน “วิธีการป้องกันไม่ให้ข้าววัชพืชมาอยู่ในแปลงนา” สามารถทำได้ 2 ส่วน คือ 1.เมล็ดพันธุ์ข้าวต้องซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ได้รับมาตรฐานรับรองจากหน่วยงานภาครัฐว่าเป็นพันธุ์สะอาด และหากจะให้มั่นใจยิ่งขึ้นควร “ลอยน้ำเกลือ”ก่อนนำไปปลูก
“คนสมัยก่อนเขาลอยน้ำเกลือ คือเอาข้าว เอาน้ำ และเอาเกลือใส่ลงไป แล้วก็เอาไข่ไก่ดิบ พอเกลือสักประมาณ 10% พอละลายดีแล้ว เอาไข่ใส่ลงไป ไข่จะลอยขึ้นมา ฉะนั้นพอเอาข้าวเปลือกลงไปใส่ พวกข้าวลีบ ข้าววัชพืชส่วนใหญ่จะลีบ มันจะลอยขึ้นมาหมดเลยเม็ดหญ้าอะไรต่อมิอะไรที่มันเบาๆ หน่อย ก็ช้อนออก แล้วก็เอาไปล้างน้ำแล้วเอาไปแช่ อันนี้เป็นวิธีที่จะช่วยกรองเมล็ดข้าววัชพืชออกได้เลย” นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย อธิบาย
การลอยเกลือจะทำต่อเมื่อเตรียมนำเมล็ดนั้นไปลงแปลงปลูก โดยหลังจากแยกสิ่งเจือปนออกแล้วให้นำเมล็ดพันธุ์ไปล้างน้ำแล้วเข้ากระบวนการแช่ข้าวและบ่มข้าวเพื่อเตรียมปลูก ขณะที่อีกส่วนที่ต้องป้องกันคือ 2.รถเกี่ยว ปัจจุบันพบการระบาดของข้าววัชพืชทั่วประเทศ จากเดิมที่มักพบในภาคกลาง ระยะหลังๆ ก็พบในภาคเหนือบ้าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้าง ซึ่งมาจากการติดไปกับรถเกี่ยวที่ตระเวนรับจ้างเกี่ยวข้าว ดังนั้น “ควรทำความสะอาดตู้เก็บข้าวในรถเกี่ยวหลังส่งข้าวแล้วทุกครั้ง” โดยเกษตรกรอาจลงทุนจ้างให้ล้างก็ได้ ซึ่งดีกว่าปล่อยให้มาระบาดแน่นอน
สามารถดูวิธีการกำจัดข้าววัชพืชในรูปแบบ Infographic ที่เข้าใจง่าย หรือสอบถามข้อสงสัยได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี