วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
แค่ขี้เซา? เช็คด่วนร่างกายอาจเตือนว่ากำลังเป็น'โรคนอนเกิน' เกิดจากความผิดปกติจากร่างกาย-จิตใจ

แค่ขี้เซา? เช็คด่วนร่างกายอาจเตือนว่ากำลังเป็น'โรคนอนเกิน' เกิดจากความผิดปกติจากร่างกาย-จิตใจ

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.04 น.
Tag : พักผ่อนไม่เพียงพอ โรคนอนเกิน อดนอน
  •  

25 มกราคม 2566 การนอนเป็นการพักผ่อนร่างกายและจิตใจที่ดี ไม่ว่าในแต่ละวันเราพบเจอกับเหตุการณ์อะไรที่หนักหน่วงมาก็ตาม การนอนจะช่วยเยียวยาทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่การนอนหลับยาวๆ แบบข้ามวันข้ามคืนแทนที่จะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น แต่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายหรือร่างกายกำลังส่งสัญญาณโรคง่วงนอนมากผิดปกติก็เป็นได้

ทำความรู้จักโรคง่วงนอนมากผิดปกติ 


โรคง่วงนอนมากผิดปกติ หรือ โรคนอนเกิน (Hypersomnia) เป็นโรคที่ทำให้รู้สึกง่วงนอนมากทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน มีอาการนอนหลับเกินพอดี ขึ้เซา นอนมากเท่าไหร่ก็ยังไม่เพียงพอ งีบหลับระหว่างวันหลายครั้ง แม้แต่ในเวลาที่รับประทานอาหาร พูดคุยกับผู้อื่นก็สามารถนอนหลับได้ หากได้นอนแล้วอาจตื่นยากกว่าปกติ มีระยะเวลาในการนอนมากกว่า 8 ชั่วโมง และมีอาการอ่อนเพลียอยากกลับไปนอนอีก
สาเหตุของโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

โรคนี้ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรม หรือบุคลิกส่วนตัว แต่เป็นโรคที่เกิดจากทางร่างกายและจิตใจ มีโอกาสเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จึงควรระมัดระวังสาเหตุต่างๆ ดังนี้

- อดนอนบ่อยและเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายรู้สึกว่านอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

- นาฬิกาชีวิตแปรปรวน เวลานอนผิดปกติ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศที่มีช่วงเวลาที่ต่างกันมากๆ

- ฮอร์โมนในร่างกายหรือสารเคมีในสมองผิดปกติ ทำให้นอนมากเกินไป

- นอนกรน มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

- สมองได้รับการบาดเจ็บ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับสมองต่างๆ

- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ

ผลเสียของโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

โรคง่วงนอนมากผิดปกติ ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ความจำแย่ลง หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล และยังมีผลเสียอื่นๆ เช่น

- ทำร้ายสมอง เพราะการนอนมากเกินไปทำให้สมองเฉื่อยชา คิดหรือทำอะไรเชื่องช้า ไร้ชีวิตชีวา มึนงงตลอดเวลา ขยับร่างกายน้อยลงส่งผลให้กระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อประสิทธิภาพลดลง

- ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน ชีวิตไม่ค่อยมีความสุข เพราะฮอร์โมนด้านความสุข เช่น เซโรโทนินและเอ็นดอร์ฟินที่สัมพันธ์กับการนอนลดลง

- อ้วนง่าย เพราะร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว ส่งผลต่อการเผาผลาญของร่างกาย อาจทำให้โรคอื่นๆ ตามมาได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ

- มีบุตรยาก เพราะฮอร์โมนเพศหญิงจะเป็นปกติเมื่อมีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ

- เสี่ยงต่อการหยุดหายใจเฉียบพลันหรือไหลตาย เพราะเนื้อสมองตายเนื่องจากการดับไปของสัญญาณสมองที่นานเกินกว่าเวลานอนปกติของคนทั่วไป

- อายุสั้น มีผลวิจัยในปี 2010 ออกมาว่า ผู้ที่นอนนานเกิน 9 ชั่วโมงต่อวัน จะมีโอกาสเสียชีวิตเร็วกว่าผู้ที่นอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะร่างกายไม่ได้ขยับ ไม่ได้เพิ่มออกซิเจนให้อวัยวะภายใน

วิธีป้องกันโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

- เข้านอนตรงเวลาทุกวัน กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมติดต่อกัน นอนหลับพักผ่อน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป หากตื่นแล้วให้ลุกจากเตียง ไม่ต่อเวลาในการนอนออกไปอีก

- ใช้ยานอนหลับเท่าที่จำเป็นหรือตามแพทย์สั่ง หากนอนไม่หลับควรปรับวิธีการนอนด้วยตัวเอง เพราะการรับประทานยาเป็นประจำอาจทำให้ดื้อยา หรือส่งผลเสียต่อตับ และระบบประสาทได้

- หลีกเลี่ยงการนอนตอนกลางวัน หรือหากงีบกลางวันไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง เพราะจะทำให้นอนไม่หลับในเวลากลางคืน และจบลงด้วยการนอนนานมากขึ้นกว่าเดิม

- อาบน้ำก่อนนอน เพื่อให้ร่างกายสะอาด สบายเนื้อสบายตัว

- รองท้องก่อนนอน เช่น ดื่มนมอุ่นๆ ช่วยให้อิ่มท้อง หลับสบาย ตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดชื่น

- หากิจกรรมก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวและผ่อนคลาย

- รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ งดเครื่องดื่มชา กาแฟ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาล

การนอนให้เป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอจะช่วยป้องกันโรคง่วงนอนมากเกินไปได้ และทำให้ร่างกายคุ้นชิน สร้างระบบนาฬิกาชีวภาพที่จะช่วยให้ตื่นนอนอย่างสดชื่น นอกจากนี้ควรหมั่นออกกำลังกาย แต่หากทำตามคำแนะนำทั้งหมดแล้วยังมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

นิด้าโพลฟันธง!!! ภท.อันดับ 1 เฉือน ปชน.-กทม.ส้มกวาดเรียบ 33 เขต

กกต.ให้เดินหน้าต่อ ปม กปน.น่าน ฉีกบัตรเลือกตั้ง 69 ใบ โยนที่ประชุมใหญ่ชี้ขาดเลือกตั้งใหม่

บริษัทคริปโตเกาหลีพลาดแรง แจกบิตคอยน์กว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ ให้ลูกค้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

บุฟเฟต์กลางไฟแดง! คลิปช้าง 2 เชือกแอบจิ๊กอ้อยคันข้างๆ น่าเอ็นดู

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved