วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
‘ลงโทษนักเรียน’อย่างไรไม่ละเมิดสิทธิ?

‘ลงโทษนักเรียน’อย่างไรไม่ละเมิดสิทธิ?

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : ลงโทษนักเรียน ละเมิดสิทธิ
  •  

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมานายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการกระทำของครูหัวหน้าฝ่ายปกครอง โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง จากกรณีการลงโทษนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 คน

ด้วยการให้ถอดกางเกงพลศึกษาจนเหลือแต่กางเกงชั้นในและกางเกงขาสั้นผู้ชาย (บ๊อกเซอร์) โดยให้ยืนหันหน้ามาทางครูหัวหน้าฝ่ายปกครองผู้ถูกร้อง และหันหลังให้กับเพื่อนนักเรียนจำนวนมากที่กำลังเดินขึ้นอาคารเรียนหลังเลิกแถว จากนั้นได้ดำเนินการอบรมสั่งสอนนักเรียนชายกลุ่มดังกล่าวเนื่องจากทั้ง 4 คน ได้ร่วมกันแกล้งเพื่อนนักเรียนชายขาพิการคนหนึ่งซึ่งเรียนอยู่ห้องเดียวกันด้วยการฉีกแขนเสื้อจนขาดและดึงกางเกงลง ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำให้นักเรียนได้รับความอับอาย จึงขอให้ตรวจสอบ


กสม. พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 ให้การรับรองสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียงและครอบครัว การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลจะกระทำมิได้ ขณะที่อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 16 กำหนดว่า เด็กจะไม่ถูกแทรกแซงโดยพลการ หรือโดยไม่ชอบในความเป็นอยู่ส่วนตัวต่อเกียรติและชื่อเสียง

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ครูผู้ถูกร้องให้เหตุผลของการลงโทษว่ามีเจตนาที่ต้องการอบรมสั่งสอนนักเรียนทั้งสี่คนให้เข้าใจถึงความรู้สึกของเพื่อนนักเรียนชายขาพิการที่ถูกกลั่นแกล้งในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ส่วนผู้ปกครองของนักเรียนที่ถูกลงโทษบางคนไม่พอใจการกระทำของครูผู้ถูกร้อง จึงได้ร้องเรียนไปยังโรงเรียน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยอง และ กสม. รวมทั้งแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเผยแพร่เรื่องราวไปในสื่อสังคมออนไลน์

จากนั้นโรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จริง และสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ครูผู้ถูกร้อง หลังเกิดเหตุการณ์นี้แล้ว โดยนักเรียนทั้งสี่คนไม่ติดใจการลงโทษของผู้ถูกร้องแต่อย่างใด ต่อมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสองฝ่าย โรงเรียนและครูผู้ถูกร้องสามารถเจรจาตกลงกันได้ เรื่องจึงยุติ อย่างไรก็ตาม กสม. เห็นว่า แม้จะปรากฏว่านักเรียนทั้งสี่คนกลั่นแกล้งเพื่อนนักเรียน ซึ่งเป็นคนพิการด้วยการฉีกเสื้อและถอดกางเกง อันเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตามกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ข้อ 1 (6)

ที่กำหนดให้นักเรียนต้องไม่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือกระทำการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี และแม้ครูผู้ถูกร้องอาจลงโทษนักเรียนโดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน แต่ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ข้อ 5 และข้อ 6 ซึ่งมี 4 สถาน ได้แก่ (1) ว่ากล่าวตักเตือน (2) ทำทัณฑ์บน (3) ตัดคะแนนความประพฤติ และ (4) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยห้ามลงโทษนักเรียนด้วยการกลั่นแกล้ง หรือด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท

ดังนั้น การที่ครูผู้ถูกร้องสั่งลงโทษนักเรียนทั้งสี่คนโดยให้ถอดกางเกงแม้จะมีเจตนาเพื่ออบรมสั่งสอน แต่ทำให้นักเรียนทั้งสี่คนรู้สึกอับอาย จึงเป็นการลงโทษที่ไม่เป็นไปตามระเบียบฉบับดังกล่าว และกระทบต่อสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 17 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 16 ให้การรับรองและคุ้มครองไว้ จึงเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นายวสันต์ กล่าวต่อไปว่า แม้ว่าเรื่องดังกล่าวได้มีการตกลงกันและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมจนได้ข้อยุติแล้ว แต่เพื่อป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนลักษณะนี้ขึ้นอีกในโรงเรียนแห่งดังกล่าว ประกอบกับเห็นว่าเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างนักเรียนด้วยกันหรือระหว่างครูกับนักเรียน ยังเกิดขึ้นเป็นระยะ เช่น ครูใช้ไม้เรียวตีนักเรียนที่ก้นจนเกิดอาการเขียวช้ำ ครูใช้แก้วกาแฟปาใส่นักเรียนจนเป็นเหตุให้ใบหน้าผิดรูป เป็นต้น

กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2566 จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะต่อโรงเรียนเอกชนแห่งดังกล่าว รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดำเนินการ สรุปได้ ดังนี้ (1) ให้โรงเรียนเอกชนแห่งดังกล่าว กำชับครูที่ทำหน้าที่ฝ่ายปกครองให้ตระหนักว่าการลงโทษนักเรียนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 โดยเคร่งครัด และเคารพสิทธิมนุษยชนของนักเรียน

(2) ให้กระทรวงศึกษาธิการ กำกับดูแลส่วนราชการในสังกัดให้กำชับหรือซักซ้อมความเข้าใจแก่โรงเรียนและสถานศึกษาเป็นระยะๆ รวมทั้งอบรมให้ความรู้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่บรรจุใหม่หรือที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา เพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงผลกระทบจากการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาพ.ศ.2548

ทั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานอาจจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนหรือนักศึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง พ.ศ.2548 โดยสอดแทรกกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เคารพในสิทธิมนุษยชนและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติด้วย

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

อนุทินฟังคลิปเสียงคล้ายศักดิ์ดาแล้ว ลั่นให้เจ้าตัวตอบเอง ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน

ศุภชัย จ่อฟ้อง ษัษฐรัมย์ ใส่ร้ายโยงคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม

ศุภชัย ยัน ภูมิใจไทย ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่วาทกรรมช่วงหาเสียง

โฟล์ค-รักชาติ แฉขบวนการปั่นเฟคนิวส์ ตัดต่อภาพพรรครักชาติ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved