Logo วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
537.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
สกู๊ปแนวหน้า : ‘เคว้ง-หมดไฟ-ใจล้า’  วิกฤตคนรุ่นใหม่‘เจนแซด’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เคว้ง-หมดไฟ-ใจล้า’ วิกฤตคนรุ่นใหม่‘เจนแซด’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 02.00 น.
Tag : GEN Z
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“ถ่างผิง (Tang Ping)”, “ซาโตริ (Satori)”, “เดอะ เกรท รีซิกเนชั่น (The Great Resignation)”แม้จะต่างกันด้วยภาษา คือ จีน ญี่ปุ่น และอังกฤษตามลำดับ แต่ความหมายนั้นคล้ายกันคือ “การที่บุคคลเลิกมุ่งมั่นขยันหมั่นเพียรไล่ตามความฝัน แต่เลือกทำงานและใช้ชีวิตพอให้อยู่ไปวันๆ ไม่วางเป้าหมายระยะยาว” ซึ่งกระแสนี้ถูกพูดถึงมากในปัจจุบันไม่ว่าโลกตะวันออกหรือตะวันตก โดยเฉพาะกับ “คนรุ่นใหม่-เจนแซด (Generation Z)” หมายถึงคนที่เกิดในช่วงปี 2540-2555 (หรือบางแห่งก็หมายถึงเกิดปี 2538-2553) ที่พบการใช้ชีวิตลักษณะนี้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่ที่ “หมดอาลัยตายอยาก”ข้างต้น มีความพยายามอธิบายกันมากว่า “เพราะยุคสมัยปัจจุบันที่พวกเขาอยู่นั้นมองไม่เห็นอนาคต” ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นและค่าครองชีพที่แพงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ ทำให้อย่าว่าแต่เก็บหอมรอบริบสร้างเนื้อสร้างตัวแบบคนรุ่นพ่อแม่ ลำพังจะเอาตัวรอดให้พ้นแต่ละวันก็ยากแล้ว ซึ่งเมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ก็ดูจะเป็นแบบเดียวกัน


ดังเรื่องเล่าจากนักวิชาการและคนทำงานกับคนรุ่นใหม่ ในวงเสวนา “Lost & Found: ตามหาความฝันที่หล่นหายของคน GEN Z” จัดโดย The MATTER และ The Active เมื่อเร็วๆ นี้ เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึง 4 ปัจจัยที่ “กินฝัน”
ของผู้คน คือ 1.โลกหมุนเร็วขึ้น ในอดีตกาลเมื่อกระแสโลกเจะปลี่ยนแปลงมักใช้เวลา 50-80 ปี แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนทุกๆ 5 ปี ซึ่งความพร้อมที่จะไปข้างหน้าของแต่ละพื้นที่นั้นไม่เท่ากัน ทำให้ผู้ที่ต้องการแสวงหาโอกาสก็ต้องเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ที่พร้อมก่อน ก็เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

2.เศรษฐกิจโตแต่การจ้างงานกลับลดลง ภาคธุรกิจเห็นว่าคนเป็นต้นทุนคงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงปรับโครงสร้างโดยลดจำนวนคนทำงาน 3.ผลกระทบจากค่าครองชีพเร็วขึ้น ในอดีตใช้เวลา 10 ปี กว่าค่าครองชีพจะมีผลกระทบกับชีวิตคน แต่ปัจจุบันผู้คนรู้สึกถึงผลกระทบเร็วขึ้น เทียบกันเพียงต้นปีกับปลายปีชีวิตตนเองอาจแตกต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ และ 4.ทักษะที่จำเป็นเปลี่ยนเร็วจนปรับตัวไม่ทัน ในอดีตทักษะที่เรียนรู้อาจใช้ได้ถึง 10 ปี แต่ปัจจุบันอยู่ได้ไม่ถึง 5 ปี หมายถึงสิ่งที่คนได้เรียนในเวลานี้ พอถึงวันจบการศึกษาก็อาจจะใช้การไม่ได้แล้ว

“นี่คือลักษณะของโลกที่จะเจอ ตัวกินฝันพวกนี้มันจะเขย่าเขาแรงมาก แล้วถ้าใครที่กำไม่แน่นความฝันมันก็จะตกไประหว่างทาง แล้วมันจะกลายเป็นชีวิตที่ไร้ความหมาย เป็นชีวิตที่หันไปทางไหนก็ยังนึกไม่ออก ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่คนตัวเล็กๆ แก้ปัญหาไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่ต้องแก้เชิงโครงสร้าง” อาจารย์เกียรติอนันต์ กล่าว

วรดร เลิศรัตน์ นักวิจัยนโยบายสาธารณะ 101PUB สะท้อนปัญหา “โอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย” เมื่อแหล่งงานเข้ามากระจุกตัวในเมืองใหญ่ สำหรับคนที่อยู่ไกลจากแหล่งงาน-ไกลจากแหล่งบริการสาธารณะ ชีวิตก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนการเดินทางที่สูงไม่ว่าในแง่ค่าใช้จ่ายหรือเวลา แต่คนที่อยู่ใกล้แหล่งงานก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น และหากความฝันเรื่องที่อยู่อาศัยยังดูเลื่อนลอย โอกาสที่จะเอื้อมถึงฝันในเรื่องอื่นๆ ก็เป็นไปได้ยาก

“กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เคยตั้งเกณฑ์ระดับค่าใช้จ่ายเรื่องบ้าน มันไม่ควรจะเกิน 15-20% ของรายได้ครัวเรือน แต่จริงๆ ทุกวันนี้ระดับค่าใช้จ่ายเรื่องบ้านในกรุงเทพฯ มันสูงเกินไปสำหรับครัวเรือนมากถึง 80% ส่วนหนึ่งคือค่าใช้จ่ายเรื่องบ้านมันโตเร็วกว่าค่าจ้างมาก ถ้าเราดูข้อมูลย้อนหลังไปประมาณ 8 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นบ้านในกรุงเทพฯ ราคาขึ้นประมาณ 27-62% สวนทางกับค่าจ้างแรงงานที่ลดลง 6% ในสถานการณ์แบบนี้มันทำให้คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเข้าถึงบ้านได้ยากขึ้นเรื่อยๆ” วรดร ยกตัวอย่าง

ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงคำว่า “เจเนอเรชั่นเคว้ง” โดยหากมองย้อนไปเมื่อตนเองยังมีอายุเท่ากับคนเจนแซดในปัจจุบัน อันหมายถึงช่วงวัยเลข 2 ที่เพิ่งเรียนจบและกำลังหางานทำ จำได้ว่าก็เคว้งอยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ความรู้สึกเคว้งของคนหนุ่ม-สาววัยดังกล่าวในยุคปัจจุบันดู Significant (มีนัยสำคัญ) สาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนแปลงไปมาก

เช่น “ในอดีตสังคมมีความเชื่อมโยงช่วยเหลือกันระหว่างคนในชุมชน แต่ปัจจุบันด้วยปัจจัยไม่ว่าสังคมหรือเศรษฐกิจได้ทำให้คนอยู่กันอย่างแยกตัว โอกาสที่จะเกิดการสนับสนุนทางจิตใจซึ่งกันและกัน อันเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งแต่ก่อนเคยมีแต่ยุคนี้ดูจะน้อยลง” แต่คนก็ต้องการหาทางออกให้กับสภาพจิตใจ หากหาได้ก็ดีไป แต่หากหาไม่ได้ปัญหาทางจิตใจก็จะยิ่งมากขึ้น ดังจะเห็นจากสถิติภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้น ซึ่งในฐานะนักจิตวิทยา ก็ได้เห็นสถิติของคนวัยเรียนและวัยเพิ่งเริ่มทำงานกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงในเรื่องนี้

“อย่างเรารู้สึกว่าเป็นช่วงอายุที่เขากำลังเริ่มต้น แต่หากมองในแง่เศรษฐกิจ-สังคม มันเป็นการสูญเสียกลุ่มประชากรที่น่าเสียใจมากเลยนะ เพราะกว่าเขาจะเติบโตมาขนาดนี้เขาจะเป็นพลัง เป็นแรง ดังนั้นปัญหาทางจิตใจที่เขาเจอทั้งในระดับบุคคลที่มันเป็นโจทย์ของเจเนอเรชั่นนี้อยู่แล้ว ปัญหาที่มันเกิดจากการกดทับของสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เขาไม่สามารถหาทางออกได้ เราเหมือนจะมองว่ามันเป็นปัญหาส่วนตัว แต่ความจริงมันมีมวลมากพอสมควรที่เราควรจะต้องดู” ผศ.ดร.ณัฐสุดา กล่าว

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ บรรณาธิการบริหาร Mutual กล่าวว่า ปัญหาของคนเจนแซด สะท้อนผ่าน 4 ตัวอักษรในภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย “L-Lonely” ความโดดเดี่ยวจากการเผชิญการแข่งขันตั้งแต่เด็ก อายุ 4-5 ขวบ อยู่อนุบาลก็ต้องกวดวิชาสอบเข้ากันแล้ว ส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจไม่มากก็น้อย “O-Overload” การแบกรับที่หนักหน่วง ทั้งความฝันของพ่อแม่ที่สมัยยังหนุ่ม-สาวต้องเน้นทำมาหากิน ส่วนความฝันก็เก็บไว้ก่อน แล้วก็เอาความฝันนั้นไปลงกับลูก ให้ลูกสานต่อทั้งที่ลูกอาจไม่อยากทำ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแบกความฝันของตนเองด้วย

“S-Suffer” ความทุกข์ทรมาน สะท้อนผ่านสถิติปัญหาสุขภาพจิต เช่น ประชากรอายุ 15-24 ปี เผชิญกับภาวะซึมเศร้า ในขณะที่จิตแพทย์ 1 คนต้องดูแลประชากรถึง 1 แสนคนดังนั้นแม้จะเป็นครัวเรือนที่มีเงินก็ใช่ว่าจะเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตได้โดยง่าย แน่นอนครัวเรือนฐานะไม่ดีก็ยิ่งเข้าไม่ถึง และ “T-Target” จากสภาพที่เผชิญกับ 3 ข้อข้างต้น เรี่ยวแรงก็แทบจะไม่มีเหลือไปค้นหาเป้าหมายแล้ว

“แค่ตื่นเช้ามาฉันจะไปทำงานอย่างไรให้ทัน ในเมื่อคนรุ่นใหม่ คนเริ่มทำงานไม่ได้มีคอนโดฯ ไม่ได้มีบ้านติดรถไฟฟ้ากันทุกคน วันที่ฝนตกน้ำท่วม ฉันจะสามารถกลับถึงบ้านอย่างไม่ตกหลุมตกท่อ ไม่ตกค้างในสถานีรถไฟฟ้าหรือเปล่า? แค่นี้ก็เยอะอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงระยะยาวเลย” ทิพย์พิมล กล่าว

หมายเหตุ : สำหรับงานเสวนา “Lost & Found: ตามหาความฝันที่หล่นหายของคน GEN Z”ยังมีช่วงแสดงวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาของคนเจนแซด โดยตัวแทน 4 พรรคการเมือง คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งจะได้นำมาเสนอต่อไปเร็วๆ นี้!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

แตกตื่นทั้งงาน! เกิดเหตุยิงกันใกล้เทศกาลในโอไฮโอ บาดเจ็บ 12 ราย

ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ หลานคิงชาร์ลส์ วิวาห์กับพยาบาลสาว ราชวงศ์อังกฤษพร้อมหน้า

ชัชชาติ ลุยหาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบาย ศก.ยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนติดป้าย ต้องเท่าเทียมกัน

สุริยะใส ชี้ปมแก้ รธน. สะท้อนความขัดแย้งลึกกว่าตัวบทกฎหมาย

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved