546.jpg
‘ศศิน’เล่าเรื่อง 20 ปี สำรวจแนวเขต ‘คนอยู่กับป่า’ แก้ปัญหาขัดแย้ง

‘ศศิน’เล่าเรื่อง 20 ปี สำรวจแนวเขต ‘คนอยู่กับป่า’ แก้ปัญหาขัดแย้ง

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.42 น.

‘ศศิน’เล่าเรื่อง 20 ปี สำรวจแนวเขต ‘คนอยู่กับป่า’ แก้ปัญหาขัดแย้ง ขอบคุณทุกฝ่ายพาเดินทางมาไกล

12 มิ.ย. 2566 นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานกรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดังนี้


เมื่อสามปีที่แล้ว

ภาพจากโพสต์ของจิ๊ฟ อดีตผู้ช่วยคนเก่งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ที่ผมคร็อบมานี่ผมจะถือเป็นความสำเร็จมากที่สุดในหน้าที่การงานของผมด้วย

ปี 2546 เมื่อ 20 ปีที่แล้ว
ผมทดลองเดินแนวเขตกับพื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติลำคลองงูกับทีมงานของสำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่สาม ซึ่งมีหัวหน้าพื้นที่ชื่อพี่ฉี หรือหัวหน้า ธรรมรัฐ วงศ์โสภา ตอนนั้น บอย Goodie Goodie เป็นหัวหน้าภาคสนาม แป๊ะ พงษ์ศักดิ์ ม่วงงาม เป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามคนแรกของเรา ผมยังสอนหนังสือ ลางานมาเดินด้วยหลายวัน แต่แป๊ะหนักสุด ทั้งสำรวจพื้นที่นำก่อน ทั้งดูแลชาวบ้าน ห้ามศึกใหญ่น้อยระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่มากมายหลายวีรกรรม

จากงานนำร่องครั้งนั้นได้แผนที่ขอบเขตชุมชนคลิตี้ล่าง

ทำให้หัวหน้าฉีจัดการพื้นที่อย่างมีส่วนร่วมกับชาวบ้านได้ง่ายกว่าเดิม

ไม่ต้องไปจับชาวบ้านรุกป่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เมื่อได้วัดที่ทำกินแล้วก็ไม่ออกมาข้างนอกเขต มีที่ไม่เคารพกติกาบ้าง พี่ฉีก็ไปห้ามปรามร่วมกับกรรมการหมู่บ้าน

อยู่กันสงบสุขกว่าตอนไม่มีแนวเขตเยอะเลย

(ปัจจุบันพี่ฉีของผมเกษียณอายุมาทำร้านอาหารอยู่เมืองกาญฯ)

2547-2551 มูลนิธิสืบฯเสนอโครงการจัดการพื้นที่อย่างมีส่วนร่วมหมู่บ้านนำร่อง 40 หมู่บ้าน ในพื้นที่ป่าตะวันตก โดยเรียกเส้นแนวเขตว่า ฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ
ผมลาออกมารับงานผู้จัดการโครงการนี้เต็มตัว

ภายใต้คำแนะนำและทำงานร่วมกันของหัวหน้าที่ผมอยากบันทึกไว้ห้าคน

หัวหน้าครรชิต ศรีนพวรรณอุทยานแห่งชาติพุเตย เปิดฉากทำแผนที่ทำกินที่เป็นไร่หมุนเวียน บ้านห้วยหินดำ กับ ตู่ ตะวันฉาย สำเร็จ

หัวหน้าสมปอง ทองสีเข้ม ทุ่งใหญ่ตะวันออก ผู้ช่วยเราวางแนวทางตามข้อกฏหมายให้ดำเนินการได้จริงๆจังๆ ในเจ็ดหมู่บ้านทุ่งใหญ่

หัวหน้าเสถียร (จำนามสกุลไม่ได้) เขตอุ้มผาง ที่ขอให้เราช่วยทำในเจ็ดหมู่บ้านนำร่อง

หัวหน้ากมล นวลใย ที่อุทยานไทรโยค บ้านแม่น้ำน้อย

และหัวหน้าสุชัย หรดีที่ทำให้หมู่บ้านเขาเหล็ก อุทยานถ้ำธารลอดเป็นต้นแบบการสำรวจของกรมมาถึงทุกวันนี้

ตอนนั้นกำลังหลักของสืบคือหัวหน้าภาคสนามในพื้นที่ 5 โซน ที่ได้รับฉายาว่า ห้าจอมป่า

แป๊ะ เมืองกาญ
พี่ตู่ นครสวรรค์
จอตือ อุ้มผาง
นริศ สุพรรณ
ป๋าโว่ อุทัยธานี

และทีมงานอีกหลายคนที่ร่วมงานกันมาอีกสองสามรุ่น

อยู่ยาวกันมาถึงวันนี้ก็หลายคน จากไปทำงานที่อื่นก็หลายคน

2551-2555 เราขยายการจัดทำแนวเขตหมู่บ้านบนชื่อ "ฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ" ไปอีกประมาณเก้าสิบหมู่บ้านในป่าตะวันตก
มีคำสั่งกรมอุทยานให้ร่วมกันดูแลแนวเขตโดยมิให้ขยายจากอธิบดีคนดังชื่อ ดำรงค์ พิเดช ก่อนจะเกษียณอายุในปี 2555

นับเป็นการยอมรับแนวทางจากกรมอย่างเป็นทางการครั้งแรก

ผมจำภาพ อ.รตยา จันทรเทียร นั่งกับพื้นห้องกางแผนที่ใหญ่อธิบายเรื่องราวให้อธิบดีดำรงค์ฟัง จนแกต้องลงมาคุกเข่านั่งกับพื้นด้วยติดตา

หลังจากนั้นเราผลักดันแนวทางการจัดทำแนวเขตร่วมกันโดยการเดินสำรวจแบบนี้กับกรมอุทยานมาตลอดแต่ก็ติดขัดที่ยังไม่มีกฏหมาย ที่สืบทำมาก็เป็นแค่โครงการนำร่องเมื่อสิ้นสุดโครงการก็หมายความว่าสิ้นสุดการบริหารจัดการแบบนี้ไปด้วย

มูลนิธิเองก็หมดเงินทำงาน เพราะที่ทำได้เนื่องจากเราได้ทุนจากเดนมาร์คมา เขาสิ้นสุดโปรแกรมช่วยเหลือไปตั้งแต่ 2552

พวกเรากัดฟันสู้หาเงินมาทำงานต่อ ดีที่ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ปตท. ช่วยมา เลยสามารถต่อโครงการมาเรื่อยๆกับกรมอุทยานเพื่อคงสภาพฐานข้อมูลมาอีก

ใช้เงินเดนมาร์กไปอย่างคุ้มค่าราวๆ 65 ล้าน ใช้เงินไทยๆไปอีกเกือบร้อยล้าน ไม่รู้ไประดมทุนอะไรมาได้ แต่กระนั้นมูลนิธิก็แทบเจ๊งเหมือนกันเราทุ่มสุดตัวจริงๆ

ต้องขอบคุณคุณนิ้งเจ้าหน้าที่สถานฑูตเดนมาร์คที่เห็นผลงานและผลักดันทุนให้เรามาตลอด และถ้าไม่มีคุณสี่ วัชรมงคล เบญจธนฉัตร เข้ามาชวนผมไปหาแหล่งทุนต่างๆก็คงหมดเงินทำไปตั้งนานแล้ว

จนกระทั่งปี 2557 มีคำสั่ง คสช. ไม่ให้ขยายรุกป่า แต่อย่าจับกุมคนยากไร้ โดนคำสั่งระบุว่า หากรุกป่าเพิ่มจากนี้ต้องจับหมดรวยจนไม่เว้น นั่นคือ ให้ทำกินจนถึงปี 57

ดีที่เส้นฐานข้อมูลในป่าตะวันตกยันไว้ตั้งแต่ก่อนปี 2552 ดังนั้น เมื่อมีคำสั่งนี้มา แนวเขตเราก็นิ่งอยู่เป็นส่วนใหญ่

หัวหน้าสมปอง ขยับมาเป็นผู้อำนวยการส่วนสัตว์ป่า ก็ทดลองใช้วิธีนี้กับหมู่บ้านกิ่วสามล้อที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น
โดยใช้คำสั่ง 66/57 มาเป็นเครื่องมือสำรวจแนวเขต

ผลการทำงานที่กิ่วสามล้อผมกับ ผอ.สมปองนำมาเป็นตัวอย่างเสนอให้กรมอุทยานใช้เป็นแนวทางจัดการพื้นที่ โดยความเห็นชอบจากรัฐมนตรีสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์และอธิบดีธัญญา เนติธรรมกุล เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าของการสำรวจข้อมูลตามมติ ครม. 41 ที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเสร็จสิ้นลงตัวเสียที โครงการนี้ผมมีส่วนเป็นที่ปรึกษาโครงการอยู่เกือบสองปี

ในที่สุดต้นปี 62 แนวเขตชุมชนในป่าอนุรักษ์ก็ได้สำรวจกรอบไว้สำเร็จ ก่อนเปลี่ยนรัฐบาลที่แล้ว นับชุมชนได้ 4,000 แห่งทั่วประเทศ มีคนในชุมชนน่าจะเกินสองล้านคน

มูลนิธิสืบฯสนับสนุนแนวทางนี้เต็มที่ เราภูมิใจที่มีส่วนช่วยสนับสนุนงบประมาณจัดพิมพ์แผนที่ทั่วประเทศไปหลายแสนบาท เพราะช่วงนั้นงบประมาณไม่ได้ตั้งไว้ จนมีแผนที่ให้อธิบดีใช้ทันมอบให้หัวหน้าในช่วงปลายของรัฐมนตรีสุรศักดิ์

ในขณะเดียวกัน กรมอุทยานฯก็เสนอแก้กฏหมายให้มีมาตรารองรับการทำงานกับชุมชนโดยสำรวจแนวเขตและให้สิทธิ์ชุมชนอยู่อาศัยได้ตามกฏหมาย ผมโชคดีที่มีโอกาสเป็นคณะทำงานตั้งแต่ร่างกฏหมายมาตรานี้ และได้ร่วมเป็นกรรมาธิการก่อนที่กฏหมายจะถูกปรับแก้จนลงตัวผ่านออกมาเมื่อกลางปี 2562

กฏหมายระบุให้กรมอุทยานเร่งสำรวจสิทธิเป็นรายครอบครัวให้เสร็จสิ้นเพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หลังจากนี้ 240 วันในช่วงปลายเดือนหน้า

ผมมีส่วนร่วมกับงานใหญ่นี้มาตลอด เพราะเป็นภาระกิจหลักที่ลาออกจากอาชีพสอนหนังสือ ก็มาทำงานนี้แหละครับ เกือบยี่สิบปีกว่าจะมาถึงวันนี้จนได้

ไม่ใช่สืบทำองค์กรเดียวครับ เราก็เดินไปพร้อมกับอีกหลายแห่งที่ทำงานกับพี่น้องชาวบ้าน ทั้งมูลนิธิเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สมาคมหยาดฝน มูลนิธิเซฟอันดามัน มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ มูลนิธิรักษ์ไทย และองค์กรอื่นๆ เป้าหมายเพื่อให้อยู่ได้อย่างสันติกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้เสียที ป่าและสัตว์ป่าเมื่อมีแนวเขตชุมชนก็จะถูกรุกน้อยลง

เรื่องใหญ่ๆมาไกล เหลือปัญหาบ้างเป็นธรรมดา หวังว่าไม่นานจะลงตัวได้

อีกราวๆสี่เดือนผมจะหมดหน้าที่ได้ทำงานที่มูลนิธิสืบฯ แต่มาขนาดนี้ผมว่าพวกเราที่ร่วมกันทำมาตายตาหลับแล้วครับ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top