546.jpg
แม่ชีแม่แท้ๆเผย! ลูกชายเพี้ยนจริง เล่นพิเรนทร์ในวัดโดนพระรุมตื้บ

แม่ชีแม่แท้ๆเผย! ลูกชายเพี้ยนจริง เล่นพิเรนทร์ในวัดโดนพระรุมตื้บ

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.45 น.

คืบหน้ากรณีหนุ่ม30 ปีแจ้งความพระวัดป่า รุมทำร้ายร่างกายเย็บหลายเข็ม ฝั่งพระโต้มาหนังคนละม้วน หนุ่มมีอาการเพี้ยน เข้ามาอยู่ในวัดกับมารดาซึ่งเป็นแม่ชี เล่นพิเรนทร์หลอกผีพระชีทั้งคืน เดินทั่ววัดกลางคืน 

14 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีนายกิตติ อายุ 30 ปี ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น อ้างถูกพระวัดป่าที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ทำร้ายร่างกาย พร้อมกับโชว์บาดแผลที่บริเวณศีรษะมีร่องรอยหัวแตกมีรอยเย็บ 2 เข็ม แขนและด้านหลังมีรอยฟกช้ำคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย และตามเสื้อก็เปื้อนด้วยเลือด 


สอบถามเบื้องต้น นายกิตติ บอกว่าถูกพระวัดป่า 3 รูปรุมใช้ไม้ฟาดตามร่างกาย จากนั้นได้ไปแจ้งความที่ สภ.เพ็ญ และให้หน่วยกู้ภัยมาส่งบ้านแม่ที่ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี แต่ไม่เจอแม่ จึงได้เดินทางมานอนพักที่หน้าสภ.เมืองอุดรธานี

โดยนายกิตติอ้างว่า  เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.66 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันพระ เวลาประมาณสองทุ่ม ตนเองอยู่ที่วัดป่าฯ แห่งหนึ่งใน อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ได้จุดเทียนภายในวัดข้างที่นอนในวัดเพื่อจะนั่งสมาธิ ปรากฏว่ามีพระลูกวัด 3 รูปเดินมาหาบอกว่าไม่ให้จุดเทียนและให้กลับไปนอน แต่ตนเองก็ไม่ยอมจนเกิดการทะเลาะกัน พระ 3 รูปได้ใช้ไม้รุมตีที่ศีรษะตนเองจนหัวแตก ต่อมาจึงได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพระ 3 รูปนี้ ตนเองยืนยันจะเอาเรื่องพระ 3 รูปนี้ให้ถึงที่สุด เป็นพระเป็นเจ้าไม่น่าจะทำกันแบบนี้เลย

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดป่าแห่งหนึ่งใน อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พระทั้ง 3 รูปก็ออกมายอมรับว่าทำร้ายนายกิตติจริง แต่นายกิตติมีอาการเพี้ยนสร้างความวุ่นวายในวัด ทั้งเดินทั่วทั้งคืน เดินไปหากุฏิแม่ชี เอาผ้าคลุมโปงทำเป็นผีหลอกแม่ชี จุดเทียนไปทั่ววัดอ้างจะทำสมาธิ

มิหนำซ้ำยังไปรื้อชักโครกบอกว่ามีผีอยู่ในชักโครก พระได้ไปเตือนแต่ถูกนายกิตติถือมีดจะทำร้าย จึงป้องกันตัว แถมนายกิตติบอกว่า 'พระตีกู โอกาสนี้มาถึงแล้วกูจะได้เงินหละตอนนี้' นายกิตติเขาขอมาอยู่กับแม่ซึ่งบวชชีที่วัด และทราบว่าหลังประสบอุบัติเหตุตายแล้วฟื้น ทำให้เขามีอาการเพี้ยนไปเลย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับแม่ชีน้อย ซึ่งเป็นแม่ของนายกิตติ เปิดเผยว่า  ยอมรับตรงๆ ลูกชายมีอาการเพี้ยนเปลี่ยนเป็นคนละคนหลังจากเขาเคยประสบอุบัติเหตุที่ชลบุรีเมื่อหลายปีก่อน ตอนแรกคิดว่าลูกชายตายไปแล้ว แต่เขาก็รักษาจนหายเดินได้ แต่มีอาการทางประสาท ลูกชายไปอยู่วัด ยอมรับสร้างเรื่องวุ่นวายให้พระท่าน จนตนเองต้องหนีมาอีกอำเภอ

สำหรับเรื่องของลูกชายนั้นตนรู้เรื่องแล้ว ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าลูกชายเป็นคนสติไม่สมประกอบ จากนั้นมาก่อความเดือดร้อนสร้างความวุ่นวายให้กับพระสงฆ์ ลูกชายคนนี้จะชอบตามราวีแม่มักจะทำให้แม่อยู่ไม่เป็นสุขปกติลูกชายจะชอบพูดจาไม่รู้เรื่องและสร้างปัญหา

ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่ตนบวชลูกชายก็เป็นคนปกติทำงานที่ชลบุรี หลังเขาประสบอุบัติเหตุรถ 6 ล้อ ไหลมาทับร่าง อาการสาหัส ที่อำเภอศรีราช ปี 2560 ก็เปลี่ยนไปตอนนั้นได้บนบานกับสิ่งสักสิทธิ์ว่าหาลูกชายหายจะบวช จากนั้นอาการลูกชายก็ดีขึ้น จากนั้นตนก็บวชชีมาไม่สึก ยอมรับลูกชายมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติด

กรณีเหตุล่าสุดตนในฐานะแม่ ยืนยันว่าการที่เขาไปอยู่วัดอาศัยวัดอยู่และที่เขาทำไปเขาเป็นคนทำผิด” ตอนนี้แม่ไม่สามารถทนพฤติกรรมของลูกคนนี้ได้แล้วและไม่สามารถดูแลลูกคนนี้ได้ซึ่งสุดที่จะเยียวยา 

ลูกชายคนนี้เคยพาลูกชายไปรักษาหมดเงินไปก็มากแต่ก็ไม่หาย และมิหนำซ้ำยังมีพฤติกรรมที่เลวร้ายขึ้น ลูกชายคนนี้เคยให้อยู่ในความดูแลศูนย์คนไร้ที่พึ่งแต่เขาก็ไม่อยู่ ตามแม่มาอยู่วัดได้พระอาจารย์ที่วัดก็สอนให้ปฏิบัติ ก็ไม่ปฏิบัติคอยแต่จะก่อกวนพระสงฆ์และแม่ชี 

ตอนนี้ความต้องการของแม่คืออยากให้เขาอยู่ในความดูแลของทางภาครัฐ การที่แม่ชีไม่สามารถดูแลลูกชายคนนี้ได้ จำเป็นที่จะต้องทิ้งลูกไว้แบบนี้ทางโลกอาจจะมองว่าตนเองใจดำ แต่ทางธรรมถือปล่อยวางได้แล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี บอกว่า หลังได้รับแจ้งความแล้ว ตำรวจจะได้ลงพื้นที่รวบพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจะได้เชิญตัวพระสงฆ์ให้มาปากคำเพิ่ม ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งขอหาอะไรกับพระสงฆ์ทั้ง 3 รูป แต่อย่างใดต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง.012

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top