533.jpg
'วันอัศจรรย์เจอพระอุรังคธาตุ'พลังศรัทธาจัดกิจกรรมปั่นจักรยานรำลึก 48 ปีพระธาตุพนมล้ม

'วันอัศจรรย์เจอพระอุรังคธาตุ'พลังศรัทธาจัดกิจกรรมปั่นจักรยานรำลึก 48 ปีพระธาตุพนมล้ม

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 08.36 น.

"วันอัศจรรย์เจอพระอุรังคธาตุ"พลังศรัทธาจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน รำลึก 48 ปีพระธาตุพนมล้ม พร้อมถวายเป็นพระราชกุศลวันแม่แห่งชาติ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและพี่น้องชาวลาว นักกีฬาประเภทเดินวิ่ง และนักปั่นจักรยาน ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน เดิน-วิ่ง รำลึก 48 ปีองค์พระธาตุพนมล้ม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2518 โดยจัดกิจกรรมดังกล่าวกลุ่มนักกีฬาออกจากตัวเมืองนครพนม หน้าลานพญาศรีสัตตนาคราช ไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง มีระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร


ซึ่งวันที่ 11 สิงหาคมถือเป็นวันสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก แม้จะไม่ได้รับรองให้เป็นวันสำคัญระดับสากล แต่สำหรับลูกหลานชาวจังหวัดนครพนม มีการบอกเล่าจากรุ่นสู่รุ่นว่า เป็นวันที่องค์พระธาตุพนมองค์เดิม ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.8 อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ล้มลงมาทั้งองค์ แต่ในวันที่โชคร้ายยังมีความโชคดี ชาวพุทธถือเป็นวันอัศจรรย์ เนื่องจากหลังองค์พระธาตุพนมล้ม โดยเกิดจากการทรุดตัวของฐานที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ได้มีการค้นพบผอบบรรจุพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ภายใน

โดยก่อนนี้มีเพียงข้อมูลตามตำนานอุรังคนิทาน แต่ภายหลังได้ค้นพบผอบบรรจุอยู่ในนั้น ยิ่งสร้างความเคารพศรัทธาให้กับพุทธศาสนิกชนมากขึ้น ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ และเป็นเสมือนตัวแทนของพระพุทธเจ้า ให้ประชาชนทั่วทุกสารทิศ เดินทางมากราบไหว้บูชา รวมถึงรำลึกถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนา 

ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครพนม ร่วมกับประชาชน จัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นการแสดงออกถึงความศรัทธา ร่วม ทำบุญถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชีนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ในครั้งนี้มีผู้ร่วมกิจกรรมนับพันคน นอกจากนี้ยังมีสีสันไฮไลท์ในการปั่นจักรยาน  ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น เนื่องจากมี นายดำรงค์ ภูทะราช อายุ 70 ปี ข้าราชการครูบำนาญ  ชาว อ.นาหว้า จ.นครพนม  ที่ดัดแปลงแต่งจักรยานซิ่ง ทรงสูงกว่า 2 เมตร มาร่วมปั่นทุกปี สอบถามได้ความว่าเป็นจักรยานที่ดัดแปลงขึ้นเอง เพราะต้องการให้เกิดความแปลกใหม่ สร้างความสนใจกับนักปั่นจักรยาน ที่สำคัญเป็นจักรยานที่ไม่กลัวสุนัขวิ่งไล่ ในเวลาปั่นออกกำลังกายตามชุมชนหมู่บ้าน 

โดยองค์พระธาตุพนม  ตามตำนานความเชื่อพระอุรังคนิทาน บันทึกในใบลานไว้ว่า สมัยหนึ่งในปัจฉิมโพธิกาล พระพุทธเจ้าบรมศาสดาพร้อมพระอานนท์ ได้เสด็จมาทางอากาศ เพื่อไปบิณฑบาตที่เมืองศรีโคตรบูร ซึ่งอยู่ในประเทศ สปป.ลาว ในปัจจุบัน ภายหลังได้มาประทับแรมที่ภูกำพร้า คือ จุดที่ก่อสร้างองค์พระธาตุพนม จากนั้นพญาอินทร์ได้เสด็จมาทูลถาม ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสว่า เป็นประเพณีของพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ ในภัททกัลป์ที่นิพพานไปแล้ว โดยบรรดาสาวกจะนำพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่ภูกำพร้า เช่นกันกับพระพุทธองค์ เมื่อนิพพานแล้ว พระมหากัสสะปะ ผู้เป็นสาวก จะได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้เช่นกัน 

ต่อมาหลังพระพุทธเจ้าปรินิพาน พระมหากัสสะปะผู้เป็นสาวก พร้อมพระอรหันต์ 500 รูป ได้ร่วมกันสร้างองค์พระธาตุพนมขึ้น เพี่ออัญเชิญพระอุรังคธาตุมาประดิษฐาน ราวปี พ.ศ.8 แต่จากหลักฐานที่ขุดพบสันนิษฐานว่าก่อสร้างเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-14 (พ.ศ.1101-1301) หรือเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในสมัยอาณาจักรทวารวดี (มอญ-เขมร) กำลังเจริญรุ่งเรือง โดยการนำของพญาเจ้าเมืองทั้ง 5 และพระอรหันต์ 500 องค์ ซึ่งในยุคแรกได้ก่อสร้างจากดินดิบ เป็นเตาสี่เหลี่ยมข้างในเป็นโพรงมีประตูทั้ง 4 ด้าน 

โดยกล่าวกันว่าได้มีการบูรณะครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.500 และทำการบูรณะต่อเนื่องมารวมถึง 6 ครั้ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2518 พระธาตุพนมได้พังทลายลง เนื่องจากฐานเก่าแก่ รวมถึงการบูรณะไม่มีแบบแผนตามหลักวิชาช่าง แต่สุดท้ายกลายเป็นที่ฮือฮา เพราะได้พบเห็นผอบแก้ว บรรจุพระอุรังคธาตุ 8 องค์ไว้ภายใน 

ต่อมาเมื่อปี 2519 ได้มีการลงเข็มรากสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่ รูปทรงเป็นเจดีย์ทรงฐาน 4 เหลี่ยม ความสูงจากพื้นถึงยอดฉัตร 57 เมตร ฐานกว้างด้านละ 12.3 เมตร ยอดฉัตรเป็นทองคำน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม และได้บรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า ไว้อยู่บนชั้นที่ 3 ขององค์พระธาตุ ในขณะเดียวกันพื้นล่างสุด บริเวณฐานเก่าที่พระธาตุองค์ใหม่สร้างคร่อมไว้ ยังคงไว้ซึ่งกองดินพระธาตุองค์เดิมไว้

กระทั่งปี พ.ศ.2522 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเสด็จประกอบพิธีสรงพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า  และทอดพระเนตรซากปรักหักพังพระธาตุพนมองค์เดิมหลังล้ม และวันที่ 23 มีนาคม 2522  ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ประกอบพิธี บรรจุพระอุรังคธาตุ ภายในองค์พระธาตุพนม ดังนั้นทุกๆปีพสกนิกร ข้าโอกาสพระธาตุพนม จึงน้อมใจกันจัดกิจกรรมรำลึก และน้อมเฉลิมพระเกียรติขึ้น เป็นเวลาล่วงมาถึง 48 ปี เพื่อรำลึกองค์พระธาตุพนมล้ม - 003

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top