วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
nn...หลังรัฐนาวา ครม.เศรษฐา เข้ามาบริหารประเทศผ่านพ้นใกล้จะครบ 1 ปีแล้ว แต่นโยบาย “ดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท” ที่ได้ประกาศชูธงในการหาเสียง เพราะจะต้องใช้งบประมาณสูง 5 แสนล้านบาท ก็ยังไม่มีความชัดเจน..ทั้งแหล่งเงินที่จะมาใช้ในโครงการนี้....ตลอดจาก 2 รมช.คลัง ทั้ง “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” และ “เผ่าภูมิ โรจนสกุล” ต่างยืนยันตามไทม์ไลน์และคนไทยได้ใช้แน่ไตรมาส 4 ...ประเด็นที่น่าจับตาการที่จะนำงบประมาณ 1.7 แสนล้านบาทจากธ.ก.ส.มาใช้ในโครงการดิจิทัล ทำให้มีหลายฝ่ายคัดค้าน เป็นห่วง หวั่นจะขัดวัตถุประสงค์ธ.ก.ส.หรือไม่..แล้วเมื่อวันพุธทุกอย่างก็ชัดเจนยิ่งขึ้น “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.คลัง ประธานคณะอนุกรรมการกำกับโครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต 1 หมื่นบาท เผยว่า ที่ประชุมฯได้สรุปความเห็นที่จะปรับลดวงเงินโครงการจาก 5 แสนล้านบาท เหลือ 4.5 แสนล้านบาท เนื่องจากประเมินว่า ผู้มีสิทธิจะมาลงทะเบียนเข้าโครงการไม่ครบทุกคน แต่หากคนสมัครเข้ามาเต็มถึง 50 ล้านคน ก็สามารถปรับงบเพิ่มเติมได้...รมช.คลังบอกเรื่องแหล่งเงินว่า“เดิมจะใช้เงินจาก 3 แหล่งจากงบปี’67, เงินจาก ธ.ก.ส.และงบปี’68 โดยจะปรับเป็นใช้แหล่งเงินใหม่ จากงบปี’67 และงบปี’68 เท่านั้น จะไม่ใช้เงินจากธ.ก.ส.อ้างว่า มีการข้อเสนอจาก สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังว่าไม่ควรตั้งงบประมาณที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้เสียโอกาสนำเงินไปพัฒนาด้านอื่น”...ที่สำคัญได้ชี้แจงถึงรายละเอียดว่า “แหล่งเงินที่จะนำมาใช้โครงการดิจิทัล ตามข้อเสนอใหม่วงเงิน 4.5 แสนล้านบาท จะนำมาจาก 2 แหล่งได้แก่ การใช้งบจากงบฯปี’67 จำนวน 160,000 ล้านบาทแบ่งเป็นงบประมาณเพิ่มเติม 122,000 ล้านบาทและงบประมาณจากการบริหารจัดการอีก 40,000 ล้านบาท และการใช้งบจากงบฯปี’68 จำนวน 2.85 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณประจำ 152,700 ล้านบาท และงบจากการบริหารจัดการอีก 132,300 ล้านบาท”...อีกทั้งที่ประชุมยังได้ปรับเงื่อนไข สั่งห้ามใช้เงินดิจิทัล ไปซื้อสินค้า 3 รายการ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน...เนื่องจากต้องการให้เม็ดเงินดิจิทัล วอลเล็ต เกิดกระตุ้นการใช้จ่ายสินค้าที่ผลิตในประเทศ อีกทั้งยังป้องกันการกระจุกตัวจากการใช้จ่าย...เพราะสินค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ จะมีราคาสูงและผลิตจากนอกประเทศ ส่วนปุ๋ยเคมี ยังอนุญาตให้เงินดิจิทัลซื้อได้อยู่…อย่างไรก็ดี รมช.จุลพันธ์ ทิ้งท้ายอีกว่า ขอย้ำว่าทั้งหมด ยังเป็นมติอนุกรรมการกำกับฯ จากนี้ต้องเสนอเข้าที่ประชุมชุดใหญ่คณะกรรมการนโยบายเติมเงินโครงการดิจิทัลฯที่มีนายกฯเป็นประธานฯซึ่งเป็นฝ่ายพิจารณาในวันที่ 15 ก.ค.นี้ว่า จะเห็นด้วยตามนี้หรือไม่ จะต้องรอความชัดเจนอีกที“พร้อมยืนยันว่า โครงการจะเดินหน้าตามเดิม เริ่มลงทะเบียน ภายในปลายเดือนก.ค.นี้ หรือต้นเดือนส.ค.และปิดลงทะเบียนก่อนสิ้นเดือนก.ย.นี้ ซึ่งประชาชนจะได้รับเงินไปใช้ไตรมาส 4 เหมือนเดิม”....รอดูผลประชุมชุดใหญ่ 15 ก.ค.และอย่ากะพริบตาจับตาที่นายกฯจะแถลงสรุปรายละเอียดเองวันที่ 24 ก.ค. ไม่รู้จะชัดเจนแค่ไหน สมกับที่รอคอยหรือไม่...เพราะทุกวันนี้ปัญหาเศรษฐกิจนับวันรุนแรงทั้งเรื่องปากท้องและของแพง...เกรงว่ากว่าจะได้รับเงินดิจิทัล...ทุกอย่างมันจะสายเกินไปแล้ว...nn
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี