‘เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้’ ลดเหลื่อมล้ำดิจิทัลกลุ่มผู้พิการ

‘เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้’ ลดเหลื่อมล้ำดิจิทัลกลุ่มผู้พิการ

วันอาทิตย์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

 

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (สภาดิจิทัล) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดเวทีสัมมนา “เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ Web Accessibility Guidelines” เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2567 ที่ผ่านมา


ญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมและความต้องการใช้บริการอินเตอร์เนตของ
คนพิการ 250 คน ในโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาแนวทางขับเคลื่อนงานลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลและระบบสื่อเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะ โดยมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ที่ สสส. ให้การสนับสนุนอยู่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

พบว่าร้อยละ 95% ต้องเผชิญความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เช่น การขาดแคลนอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการเข้าถึงอินเตอร์เนต ค่าบริการอินเตอร์เนตซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ของคนพิการ การเข้าถึงข้อมูลและบริการดิจิทัลด้านสุขภาพ การพัฒนาทักษะอาชีพ บริการด้านการเงิน การเดินทาง รวมถึงข้อมูลที่ส่งเสริมการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย เว็บไซต์ในไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาให้ครอบคลุมการใช้งานของคนพิการ

“จากสถานการณ์นี้ สสส. เดินหน้าส่งเสริมให้องค์กรทุกภาคส่วนพัฒนาเว็บไซต์และบริการดิจิทัลตามมาตรฐาน WCAG เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนพิการที่มี
มากถึง 5 ล้านคนในประเทศ ได้เข้าถึงและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเป้าให้เกิดองค์กรต้นแบบมาตรฐานเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ 25 แห่ง ภายในปี 2568” ญาณี กล่าว

ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า WCAG หรือมาตรฐานเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ถูกออกแบบโดยองค์กร W3C-World Wide Web Consortium ซึ่งเป็นองค์กรระดับสากลที่ทำหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานเว็บไซต์เพื่อรองรับการใช้งานของทุกคน รวมถึงคนพิการ ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐ เช่น สวทช. กสทช. สำนักงานพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สพร.) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และสภาดิจิทัล รวมถึงองค์กรเพื่อคนพิการ ได้แก่ สมาคมคนตาบอด สมาคมคนหูหนวก มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ทำงานร่วมกันเพื่อนำมาตรฐาน WCAGมาใช้พัฒนาเว็บไซต์และบริการดิจิทัล

“ตัวอย่างเช่น การออกแบบที่รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ (screen reader) เสริมเมนูปรับเพิ่มขนาดตัวอักษร แสง สี พื้นหลังเว็บไซต์เพื่อช่วยเรื่องการมองเห็น ใส่คำบรรยายในสื่อภาพหรือวีดีโอเพื่อช่วยเรื่องการฟัง ลดข้อจำกัดการใช้งาน ช่วยให้คนพิการเข้าถึงเนื้อหา บริการ และข้อมูลบนอินเตอร์เนตได้อย่างเข้าถึง เข้าใจ และมีส่วนร่วมในโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม” ดร.ศรีดา กล่าว

ม.ร.ว.นงคราญ ชมพูนุท ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาดิจิทัล เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้คนพิการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี โดยผลักดันให้เกิด TWCAG 2022 หรือ Thai Web Content Accessibility Guidelines 2022 คือ แนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งนักออกแบบเว็บไซต์สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา Digital Platform (Websites & Mobile Apps) ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม
มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและนำเสนอเนื้อหาบนเว็บไซต์ โดยยึดหลัก 4 ประการ

ได้แก่ 1.การรับรู้ได้ (Perceivable) โดยการออกแบบข้อมูลและส่วนต่างๆ ของหน้าจอ เช่น ปุ่ม ข้อความ รูปภาพ ให้ทุกคนรับรู้และใช้งานได้ 2.การใช้งานได้
(Operable) เว็บไซต์ต้องออกแบบมาให้ใช้งานได้จริง ผู้ใช้ต้องสามารถกด/เลือก หรือโต้ตอบได้ 3.การเข้าใจได้ (Understandable) เว็บไซต์ต้องออกแบบให้เข้าใจง่าย ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าใจข้อมูลและวิธีการใช้งานหน้าจอได้ง่าย 4.ความคงทนต่อการเปลี่ยนแปลง (Robust) เนื้อหาบนเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือวีดีโอ จะต้องแสดงผลได้ถูกต้อง แม้ว่าผู้ใช้จะเข้าถึงด้วยอุปกรณ์หรือโปรแกรมที่แตกต่างกัน รวมไปถึงโปรแกรมช่วยเหลือคนพิการด้วย

ดร.ตรี บุญเจือ ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กสทช. กล่าวว่า ในปี 2567 กสทช. มีมาตรการบังคับการมีระบบบริการดิจิทัลอย่างเท่าเทียม ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 4 ด้าน 1.ส่งเสริมการเข้าถึงบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย 2.ส่งเสริมการเข้าถึงเนื้อหาที่มีคุณภาพ 3.สนับสนุนการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และ 4.ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการในการเข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารผ่านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

จตุพล หนูท่าทอง หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนตาบอด มูลนิธิคนตาบอดไทย กล่าวว่า คนพิการแม้จะมีข้อจำกัดในด้านการมองเห็น การได้ยิน หรือการเคลื่อนไหว ยังสามารถแก้ไขได้โดยการใช้ Assistive Technology มาช่วยเรื่องการสื่อสารและการทำงาน แต่ปัญหาที่แก้ไขยาก คือ การขาดความตระหนักรู้ของฝั่งผู้ให้บริการดิจิทัล ว่าจะต้องมีแนวทางอย่างไรในการพัฒนาเนื้อหาและบริการดิจิทัลขององค์กรให้สามารถเข้าถึงคนพิการได้ทุกคน ในไทยมีกฎหมายหลายฉบับพูดถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ยังเป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top