วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
ม.มหิดลเผยผลวิเคราะห์การสื่อสารไฟป่าพบความเชื่อมโยง ENSO กับสถานการณ์หมอกควันชี้เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนเชิงรุก

ม.มหิดลเผยผลวิเคราะห์การสื่อสารไฟป่าพบความเชื่อมโยง ENSO กับสถานการณ์หมอกควันชี้เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนเชิงรุก

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.02 น.
Tag : บริหารจัดการภัยพิบัติ ไฟป่า มหิดล วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม หมอกควัน ENSO PM25
  •  

“สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ ม.มหิดล เผยผลวิเคราะห์การสื่อสารด้านไฟป่าโดยผ่านสื่อมวลชน พบจุดแข็งและข้อจำกัด ที่เป็นประโยชน์กับการปรับปรุงและพัฒนาระบบการสื่อสารเพื่อบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศไทย”

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร. เอริกา พฤฒิกิตติ อาจารย์หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของการสื่อสารข่าวด้านไฟป่าสู่สาธารณชนว่า “ไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จังหวัดกาญจนบุรีเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศที่สำคัญในระดับประเทศ และได้รับความสนใจจากสื่อหนังสือพิมพ์ระดับชาติ จากการวิเคราะห์บทความข่าวสารจากสื่อหนังสือพิมพ์ผ่านฐานข้อมูล NewsCenter X โดยใช้คำค้นสำคัญคือ“ไฟป่า” และ “กาญจนบุรี” ในช่วงปี พ.ศ. 2564 ถึง ปัจจุบัน (พฤษภาคม พ.ศ. 2568)

จุดประสงค์ในการวิเคราะห์ในครั้งนี้เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการสื่อสารข่าวไฟป่าสู่สาธารณชน นำเสนอจุดแข็งและข้อจำกัดที่สำคัญในการบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควัน เพื่อเป็นประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบการบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ต่อไป” ผลการวิเคราะห์ พบว่า ปรากฎการณ์ ENSO ต่อปัญหาไฟป่าและหมอกควันจากการวิเคราะห์ความรุนแรงของปัญหาไฟป่าและหมอกควันผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ในช่วงปีพ.ศ. 2564 ถึง 2568 กับ ระดับความรุนแรงของปรากฎการณ์ El Niño Southern Oscillation (ENSO) ผ่านดัชนีบ่งชี้ Oceanic Niño Index (ONI) จากหน่วยงาน US National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) https://origin.cpc.ncep.noaa.gov/products/analysis_monitoring/ensostuff/ONI_v5.php


พบความสอดคล้องกันดังนี้

1.ในฤดูแล้ง ปี พ.ศ. 2563-2564 และ ปี พ.ศ. 2564 ถึง 2565 เป็นช่วงปีที่มีสภาพ ENSO แบบ Moderate La Nina และ ในฤดูแล้ง ปี พ.ศ. 2567-2568 มีสภาพ ENSO แบบ Weak La Niña ส่งผลต่อปริมาณน้ำฝนที่อาจมากเกินกว่าปกติ และจำนวนจุดความร้อนในช่วงปีนี้ก็ไม่สูงทั่วประเทศ อย่างสอดคล้องกัน

2.ในฤดูแล้ง ปี พ.ศ. 2566-2567 เป็นช่วงที่สภาพ ENSO แบบ Strong El Niño สอดคล้องกับสภาพที่ร้อนและแห้งกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดปัญหาไฟป่า และมลพิษจากหมอกควันรุนแรง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ที่มีการรายงานไฟป่ารุนแรงผ่านสื่อหนังสือพิมพ์

จากความสอดคล้องของปัญหาไฟป่าและหมอกควัน กับ ปรากฎการณ์ ENSO ที่ชัดเจน บ่งชี้ว่า ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถนำมาใช้คาดการณ์ความรุนแรงของสถานการณ์ไฟป่าในฤดูแล้งปีนั้น ๆ ได้ และนอกจากนี้ ดัชนี ENSO ถูกนำมาใช้ในการคาดการณ์ความรุนแรงของฝุ่นละอองจากการเผาป่า โดยสามารถใช้ดัชนี ENSO เพื่อคาดการณ์ได้ล่วงหน้าได้ 3 ถึง 4 เดือน ล่วงหน้า เป็นผลประโยชน์ในการวางแผนจัดการปัญหาไฟป่าในระยะเตรียมการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วงเริ่มต้นของฤดูแล้งประมาณตุลาคม ถึง ธันวาคม กรมอุตุนิยมวิทยา มีบทบาทสำคัญในการพยากรณ์ปริมาณและสถานการณ์ภัยจากน้ำ และฝุ่นละออง โดยพิจารณาจากดัชนี ENSO

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานผลคาดการณ์เสถียรภาพและอัตราการระบายของชั้นบรรยากาศ 1 สัปดาห์ล่วงหน้า ช่วยสนับสนุนการเตรียมการและการตอบโต้ภัยได้ โดยข้อมูลคาดการณ์นี้ มีผลสำคัญต่อการวางแผนและอนุมัติการเผาล่วงหน้าในพื้นที่ป่า อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตว่าการประเมินผลเสถียรภาพและอัตราการระบายของชั้นบรรยากาศในพื้นที่ป่าภาคตะวันตกค่อนข้างยังขาดประสิทธิภาพเนื่องจากจำนวนสถานีอุตุนิยมวิทยามีจำกัด โดยในจังหวัดกาญจนบุรี มีสถานีอุตุนิยมวิทยา เพียงสองแห่ง ได้แก่ อำเภอเมือง (ตัวแทนของพื้นที่ชุมชน) และ อำเภอทองผาภูมิ (ตัวแทนของพื้นที่ป่าและชายแดน)

ในปี พ.ศ. 2567 การบริหารจัดการมลพิษอากาศจากฝุ่นละออง ให้ความสนใจต่อการสื่อสารข้อมูลไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างมาก โดยแต่ละหน่วยงานส่วนกลางดำเนินการระบบข้อมูลของแต่ละฝ่ายภายในหน่วยงานของตน อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง” เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางข้อมูลสำหรับปฏิบัติการควบคุมไฟป่า สื่อสารผ่าน “ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ”ไปยังฝ่ายปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุข จัดทำระบบคลังข้อมูล และสื่อสารการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และรายงานความเสี่ยงไปยังอาสาสมัครสาธารณสุข ผ่านระบบ LINE เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการดูแลประชากรกลุ่มเสี่ยง อีกทั้งยังมีคลินิกมลพิษ ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจากมลพิษอากาศ ผ่านระบบ LINE เช่นกัน

การรายงานสถานการณ์ปัจจุบันของไฟป่าและฝุ่นละอองช่วยในการปฏิบัติการในช่วงวิกฤติและบ่งชี้ประสิทธิผลของมาตรการตอบโต้ภัย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์จุดความร้อนรายวันในภาพรวมของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รายจังหวัด และ รายงานแยกตามประเภทสิ่งปกคลุมดิน โดย GISTDA นำเสนอทั้งรูปแบบเชิงปริมาณและเชิงพื้นที่ ซึ่งสามารถใช้ในการระบุจุดภัยพิบัติที่สำคัญ ในขณะที่การรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองเป็นหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรีรายงานคุณภาพอากาศรายวันของจังหวัดกาญจนบุรี อย่างไรก็ดี การรายงานผลอ้างอิงจุดตรวจวัดในอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งไม่ใช่พื้นที่รับผลกระทบโดยตรงจากไฟป่า ข้อค้นพบจากการวิเคราะห์การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน

จากการศึกษารูปแบบการรายงานข่าวไฟป่าและมลพิษหมอกควันป่าสื่อมวชนในช่วงฤดูแล้งปีพ.ศ. 2564 ถึง 2568 พบจุดแข็งและจุดอ่อนที่ควรปรับปรุง ดังสรุปได้ดังนี้

จุดแข็งสำคัญ

1.การใช้ข้อมูลเชิงคาดการณ์จากดัชนี ENSO เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันล่วงหน้า ทำให้สามารถเตรียมมาตรการได้ก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงาน เช่น GISTDA ที่รายงานจุดความร้อนแบบรายวัน และกรมควบคุมมลพิษที่รายงานคุณภาพอากาศ ช่วยให้การตัดสินใจมีข้อมูลสนับสนุน

2.ในเชิงโครงสร้างการบริหาร แผนใช้ระบบ Single Command ระดับจังหวัด ทำให้การสั่งการมีทิศทางชัดเจน และมี War Room สำหรับการประสานงานแบบเร่งด่วนเมื่อเกิดวิกฤติ การบูรณาการหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ระดับท้องถิ่น ภาคทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครชุมชน ช่วยเสริมกำลังคนและขยายพื้นที่ปฏิบัติการได้ครอบคลุมมากขึ้น

3.มาตรการบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนและเด็ดขาด เช่น แคมเปญ “90 วัน คนดีไม่เผา คนเผาโดนจับ” การใช้กฎหมายสาธารณสุขและประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงการลงโทษโดยใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ต่อเกษตรกรผู้เผา ทั้งนี้ยังมีการใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์เชิงบวก เช่น การให้รางวัลพื้นที่ไม่เผา และการสนับสนุนเครื่องจักรกลเพื่อเก็บเกี่ยวอ้อยสด

4.การสื่อสารสู่ประชาชนอย่างหลากหลาย ทั้งสื่อมวลชน ระบบ LINE อสม. การลงพื้นที่เคาะประตูบ้านในชุมชนเสี่ยง และการประชาสัมพันธ์เชิงรุกโดยผู้นำท้องถิ่น ทำให้ข้อมูลการเตือนภัยและข้อกำหนดเข้าถึงคนในพื้นที่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ มิติด้านสุขภาพก็มีการเตรียมพร้อม เช่น การจัด Clean Room และการเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษหมอกควัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง

จุดอ่อนและข้อปรับปรุงที่สำคัญ

1.ระบบตรวจวัดและประเมินสภาพบรรยากาศในพื้นที่ป่าภาคตะวันตกยังขาดความครอบคลุม เนื่องจากมีสถานีอุตุนิยมวิทยาจำนวนจำกัดเพียงสองแห่งในจังหวัด ทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่เพียงพอต่อการคาดการณ์เฉพาะพื้นที่เสี่ยงอย่างแม่นยำ การรายงานคุณภาพอากาศในจังหวัดยังอ้างอิงจากจุดตรวจวัดในเขตเมือง ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไฟป่า จึงอาจไม่สะท้อนสถานการณ์จริงในพื้นที่ต้นเหตุ

2.การควบคุมพื้นที่ป่าและเกษตรกรรมยังมีข้อจำกัดด้านกำลังคนและการลาดตระเวนจริง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและชายแดนที่เข้าถึงยาก การบังคับใช้บทลงโทษทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกรผู้เผายังต้องอาศัยการติดตามและพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ซับซ้อน ซึ่งอาจทำให้การดำเนินการล่าช้า

3.การมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบในคนละด้าน และใช้กฎหมายบังคับแตกต่างกัน แม้จะเป็นการบูรณาการผ่าน War Room แต่หากขาดระบบข้อมูลกลางและการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ก็เสี่ยงต่อความซ้ำซ้อน สับสน และความล่าช้าในการตอบสนอง

4.ในมิติสุขภาพ การสื่อสารของหน่วยงานที่เกี่ยวกับแผนปฏิบัติและการติดตามสุขภาพในช่วงวิกฤติยังไม่ปรากฏชัดในสื่อหลัก ซึ่งอาจทำให้การป้องกันและลดผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยงไม่ครอบคลุมเพียงพอ

5.มาตรการเชิงป้องกันในภาคเกษตร เช่น การจูงใจให้เลิกเผาและสนับสนุนเทคโนโลยีทางเลือก แต่อาจขาดแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ที่เพียงพอ

6.ในการสื่อสารผ่านสื่อมวลชน มุ่งเน้นการสื่อสารในขั้นตอนเตรียมการและเผชิญเหตุ ซึ่งเป็นมาตรการดำเนินการระยะสั้นที่ต้องใช้ทรัพยากร กำลังคน และงบประมาณสูง แต่ขาดการสื่อสารในขั้นตอนการฟื้นฟูและการบรรเทาผลกระทบ ซึ่งอาจบ่งชี้ช่องว่างของมาตรการการจัดการภัยพิบัติระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ปรากฏการบูรณาการบทบาทของหน่วยงานทางการศึกษา ที่เกี่ยวข้องในแผนจัดการมลพิษอากาศจากฝุ่น PM2.5 ในระดับประเทศ แสดงให้เห็นว่า แนวทางการจัดการในปัจจุบัน มุ่งเน้นด้านแก้ปัญหาที่ปลายทาง

และแม้จะมีการสื่อสารข้อเสนอแนะของหน่วยงาน หรือองค์กรต่าง ๆ ต่อการบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควัน การถอดบทเรียนประจำปีโดยหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบควรมีการสื่อสารผลสัมฤทธิ์หรือข้อปรับปรุงแผนในปีต่อไปให้สาธารณชนรับทราบด้วย
 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

อ.เชน ร่วมเปิด SAI ผนึก ส.อ.ท.-มหิดล ดันเกษตร BCG ชู เห็ด วัตถุดิบมูลค่าสูงสู่สากล

นาทีปาฏิหาริย์! คลอดลูกกลางปั๊มน้ำมัน หลังเจออุบัติเหตุขวางทางไปโรงพยาบาล

ยิปซีพยากรณ์ ดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ 21 มีนาคม 2569

รัฐบาลปลื้ม ทีมไทยแลนด์โชว์ศักยภาพบนเวทีโลก ร่วมงาน Hong Kong International Film and TV Market

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved