วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
23 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก WattanaShop ได้โพสต์บทวิเคราะห์ถึงดราม่าครอบครัวเบ็คแฮมในมุมที่ลึกกว่าประเด็นแม่ผัวลูกสะใภ้ทั่วไป โดยระบุว่า
"พาไปส่องดราม่าบ้านเบ็คแฮมในมุมที่ "แซ่บ" กว่าเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ทั่วไป เพราะจริงๆ แล้วนี่คือศึกพิทักษ์อาณาจักรหมื่นล้านที่คุณแม่ Victoria ลงแรงสร้างมาทั้งชีวิต และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่การเขม่นกันในบ้าน แต่มันคือการปะทะกันในเชิงธุรกิจที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงระดับโลกค่ะ
1. ศึกพิทักษ์ "ความแพง" ไม่ให้กลายเป็นของโหล
ในโลกธุรกิจมีบทเรียนราคาแพงที่เรียกว่า Brand Dilution หรือการทำให้คุณค่าแบรนด์จางลงค่ะ เคสที่คลาสสิกที่สุดคือ Pierre Cardin ที่ครั้งหนึ่งเคยหรูหรามาก แต่กลับพลาดท่าขายลิขสิทธิ์ชื่อตัวเองไปแปะอยู่บนทุกอย่างตั้งแต่กระทะยันผ้ากันเปื้อน จนแบรนด์เสียราคาและกลายเป็นของโหลไปเลย หรืออย่าง Gucci ในยุค 80s ที่เคยผลิตสินค้าติดโลโก้เกลื่อนตลาดจนความขลังหายเกลี้ยง
พอหันมามอง Victoria ที่ใช้เวลากว่า 30 ปี ปั้นนามสกุล Beckham ให้เป็นสัญลักษณ์ของความ High-end อยู่บนรันเวย์ระดับโลก แต่ลูกชายคนโตอย่าง Brooklyn กลับเอานามสกุลนี้ไปวางข้างขวดซอสพริก Cloud 23 หรือคลิปทำอาหารง่ายๆ ในมุมมองของคนทำแบรนด์หรู นี่คือความเสี่ยงที่สุดค่ะ เพราะชื่อที่เคยอยู่บนชุดราคาหลักแสนจะดู "หมดความศักดิ์สิทธิ์" ทันทีเมื่อมันไปปรากฏอยู่บนสินค้า Mass Market ในซูเปอร์มาร์เก็ต
2. ความเชื่อมั่นในความเป็น "มืออาชีพ"
คนอังกฤษให้ค่ากับความพยายามและการพิสูจน์ตัวเองมากค่ะ Victoria เองโดนสบประมาทมาสารพัดกว่าจะได้รับการยอมรับว่าเป็นดีไซเนอร์ตัวจริง แต่สำหรับ Brooklyn เขากลับถูกมองว่าเป็นคนที่หยิบจับอะไรก็ไม่สุดสักทาง ตั้งแต่นักบอลตามรอยพ่อ ช่างภาพ จนมาถึงเชฟและเจ้าของธุรกิจซอสพริก
ในโลกธุรกิจระดับสูง "ความเชี่ยวชาญ" คือต้นทุนที่สำคัญที่สุดค่ะ การที่ทายาทคนโตเปลี่ยนเป้าหมายไปมาเหมือนเล่นสนุกแบบนี้ ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของอาณาจักรเบ็คแฮมในระยะยาว เพราะพาร์ทเนอร์ระดับโลกอาจเริ่มไม่มั่นใจว่า Brand Beckham รุ่นลูกจะยังรักษามาตรฐานความเป๊ะและความเป็น "ตัวจริง" ไว้ได้เหมือนรุ่นพ่อแม่หรือเปล่า
3. อำนาจการบริหารภาพลักษณ์ที่หลุดมือ
แต่เดิมครอบครัวเบ็คแฮมบริหารจัดการภาพลักษณ์กันเป็นทีมเหมือนบริษัทที่มีเอกภาพที่สุดทีมหนึ่งของโลกค่ะ ทุกอย่างที่สื่อเห็นคือ Narrative ที่ถูกคำนวณมาอย่างดี แต่พอ Brooklyn แต่งงานเข้าบ้าน Peltz ที่รวยระดับมหาเศรษฐีพันล้าน ทิศทางธุรกิจและชีวิตของเขาก็ดูเหมือนจะถูกย้ายไปอยู่ใต้การดูแลของทีมงานฝั่งเมียแทน
สำหรับ Victoria ที่เคยคุมทุกย่างก้าวของครอบครัวมาตลอด นี่คือการเสียอำนาจการบริหารจัดการภาพลักษณ์ ของลูกชายคนโตที่เป็นหน้าตาหลักของบ้านไปอย่างน่าเจ็บใจ ยิ่งเมื่อลูกชายออกมาพูดผ่านสื่อว่า "แบรนด์ต้องมาก่อนความรู้สึก" มันยิ่งตอกย้ำว่ามีความขัดแย้งเรื่องการคุมทิศทางธุรกิจซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพสวยๆ ในโซเชียลค่ะ
4. จริตการสื่อสารและดราม่า "ชุดแต่งงาน" ที่ย้อนแย้ง
จุดที่ทำให้คนเริ่มตั้งข้อสงสัยในฝั่งลูกสะใภ้คือเรื่องการรับมือกับดราม่าค่ะ โดยเฉพาะประเด็นชุดแต่งงานที่ Nicola เคยออกมาตัดพ้อว่า Victoria ทำชุดให้ไม่ทันจนต้องเปลี่ยนไปใช้แบรนด์ Valentino กะทันหัน แต่ในความเป็นจริง ชุดระดับ Couture ของ Valentino ต้องใช้เวลาจองและตัดเย็บกันเป็นปีค่ะ
การบอกว่าต้อง "เร่งรีบหาชุดใหม่" จึงดูย้อนแย้งและเหมือนเป็นการสร้างเรื่องเพื่อโจมตีแม่ผัวผ่านสื่อมากกว่าจะเป็นเรื่องจริง ในมุมมองคนทำแบรนด์หรู การสื่อสารแบบนี้คือความไร้ระดับและทำลายภาพลักษณ์ความแพงของตระกูลอย่างรุนแรงค่ะ เพราะในขณะที่ Victoria เลือกจะนิ่งสงบตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษ เพื่อรักษาเกียรติของแบรนด์ แต่ฝั่งลูกสะใภ้กลับเลือกเปิดศึกผ่านหน้านิตยสาร ซึ่งสุดท้ายแล้วผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า Victoria ชนะใจคนส่วนใหญ่ที่มองว่าเธอ "มืออาชีพ" และแพงกว่าเห็นๆ ค่ะ
บทสรุปที่ชวนให้คิดต่อคือ... ในวันที่ครอบครัวกลายเป็น "แบรนด์ระดับโลก" เส้นแบ่งระหว่างความรักแบบแม่ลูกกับความรับผิดชอบในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของตระกูลมันช่างบางเหลือเกินค่ะ เคสนี้ชวนให้เรากลับมามองว่า "ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน" อาจไม่ได้วัดกันที่ตัวเงินในธนาคารอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความสามารถในการรักษา "คุณค่า" และ "เกียรติยศ" ของชื่อเสียงไม่ให้จางหายไปตามกาลเวลา
สุดท้ายแล้วเราควรตั้งคำถามว่า... ในโลกที่ทุกคนอยากเป็นดาราและอยากขายของเพื่อเงินด่วนแบบ Brooklyn การที่ Victoria ยอมเป็น "แม่ที่ดูร้าย" เพื่อรักษาสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิตนั้น เป็นราคาที่เธอ "ต้องจ่าย" เพื่อให้คำว่า Beckham ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ไปอีกร้อยปีหรือไม่? แล้วถ้าเป็นคุณ... คุณจะเลือกโอบอุ้มความรู้สึกลูกชาย หรือจะเลือกปกป้องอาณาจักรที่สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อคะ?"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี