วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569
บุกพิสูจน์ คนแห่รักษาโรคกับเมียรองผู้ว่าฯ อ้างใช้พลังจิตควอนตัมเหนือธรรมชาติ

บุกพิสูจน์ คนแห่รักษาโรคกับเมียรองผู้ว่าฯ อ้างใช้พลังจิตควอนตัมเหนือธรรมชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.47 น.

พลังจิตควอนตัมเหนือธรรมชาติรักษาคนป่วย เหมือนท่านพี่น้องหญิงภาค 2 ชาวบ้านแห่มารักษาโรคอาการป่วยกับอาจารย์หมอคณะของเมียรองผู้ว่าฯ อบรมพลังจิตควอนตัม ผู้สื่อข่าวบุกพิสูจน์คนแห่รักษาแน่น เมียรองผู้ว่าฯเปิดใจไม่ใช่การรักษาเป็นการแค่อบรมใช้พลังจิตควอนตัมจุดธูปกำยานร่วมจิตรักษา

25 มกราคม 2569 เมื่อวันที่ 24 มกราคม ผู้สื่อข่าวอุดรธานี และนายภาณุมาศ จิตรวศินกุล เพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านมีเมียรองผู้ว่าฯ จังหวัดหนึ่งในภาคอีสานตอนบน เปิดรักษาคนป่วยอ้างใช้พลังจิตควอนตัมในการรักษา มีชาวบ้านในหลายจังหวัดฯ ทั้งจ.อุดรธานีและจ.หนองคายแห่ไปรักษากันจำนวนมาก และภรรยารองผู้ว่าฯ ท่านนี้เคยบุกรพ.ขอเอาผู้ป่วยไปรักษาด้วยแต่ทางรพ.ไม่ยอมให้ แถมยังให้ส่วนราชการหางบประมาณสร้างสำนักให้เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ เรื่องนี้กลัวจะบานปลายห่วงจะเป็นสำนักแบบท่านพี่น้องหญิงภาค 2 อยากให้หน่วยเหนือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรด้วย


ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เทศบาลตำบลโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ก็พบภรรยารองผู้ว่าฯ นางวรรณวิไล กันเพ็ชร ภรรยานายจำลักษ์ กันเพ็ชร รองผวจ.หนองคาย พร้อมคณะอาจารย์หมอที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯกำลังรักษาคนป่วยอยู่พอดี โดยผู้ป่วยแห่มารักษาจำนวนมากจนเต็มห้องประชม มีผู้ป่วยหลากหลายทั้งป่วยเดินไม่ได้ เบาหวานเท้าเปลื่อย แขนขาอ่อนแรง ตามองไม่เห็นและป่วยอีกสารพัดโรค

โดยทางภรรยารองผู้ว่าฯ บอกว่า เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยโดยใช้พลังจิตควอนตัมและจุดกำยานเป็นวิธีโบราณเพราะกำยานมีพลังงานเหนือธรรมชาติก่อนรักษาทุกครั้ง โรคต่างๆ ที่หมอเอาไม่อยู่ แต่มาที่นี่ทุกคนหาย ให้สังเกตดีๆ กำยานจะมีน้ำสีเหลืองสีดำ นั่นแปลว่ามีสิ่งไม่ดีออกจากร่างกายแล้ว ทุกคนมีพลังงานพอของไม่ดีออกไปแล้วอาการป่วยต่างๆ ก็ดีขึ้น พร้อมชี้ไปยังคุณยายท่านหนึ่ง บอกว่า อย่างยายคนนี้เดินไม่ได้พอมาร่วมฯ ก็เดินได้ยกแขนได้

นางกอง อายุ 74 ปี บอกว่า แต่ก่อนยายเดินไม่ได้แต่พอมาร่วมอบรมกับเมียรองผู้ว่า ช็อคมากยายเดินได้อย่างน่าทึ่ง แต่ก่อนนั่งรถเข็นตลอดเดินแทบไม่ได้ เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ อีกคนลูกชายพาแม่มารักษาา บอกว่า แม่ผมป่วยเป็นสโตรกแล้วเกิดล้มทำให้เดินไม่ได้เป็นอัมพฤกษ์มา 4 ปีแล้ว ต้องลาออกจากงานมาดูแลแม่ แม่ขยับไม่ได้เลย แต่ตอนนี้หลังร่วมอบรมในครั้งนี้ก็ปรากฏว่าแม่ลุกได้ ยกแขนซ้ายขวาได้ เหลือเชื่อมาก มาที่นี่ไม่ใช่การรักษา แต่เหมือนการให้กำลังใจและคำแนะนำจากอาจารย์หมอว่าต้องทำได้ ผมเชื่อว่ากำลังใจมีส่วนมากเหมือนเราไปทำบุญ เหมือนมีพลังความสุขอย่างไรอย่างนั้นจนทำให้แม่ขยับตัวได้

จากนั้นภรรยารองผู้ว่าฯ พานักข่าวไปดูกำยานที่จุดไฟ บอกว่าเห็นไหมกำยานแต่ละแท่งจะมีสีเหลืองสีดำนั่นคือสั่งไม่ดีออกมาจากร่างกายแล้ว เป็นการรักษาแบบธรรมชาติปรับสมดุล แต่พอนักข่าวจะทำข่าวทางเมียรองผู้ว่าบอกว่าที่ทำตอนนี้เปิดไม่ใช่การรักษาแต่เป็นการอบรมเท่านั้นนะ เป็นการปรับสมดุลร่างกายที่การรักษาหมอปัจจุบันเอาไม่อยู่ และเป็นวิทยาศาสตร์สนามแม่เหล็กรวมกับการขยายจิต แต่อย่าเพิ่งไปพูดต้องเอาไปวิจัยก่อน วันนี้ก็มีนักวิจัยมาด้วย เพื่อมาเก็บข้อมูลไปทำเป็นรายงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่เห็นตรงนี้เป็นการรักษาใช่หรือไม่ แต่ภรรยารองผู้ว่าย้ำว่า อย่าเรียกว่าการรักษาเป็นการอบรมเท่านั้น พร้อมบอกอีกว่า สิ่งที่เราทำมาหลายปีตั้งแต่ปี 64 ตั้งแต่อยู่ที่จ.ลำปาง สมัยผู้ว่าฯหมูป่า ช่วงนั้นโควิดกำลังระบาด เขาจำกัดคนเข้ารับการอบรม กว่าเราจะดำเนินการต่อได้ถูกสสจ.และรพ. แต่สุดท้ายท่านผู้ว่าฯก็ปล่อย เพราะเราไม่มีอะไรเป็นการปรับสมดุลร่างกายเท่านั้น

ส่วนที่มีการจุดกำยานใส่พลังจิตลงไปด้วย ถือว่าเป็นสนามแม่เหล็กเหนือกว่าพลังจิต สิ่งที่เกิดขึ้นจะช่วยให้จิตมีกำลัง โดยการทดสอบจากแสงเทียนหรือกำยาน จากนั้นจิตก็จะขยาย ผู้สื่อถามอีกว่า การรักษาแบบนี้เหมือนท่านพี่น้องหญิงหรือเปล่า ภรรยารองผู้ว่าฯเริ่มมีน้ำโหก็บอกว่า ไม่เหมือนนะ อย่าลากฉันไปแบบนั้น เพราะฉันเป็นคนสาธารณะ แบบนี้อย่าทำข่าวดีกว่า

ทั้งนี้ภรรยารองผู้ว่าฯเคยบุกรพ.ที่หนองคาย ขอเอาผู้ป่วยไปรักษามาแล้ว และขอให้หน่วยงานหลายหน่วยงานหางบมาสร้างสำนักงานเพื่อรักษาผู้ป่วยจากทั่วประเทศด้วย

ทางด้านว่าที่ร้อยตรีวิทยา คำพวง นายกเทศบาลตำบลโพนสา เผยว่า กรณีที่ภรรยท่านผู้ว่ามาใช้สถานที่มาอบรมที่เทศบาลฯของเรา ขอชี้แจงว่า ทางสมาคมพลังบำบัดไทย ได้ประสานมายังเทศบาลมาจะใช้สถานที่ในการอบรมรักษาและวิจัยกับผู้ป่วยทั้งอัมพฤกษ์ อัมพาต กระดูกทับเส้นและอาการป่วยต่างๆ ด้วยสนามแม่เหล็กควอนตัม ส่วนการไปพบกับผู้ป่วยทางสมาคมฯ ไปพบเองโดยผ่านอสม. ทางเทศบาลไม่ทราบเรื่องนี้ ทางสมาคมฯ ขอใช้สถานที่เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็มีคนสนใจรักษาบำบัดสนามแม่เหล็กควอนตัม เรื่องนี้เป็นเรื่องเปราะบาง เราก็ไม่ได้ขัดในใช้สถานที่ ก็ให้เปิดอบรมไป

'ผมในฐานะจบวิศวะมาเหมือนกัน สนามแม่เหล็กวัดค่าได้ พิสูจน์ทราบทางวิทยาศาสตร์ ส่วนการรักษาด้านการแพทย์ผมไม่มีข้อมูลเชิงลึกในเรื่องนี้ แต่ทางสมาคมฯ โดยภรรยาท่านรองผู้ว่าฯ จะทำการวิจัยโดยใช้ผู้ป่วยในพื้นที่ตำบลโพนสาเรา เราก็ไม่ได้ขัด และคนที่มารักษาเป็นเรื่องความเชื่อ แต่เรื่องวิทยาศาสตร์เป็นการทดลอง ปีที่แล้วภรรยารองผู้ว่าฯท่านพาคณะมาแล้ว มีผู้ป่วยมาอบรม ผมมีโอกาสได้ไปดูก็มีการออกคำสั่งเป็นเสียงว่า ให้มีกำลังใจนะ อาการดีขึ้นนะ เช่น ยกขา ยกแขน ผู้ป่วยมีบริบทตามนั้น เหมือนอุปทานหมู่เชื่อว่าหายจริง แต่ตัวเครื่องมือพลังสนามแม่เหล็กผมยังไม่เห็นเครื่องมือ'

ส่วนที่มีชาวบ้านในพื้นที่ฯ มาอบรมรักษาพลังสนามแม่เหล็กกับคณะภรรยารองผู้ว่าฯ ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราก็ห้ามไม่ได้ แต่ทางเทศบาลให้ความสำคัญกำลังเฝ้าดูอยู่ ซึ่งจริงๆ การรักษาดังกล่าวหากเป็นการพิสูจน์ทราบไม่ได้และเป็นการวิจัยที่ยังไม่ตกผลึก ตรงนี้จะทำให้เกิดข้อขัดแย้งในเชิงวิชาการทางด้านการแพทย์ เพราะการพิสูจน์ทราบและการวิจัยต้องตอบได้ ในเรื่องนี้ผมมองว่า การใช้พลังจิตรักษาเป็นความเชื่อส่วนบุคคล หากมองมุมหนึ่งถ้ายังไม่พิสูจน์ทราบชัดเจนก็มีผลกระทบต่อบทบาทหน้าที่ขอหมอพยาบาลแน่นอน เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก

ส่วนกรณีที่ท่านเป็นภรรยารองผู้ว่าฯ มาทำเรื่องนี้ก็ไม่ได้กังวลใจ ท้องถิ่นให้เกียรติทุกคนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภรรยารองผู้ว่าก็ตาม เรายึดความรู้สึกของประชาชนเป็นหลัก นายกเทศมนตรีเทศบาลต.โพนสา กล่าวตอนท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top