วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
หมอรัชริน อดไม่ได้จริงๆ ซัดวาทกรรม ณัฐชา ทำร้ายจิตใจบุคลากรการแพทย์

หมอรัชริน อดไม่ได้จริงๆ ซัดวาทกรรม ณัฐชา ทำร้ายจิตใจบุคลากรการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.17 น.

"หมอรัชริน"อดไม่ได้จริงๆ ซัดวาทกรรม"ณัฐชา"ทำร้ายจิตใจบุคลากรการแพทย์ ขณะที่ล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ขอโทษแล้ว หลังปราศรัยสร้างความไม่สบายใจ

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Ratcharin Aew ระบุว่า ปกติเป็นคนไม่ฝักใฝ่การเมือง เปิดรับฟังทุกฝ่าย แต่วาทกรรมหาเสียงแบบที่ทำร้ายจิตใจบุคลากรการแพทย์และศักดิ์ศรีวิชาชีพแบบนี้ คงต้องขอพูดถึงหน่อยค่ะ


ประโยคหนึ่งบนเวทีหาเสียง อาจเรียกเสียงเฮจากผู้ฟังบางกลุ่ม แต่สำหรับคนทำงานในระบบสาธารณสุข มันคือประโยคที่จุก แบบไม่ต้องแปลความ คนรวยซื้อประกัน คนชั้นกลางใช้เส้น คนจนหาเช้ากินค่ำ ต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี 4 วัดความดันตอนบ่าย

พอหมอมาตอนเย็นบอกรีบกลับบ้าน เมียทำกับข้าวไว้... วาทะนี้สะท้อนความจริงบางส่วนของระบบ แต่ในขณะเดียวกัน ก็สะท้อน "ความไม่เป็นธรรม" ต่อบุคลากรการแพทย์อย่างชัดเจน เพราะมันเลือกเล่าเรื่องความล่าช้า โดยตัดคนทำงานทั้งระบบออกจากสมการ

ความเหลื่อมล้ำนั้นมีจริง แต่แพทย์ไม่ใช่ผู้ก่อความเหลื่อมล้ำ! ทุกคนยอมรับว่า ระบบสุขภาพไทยมีความเหลื่อมล้ำ กองทุนสุขภาพไม่เท่ากัน คนไข้บัตรทองต้องรอนานกว่าคนมีประกันเอกชน

แต่คำถามคือ... ใครเป็นคนออกแบบระบบนี้?

ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พยาบาล ไม่ใช่เจ้าหน้าที่หน้าห้องตรวจ คนที่มาถึงโรงพยาบาลก่อนฟ้าสาง ไม่ใช่แค่ผู้ป่วย แต่บุคลากรจำนวนมากก็ต้องมาตั้งแต่เช้า และบางคนก็อยู่เวรมาทั้งคืน ยังไม่ได้กลับบ้านเลย ทุกคนมาเพื่อเปิดระบบ เพื่อรอรับคนไข้ เพื่อพยายามทำให้ความไม่พอของระบบ ยังพอถูไถต่อไปได้

หมอลงตรวจช้า ไม่ใช่เพราะหมอไม่อยากตรวจ แต่เพราะหมอมีไม่พอ แพทย์รัฐหนึ่งคน ดูแลคนไข้วันละหลักร้อยคน ทั้งผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยในที่รับไว้ในโรงพยาบาล ยังมีงานเอกสาร งานประชุม พร้อมนโยบายใหม่ๆ ที่ส่งลงมาจากส่วนกลางแทบทุกเดือน

ระบบบอกให้เพิ่มคุณภาพ แต่แทบไม่เคยเพิ่มคนให้ ระบบบอกให้เร็วขึ้น แต่ไม่ลดภาระ สุดท้าย สิ่งที่ช้าลงไม่ใช่หัวใจหมอ แต่คือ ขีดความสามารถของระบบ ทุกวันนี้ปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ไม่ใช่เรื่องเล็ก โรงพยาบาลรัฐจำนวนมาก ต้องเลือกระหว่างจ่าย OT บุคลากรให้ออกตรวจนอกเวลาราชการ หรือซื้อยา เวชภัณฑ์ ให้คนไข้ ... หลายแห่งเลือกอย่างหลัง ผลคือไม่มีเวรนอกเวลา ไม่มีคนอยู่ต่อหลังเวลาราชการ ไม่ใช่เพราะบุคลากรไม่เสียสละ แต่เพราะโรงพยาบาลไม่มีงบให้เสียสละ

การเมืองที่ดี ต้องกล้าวิจารณ์ระบบ แต่ไม่ควรเหยียบย่ำคนทำงาน การสะท้อนปัญหาระบบสาธารณสุขเป็นสิ่งจำเป็น แต่การใช้วาทะที่ทำให้สังคมเข้าใจว่า "หมอไม่ตั้งใจทำงาน" "หมอรีบกลับบ้านเพราะเมียทำกับข้าวรอ" มันง่าย มันแรง มันไวรัล แต่ไม่ยุติธรรม เพราะคนที่รับแรงกดดันจากระบบทุกวัน กลับกลายเป็นจำเลยของเวทีหาเสียง ถ้าจะพูดให้แรง ต้องพูดให้ถูกคน ถ้าจะกัด ต้องกัดโครงสร้าง กัดนโยบาย กัดการจัดสรรงบประมาณ กัดความเหลื่อมล้ำของกองทุน แต่หยุดการเหยียบศักดิ์ศรีของคนทำงานที่ยังคงอยู่ในระบบ ทั้งที่ระบบแทบไม่เคยใจดีกับพวกเราเลย

เราเชื่อว่า การเมืองที่ดี ไม่ใช่การหาแพะ แต่คือการหาทางออกให้ประเทศ และสังคมที่ดีควรแยกให้ออกว่า ใครคือปัญหา และ ใครคือคนที่กำลังแบกปัญหาแทนทุกคนอยู่ทุกวัน

ขณะที่ล่าสุด นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า จากกรณีการปราศรัยเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่เวทีฝั่งธน ผมขอใช้พื้นที่นี้ขอโทษอย่างจริงใจต่อพี่น้องประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน หากการสื่อสารของผมทำให้เกิดความไม่สบายใจ หรือถูกตีความคลาดเคลื่อนจากเจตนาที่แท้จริงของผม

สิ่งที่ผมตั้งใจจะสื่อสาร คือความเข้าใจต่อสถานการณ์ของทั้งสองฝั่ง ในฝั่งของประชาชน ผมได้พบและรับฟังเสียงสะท้อนจากหลายพื้นที่ ว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ต้องรอคิวนาน หรือไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน ผมเข้าใจดีว่าในอีกฝั่งหนึ่ง แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากกำลังทำงานภายใต้ภาระที่หนักหน่วง ทำงานยาวตลอดทั้งวันแทบไม่มีเวลาส่วนตัว ต้องแบกรับความเหนื่อยล้า ความกดดัน และความคาดหวังจากสังคม ในระบบที่ไม่ได้เอื้อให้พวกเขาทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

ผมยอมรับว่าการปราศรัยเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นยังขาดความรอบคอบ และตกหล่นการอธิบายประเด็นสำคัญให้ชัดเจน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคลากรทางการแพทย์ แต่คือปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุข ที่ยังไม่สามารถดูแลทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการได้อย่างเป็นธรรม

ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า บุคลากรทางการแพทย์คือหัวใจของระบบสาธารณสุข เป็นผู้ที่เสียสละ ทุ่มเท และทำงานอย่างเต็มกำลังมาโดยตลอด การเรียกร้องของผมจึงไม่ได้มุ่งตำหนิใครเป็นรายบุคคล แต่ต้องการผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น และในขณะเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ก็ได้รับการดูแล การคุ้มครอง และสภาพการทำงานที่เป็นธรรม

ผมเชื่อว่าระบบสาธารณสุขที่ดี ต้องเป็นระบบที่ยืนอยู่บนความเข้าใจซึ่งกันและกัน และออกแบบมาเพื่อให้ทั้งคนไข้และบุคลากรสามารถยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน การเพิ่มการลงทุนในระบบสุขภาพ และการจัดการกำลังคนอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่เพียงเรื่องงบประมาณ แต่คือการคืนศักดิ์ศรีให้กับทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการในระบบเดียวกัน

สุดท้ายนี้ ผมขอน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเคารพ และมองว่าทุกเสียงสะท้อนที่ได้รับ ไม่ได้เป็นเพียงคำตักเตือนเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้และการร่วมกันออกแบบการปฏิรูประบบสุขภาพ ผมยินดีรับฟัง และอยากชวนทุกท่าน ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเคยสื่อสารออกไป มาร่วมกันพูดคุย ต่อยอด และแก้ไขไปด้วยกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากเป็นเสียงของใครคนหนึ่ง แต่ต้องค่อย ๆ สร้างขึ้นจากความหลากหลายของสังคม และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย หากมีถ้อยคำใดที่ผมสื่อสารได้ไม่ครบถ้วนหรือไม่รอบคอบ ผมต้องขออภัยจากใจจริงอีกครั้งครับ และขอยืนยันว่าประตูของการสนทนา การรับฟัง และการทำงานร่วมกัน ยังเปิดอยู่เสมอครับ

- 006

,

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top