วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในการเมืองร่วมสมัย คำว่า “ด้อมส้ม” มักถูกใช้เรียกกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาชน หรือพรรคส้ม โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่
ที่เคลื่อนไหวผ่านโลกออนไลน์ คำนี้กลายเป็นฉลากทางการเมืองที่บอกทั้งจุดยืน ตัวตน และเครือข่ายความคิดของผู้พูดโดยปริยาย
กลุ่มนี้มักถูกวางภาพให้เป็นตัวแทนของความฉลาด ความก้าวหน้า และความเข้าใจโลก พูดเรื่องอนาคตได้คล่อง พูดเรื่องโครงสร้างได้ถนัด พูดเรื่องประชาธิปไตยได้เหมือนเป็นภาษาที่ใช้ทุกวัน ภาพที่ถูกส่งออกไปคือ ประเทศควรฝากความหวังไว้กับคนแบบนี้ คนที่ดูพร้อม ดูรู้ ดูทัน และดูเหนือกว่าสังคมส่วนอื่น
แต่เมื่อมองให้ตรง คนรุ่นใหม่
ที่ดังบนโลกการเมืองออนไลน์จำนวนหนึ่ง ไม่ได้เริ่มจากศูนย์
ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบต้องคำนวณ
ค่าใช้จ่ายรายวัน พวกเขามีต้นทุนตั้งแต่ต้น มีฐานะ มีการศึกษา มีเครือข่าย และมีพื้นที่พูดที่ไม่ต้องแย่งกับใคร
ความก้าวหน้าที่ถูกพูดถึงจึงมาพร้อมความมั่นใจที่ล้ำเส้น จนค่อยๆ กลายเป็นท่าทีเหนือกว่า และเปิดช่องให้การเหยียดผู้อื่น
ถูกมองเป็นเรื่องปกติ
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัด คือ ซีเค เจิง นักธุรกิจลูกครึ่งไทย–จีน เติบโตต่างประเทศ ทำธุรกิจสำเร็จ มีผู้ติดตามจำนวนมาก และแสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคส้มอย่างชัดเจน
ซีเคสื่อสารการเมืองจากฐานของคนที่มีต้นทุนครบ และคุ้นเคยกับการอธิบาย มากกว่าการฟัง เส้นแบ่งระหว่างความมั่นใจและความโอหังค่อยๆ เลือนหายไปในกระบวนการสื่อสารแบบนี้
ท่าทีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันมาจากความสำเร็จที่ถูกยืนยันซ้ำ มาจากพื้นที่ที่เปิดให้พูดโดยไม่ต้องรอคิว และเมื่อท่าทีเดียวกันนี้ถูกนำเข้าสู่สนามการเมือง ความสำเร็จส่วนตัวก็ถูกใช้เป็นเหตุผลรองรับการตัดสิน
ผู้อื่นจากที่สูง
โพสต์ที่กลายเป็นชนวน
ไม่ซับซ้อน ซีเค เล่าว่าเขาถามยายว่าจะเลือกใคร และอ้างคำตอบ
ว่ายายรับเงินมาแล้ว 2,000 บาท เพื่อเลือกพรรคการเมืองที่ไม่ใช่พรรคส้ม เขาใช้ตัวอักษร “xxx” แทนชื่อพรรค แล้วโพสต์ข้อความนั้นออกมากลางช่วงเลือกตั้ง
ไม่มีคำบอกว่า แต่ง ไม่มี
คำอธิบายเพิ่มเติม และไม่มีความ
รับผิดชอบใดตามมา
ข้อความลักษณะนี้ เมื่อออกมาจากคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมากและมีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ย่อมถูกแชร์ ถูกพูดต่อ และถูกนำไปใช้ตอกย้ำข้อกล่าวหาเรื่องซื้อเสียงทันที โดยไม่ต้องมีหลักฐานหรือคำอธิบายประกอบเพิ่มเติม
คำถามที่ตามมาไม่ได้ซับซ้อน
หากเรื่องนี้เป็นจริง คนที่อ้างว่า
รู้ข้อมูลควรทำตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด แต่คำถามนี้ไม่เคยได้คำตอบ
หากไม่จริง การหยิบคำว่ารับเงินเพื่อแลกเสียงมาใช้ในช่วงเลือกตั้งก็ทำหน้าที่ของมันไปแล้ว โดยไม่ต้องระบุชื่อพรรคใดตรงๆ และทิ้งร่องรอยการเหมารวมให้สังคมตีความต่อ
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา คือ การลบโพสต์ ความเงียบเข้ามาแทนคำชี้แจง วิธีนี้สะท้อนรูปแบบการสื่อสารที่พูดเมื่อได้เปรียบ และถอยเมื่อคำถามย้อนกลับมา โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
ท่าทีเดียวกันปรากฏชัดในโพสต์ข้อความก่อนหน้าของซีเค เมื่อเขาเขียนว่าการที่แฟนคลับของพรรคใดพรรคหนึ่งจะพยายามเห็นต่างจากเขาเป็นเรื่องไม่ฉลาด เพราะเขามีผู้ติดตามจำนวนมาก มีคนฟังอยู่ทุกวัยทุกอาชีพ
ข้อความนี้ไม่ได้ถกเถียงด้วยเหตุผล แต่กดน้ำหนักเสียงผู้อื่น
ลงไปกลายๆ ใต้ภาพความสำเร็จและความดังของตนเอง
จำนวนผู้ติดตามถูกใช้แทนเหตุผล ความดังถูกใช้แทนความ
ถูกต้อง และความก้าวหน้าถูกใช้เป็นเกราะกำบังคำพูด เมื่อการเมืองถูกทำให้เป็นเรื่องของอิทธิพล ความเห็นของคนที่ไม่มีต้นทุนก็ถูกลดคุณค่าลงอย่างเป็นระบบ
ในกลุ่มเดียวกันยังมี ดิว วีรวัฒน์ วลัยเสถียร ที่ใช้ถ้อยคำตรงกว่านั้น ดิว เรียกคนเห็นต่างว่าแก่ แล้ว
ยังจน และตามด้วยคำว่าโง่
คำพูดเหล่านี้สะท้อนท่าทีเหยียดที่ออกมาจากความเชื่อว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นโครงสร้างความคิดที่ฝังอยู่ในภาษา
เมื่อวาง ซีเคกับดิว ไว้ด้วยกัน รูปแบบเดียวกันก็ชัดเจน คนที่มีต้นทุน มีพื้นที่พูด และมีความมั่นใจสูง ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือวัดว่าใครควรถูกฟัง และใครไม่จำเป็นต้องถูกนับรวม
การเมืองคนรุ่นใหม่พรรคส้มในมือคนกลุ่มนี้ จึงไม่ใช่พื้นที่ที่ทุกเสียงมีน้ำหนักเท่ากัน แต่เป็นพื้นที่ที่สถานะส่วนตัวถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ ใครมีชีวิตพร้อมตั้งแต่ต้นย่อมพูดได้ดังกว่า ใครเคยลำบากย่อมถูกสั่งสอนจากข้างบน
ความก้าวหน้าถูกใช้เป็นเครื่องแบ่งระดับ ใครมีมากกว่าถูกมองว่าเข้าใจมากกว่า ใครพูดได้คล่องกว่าถูกยกว่าเหมาะสมกว่า ใครไม่มีต้นทุนถูกมองว่ายังไม่รู้ ยังไม่ทัน และยังไม่ควรอยู่ระดับเดียวกัน
น้ำเสียงโอหังและการ
เหยียดค่อยๆ แทรกอยู่ในท่าทีทางการเมืองแบบนี้
ภาพคนรุ่นใหม่ที่ถูกวางไว้สูงจึงไม่ใช่ภาพของการฟังเสียงที่หลากหลาย แต่เป็นภาพของการกำหนดว่าเสียงแบบไหนควรมีพื้นที่ และเสียงแบบไหนควรถูกมองข้าม ใต้ฉลากความก้าวหน้าเดียวกัน
กรณีของซีเคและดิว จึงเป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมทางการเมืองที่ใช้คำสวยเป็น
ฉากหน้า แต่ซ่อนความโอหังและการเหยียดไว้ในวิธีพูดและท่าที ความเก่งถูกใช้เป็นเกราะ ความรวยถูกใช้เป็นความชอบธรรม ความดังถูกใช้แทนเหตุผล
การเมืองในโลกของ
ด้อมส้มแบบนี้ คือการเมืองของความมั่นใจล้นเกิน ที่ทำให้การมองคนอื่นจากที่สูงถูกทำให้ดูปกติ การดูแคลนถูกทำให้ดูมีเหตุผล และทั้งหมดถูกห่อหุ้ม
ไว้ใต้คำว่าความก้าวหน้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี