วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
แพทย์จุฬา ค้นพบโพรไบโอติกชนิดใหม่ ช่วยลดสารพิษในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

แพทย์จุฬา ค้นพบโพรไบโอติกชนิดใหม่ ช่วยลดสารพิษในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.36 น.
Tag : แพทย์จุฬา โพรไบโอติก โพรไบโอติก โรคไตเรื้อรัง โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัสแรมโนซัสแอล34
  •  

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นโพรไบโอติกกำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคสายสุขภาพ ด้วยคุณประโยชน์ในการบำรุงและสร้างเสริมสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดีก็อย่างเช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ที่มีจุลินทรีย์ตัวดีช่วยในการทำงานของลำไส้และระบบการขับถ่าย

แต่โพรไบโอติกไม่ได้มีดีเพียงเท่านั้น วิทยาศาสตร์และการแพทย์สมัยใหม่ยังพบความมหัศจรรย์ของจุลชีพในลำไส้อีกมากมายหลายสายพันธุ์ ที่สามารถช่วยบรรเทาภาวะความเจ็บป่วยและความเสื่อมของร่างกายได้ เช่น ภาวะไตเรื้อรัง โดยล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร. สมหญิง ธัมวาสร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล หน่วยภูมิคุ้มกันวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 รูปแบบผงเพื่อผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง


“จากการทดลองพบว่า เมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เป็นระยะเวลา 1 เดือน ปริมาณสารพิษยูรีเมียและไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ลดลง อย่างมีนัยสำคัญ” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าว

“โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล 34 เป็นแบคทีเรียประจำถิ่นของคนไทย จึงน่าจะเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสมกับคนไทย”

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบายว่า “โพรไบโอติก” คือจุลชีพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย รา หรือยีสต์ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหมายถึงเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้

“ในร่างกายมนุษย์มีเชื้อแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดี แบคทีเรียดีจะทำการสร้างสารอาหารบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ เช่น กรดไขมันสายสั้น1 (Short-chain Fatty Acids) และวิตามินบางอย่าง โดยโพรไบโอติกช่วยย่อยไฟเบอร์ ย่อยอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และยังช่วยแย่งอาหารจากแบคทีเรียไม่ดี ทำให้แบคทีเรียไม่ดีลดจำนวนลง และแบคทีเรียดีก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น”

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้กำหนดโพรไบโอติกที่สามารถใช้ในอาหารว่ามีทั้งหมด 23-24 สายพันธุ์ เช่น บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) และ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus หรือ Lacticaseibacillus) ทั้งยังรวมถึงเชื้อจำเพาะบางชนิด เช่น สแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus sciuri) และโปรปิโอนิแบคทีเรียม (Propionibacterium arabinosum) โดยแลคโตบาซิลัสเป็นชื่อโพรไบโอติกที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นหูที่สุด  

“แลคโตบาซิลัสเป็นกลุ่มของแบคทีเรียกลุ่มหนึ่ง มีคุณสมบัติในการสร้างกรด lactic ได้ดี ทำให้ถูกนำไปผลิตเป็นนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบาย

“ในกลุ่มแลคโตบาซิลัสมีนามสกุลย่อย เราเรียกว่าสปีชีส์ เช่น แรมโนซัส (Rhamnosus) และคาเซอิ (Casei) ทั้งสองสปีชีส์จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันและมีความใกล้เคียงกันมาก เช่น การย้อมติดสี และ เป็นแบคทีเรียที่ไม่ชอบออกซิเจนเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันทางชีวเคมีบ้างเล็กน้อย เราก็เลยแยกเป็นคนละสปีชีส์”

โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ถูกค้นพบครั้งแรกโดยศาสตราจารย์ ดร.สมหญิง ธัมวาสร จากภาควิชาจุลชีววิทยา จุฬาฯ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว

“ท่านศึกษาเชื้อแบคทีเรียในเด็กทารก โดยสกัดโพรไบโอติกจากอุจจาระของทารกมาศึกษาแล้วพบว่ามีเชื้อบางกลุ่มที่น่าสนใจ” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์อธิบายการทดสอบต่อไปว่า “วิธีทำคือแยกเชื้อแบคทีเรียจากอุจจาระและมีอาหารเลี้ยงเชื้อ เราใส่อาหารที่แบคทีเรียชอบ มันก็จะเจริญเติบโตขึ้นมา เมื่อได้กลุ่มเชื้อแบคทีเรียแล้วก็จะมาวิเคราะห์ดูว่าแบคทีเรียตัวนี้มีคนเคยเจอหรือยัง หรือเป็นแบบเฉพาะที่ยังไม่มีคนเคยเจอ เราทำการวิเคราะห์หาลำดับดีเอ็นเอ (Sequencing Analysis) และพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ที่ชื่อว่าโพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มี Sequence ไม่เหมือนตัวอื่น เป็นแลคโตบาซิลัสพันธุ์จำเพาะ ที่ไม่เหมือนกับแบคทีเรีย แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส ตัวอื่นๆ” 

จากนั้น รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ นำเอาโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มาทำวิจัยกับสัตว์ทดลอง เริ่มตั้งแต่โมเดลการติดเชื้อในลำไส้ โมเดลการติดเชื้อทางกระแสเลือด และโมเดลโรคไต พบว่าในโมเดลโรคไต โพรไบโอติกลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบได้ เมื่อเทียบกับสัตว์ทดลองที่ไม่ได้ให้โพรไบโอติก

“เราเริ่มทำในโมเดลของสัตว์ทดลองก่อน สัตว์ทดลองที่มีไตอยู่ 1 ใน 6 ส่วนของไตปกติจะมีการคั่งของของเสียที่ขับทางปัสสาวะเหมือนในคน เราให้โพรไบโอติกเข้าไปวันละครั้งนาน 3 เดือน พบว่าสามารถลด Gut-derived Uremic Toxins (GDUTs) หรือสารพิษยูรีเมียที่เกิดในลำไส้”

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์อธิบายว่า “โรคไตจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของของเสียบางอย่างเนื่องจากขับออกทางปัสสาวะไม่ได้หรือขับออกได้น้อยลง ของเสียเหล่านั้นจึงขับออกทางลำไส้แทนและจะถูกใช้โดยแบคทีเรียบางกลุ่มที่อยู่ลำไส้แล้วผลิตออกมาเป็นกลุ่มของสารที่ชื่อว่า GDUTs ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก และโรคหัวใจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเกิดการเสื่อมของไตเร็วขึ้นอีกด้วย”

“แต่เมื่อเราให้โพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ซึ่งเป็นแบคทีเรียดี มันเข้าไปช่วยลดแบคทีเรียไม่ดี ส่งผลให้ สารพิษยูรีเมียดังกล่าวลดลง”

เมื่อการทดลองในสัตว์ได้ประสิทธิผลดี รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์จึงได้ดำเนินการทดลองระยะต่อไปกับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเมื่อปี 2567

“เราให้ผู้ป่วยรับประทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ในรูปแบบผงประมาณ 1 เดือน แล้วเจาะเลือดพบว่าค่า Gut-derived Uremic Toxin และไซโตไคน์ซึ่งเป็นปัจจัยที่วัดการอักเสบในเลือดนั้นลดลง แต่การทำงานของไตยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าวว่าโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 3 – 5 ในระยะก่อนที่ผู้ป่วยจะล้างไต (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะโรคไตเรื้อรังในล้อมกรอบ)

“สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ยังไม่จำเป็นต้องได้รับการล้างไตนั้น การรับประทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 อาจช่วยลดการอักเสบได้ แต่สำหรับผู้ป่วยระยะที่ 5 ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการล้างไตนั้น อาจจะต้องให้โพรไบโอติกร่วมกับการล้างไต ซึ่งจะได้ผลดีหรือไม่นั้นคงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติม ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ที่จะต้องทำการรักษาทดแทนไตแต่ไม่ได้รับการรักษานั้นอาจจะเกิดผลเสียที่รุนแรงถึงชีวิต จากการที่เกิดการสะสมของสารพิษยูรีเมีย เกิดภาวะซึม มีน้ำเกินในปอดหอบและหายใจไม่ได้ ตัวบวม เลือดออกในเยื่อหุ้มหัวใจส่งผลการบีบตัวของหัวใจผิดปกติและเสียชีวิตได้ คงต้องเน้นว่าการให้โพรไบโอติกเป็นเพียงการรักษาเสริมเพิ่มจากการรักษาตามมาตรฐานเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการรักษาตามมาตรฐานปัจจุบันได้”

ขณะนี้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ได้จดอนุสิทธิบัตรแล้ว โดยทีมวิจัย จุฬาฯ ได้ให้บริษัท Greater Pharma (เกรทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด) เป็นผู้ดำเนินการผลิต

“เราเก็บโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ในรูปแบบไลโอฟิไลซ์ (Lyophilized Form) ทำให้มันแห้งในแล็บ เวลาจะใช้ก็มาเลี้ยงในหลอดทดลอง เชื้อจะเจริญเติบโตแล้วก็เอาไปใช้ต่อ”

“แต่ถ้าจะไปทำผลิตภัณฑ์ วิธีที่จะทำให้เชื้อเจริญเติบโตโดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุดเป็นการใช้วิธีการทางอุตสาหกรรม เราจึงร่วมมือกับบริษัทยาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นเกรดที่ผู้ป่วยทานได้ รสชาติดี โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นให้มีราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ง่าย การพัฒนาทางด้านเทคนิคการผลิตในอนาคตอาจจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกลง ซึ่งเทคนิคเหล่านี้น่าจะเป็นองค์ความรู้หนึ่งที่สำคัญของประเทศในอนาคต”

สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกในรูปแบบผง รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบายว่า “คนเป็นโรคไต บางรายอยากรับประทานโพรไบโอติก กินโยเกิร์ตก็ไม่ได้เนื่องจากมีฟอสเฟตสูง โดยเฉพาะโรคไตวายเรื้อรังในระยะที่มีปัสสาวะน้อยและต้องดื่มน้ำน้อย ถ้าต้องได้รับโพรไบโอติกรูปแบบที่ใช้น้ำเยอะก็จะไม่สามารถใช้ได้เลยใช้รูปแบบเป็นผง คนไข้ไม่อยากดื่มน้ำก็สามารถเทเข้าไปผสมกับข้าวได้หรือละลายน้ำในปริมาณน้อยแล้วดื่มก็ได้”

แม้จะได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว แต่การวิจัยยังไม่สิ้นสุด รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ เผยถึงการศึกษาในระยะต่อไปว่า “อยากศึกษาว่าถ้าทานโพรไบโอติกในระยะเวลานานขึ้นจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในโรคไตต่าง ๆ ได้หรือไม่ เนื่องจากผลการทดลองที่ได้จากการรับประทานโพรไบโอติกเพียงหนึ่งเดือนอาจจะสั้นเกินกว่าที่จะเห็นผลดีอื่น ๆ นอกจากนี้การทำให้เชื้ออยู่ในลำไส้ได้นานขึ้นควรจะทำอย่างไร หากเป็นไปได้โพรไบโอติกที่ให้ไประยะหนึ่งแล้วเติบโตได้เองในลำไส้น่าจะทำให้เกิดผลดีในระยะยาว และลดค่าใช้จ่ายในการที่จะต้องรับประทานโพรไบโอติกอย่างต่อเนื่อง” การปรับเปลี่ยนจุลชีพในลำไส้ในโรคต่าง ๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสมยังเป็นเรื่องที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ กล่าวและเพิ่มเติมว่า “ผลิตภัณฑ์ประเภทที่เป็นอาหารของเชื้อโพรไบโอติก เรียกว่า พรีไบโอติก (Prebiotic) หรือทั้งตัวเชื้อโพรไบโอติกรวมกับอาหารของเชื้อ ที่เรียกว่า ซินไบโอติก (Synbiotic) ก็มีความน่าสนใจ หากเป็นไปได้ การมี “ซุปเปอร์โพรไบโอติก” อาจจะเกิดประโยชน์ในหลายโรค นอกจากนั้นการศึกษาโมเลกุลที่สร้างขึ้นจากโพรไบโอติก เช่น กรดไขมันสายสั้น ก็น่าสนใจและง่ายสำหรับการทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นยา ซึ่งสามารถทำการเก็บรักษาได้ง่ายกว่าโพรไบโอติกที่เป็นจุลชีพที่มีชีวิต”  

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

สว.สำรอง สบช่องยื่น ศาลปกครอง สอย กกต. ปม บาร์โค้ด ชี้ผลโมฆะ ต้องจัดเลือกตั้งใหม่

AURAไขข้อสงสัย กระแสเงินสดติดลบ สะท้อนพอร์ตทองเติบโต-ขายฝาก มากกว่าสัญญาณลบ

คุณแหน: 17 กุมภาพันธ์ 2569

ฝ่ายค้านกัมพูชา เชื่อเสียดินแดนแน่ หลังทหารไทยขุดคู วางลวดหนาม ชี้ทางแก้ต้องล้มระบอบฮุนเซน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved