จุดสลบพรรคส้ม พีระชาติ ชี้วิบากกรรม 44 สส. ส่อเค้าเซ็ตซีโร่ยกแผง

จุดสลบพรรคส้ม พีระชาติ ชี้วิบากกรรม 44 สส. ส่อเค้าเซ็ตซีโร่ยกแผง

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.38 น.

23 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก "พีระชาติ อินตา" อินฟลูด้านความมั่นคง และเป็นทหารแนวหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยปักหลักอยู่ที่ปราสาทตาควาย โพสต์ข้อความระบุว่า พี่น้องครับ...สถานการณ์ของพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ในเวลานี้ หากเรามองกันอย่างตรงไปตรงมาตามหน้าเสื่อทางการเมือง จะเห็นได้ชัดว่ากำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ #หนักหนาสาหัส ไม่น้อยเลยครับ

หลังจากพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา กระแสที่เคยพุ่งทะยานดูเหมือนจะถูกบดบังด้วยมรสุมหลายด้านที่ประดังประเดเข้ามาพร้อมกันอย่างน่าใจหาย


จากภาพลักษณ์ที่เคยสร้างไว้เพื่อเป็นตัวแทนของความเปลี่ยนแปลง แต่ในช่วงหลังมานี้กลับมีข่าวคราวเชิงลบที่ปรากฏสู่สายตาประชาชนบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่คนในสังกัดหรือเครือข่ายไปพัวพันกับเรื่องราวสีเทา หรือพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ถูกสังคมตั้งคำถามอย่างรุนแรง สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่เคยฝากความหวังไว้

พี่น้องครับ ในมุมมองของนักวิเคราะห์เราต้องยอมรับว่า การจะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญนั้น ลำพังเพียงแค่การประกาศอุดมการณ์อาจไม่เพียงพอ แต่ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบและมาตรฐานทางจริยธรรมที่ตรวจสอบได้จริง มิฉะนั้นสิ่งที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่ย้อนกลับมาทำลายความศรัทธาของมวลชนเสียเอง

จุดที่ถือว่าเป็นจุดสลบทางการเมืองในครั้งนี้ คือการที่ความคาดหวังในการเข้าสู่อำนาจรัฐเพื่อผลักดันนโยบายสำคัญอย่างการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคง หรือการเดินหน้าพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมนั้น ดูจะเลือนลางลงไปทุกที เมื่อตัวเลขในสภาและผลการเลือกตั้งไม่เอื้ออำนวยให้คุมเกมได้เหมือนเดิม แผนการที่เคยวางไว้ว่าจะใช้กลไกสภามาเป็นทางออกให้กับคนในพรรคหรือแนวร่วมที่ติดคดีความอยู่ จึงตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า #มืดแปดด้าน หรืออาจต้องเผชิญกับความผิดหวังซ้ำซาก

ที่น่าเป็นห่วงที่สุดเห็นจะเป็นวิบากกรรมทางกฎหมายของกลุ่ม #44สส เกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งตอนนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล พี่น้องครับ หากเราดูจากบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ผ่านมาต้องบอกว่านี่คือ "ด่านหิน" ที่ผ่านไปได้ยากมาก หลายฝ่ายกังวลว่าหากผลออกมาในทางลบอาจนำไปสู่การเซ็ตซีโร่ทางการเมืองของบรรดาตัวตึงหลายคน

ไม่ว่าจะเป็นแกนนำคนสำคัญที่เคยมีบทบาทโดดเด่นในสภา หรือแม้แต่อดีตแคนดิเดตนายกฯ ที่มีชนักติดหลังอยู่แล้ว หากต้องเผชิญกับดาบสองในเรื่องจริยธรรมซ้ำเข้าไปอีก โอกาสที่จะกลับมาโลดแล่นในเวทีการเมืองหรือทำตามความฝันในระดับสูงสุดก็อาจจะมลายหายไปทันที ซึ่งนี่คือความเป็นจริงทางการเมืองที่เจ็บปวดแต่ต้องยอมรับ

การยึดถือแนวทางที่ #สุดโต่ง และการท้าทายกรอบกติกาทางกฎหมายแบบเดิมๆ อาจถูกใจกลุ่มผู้สนับสนุนบางส่วน แต่ในทางปฏิบัติทางการเมืองนั้น การละเลยระเบียบข้อบังคับที่พรรคการเมืองอื่นเขาปฏิบัติกันได้ปกติ กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองจนเสียรูปมวย และสุดท้ายเมื่อเกิดปัญหาก็มักจะจบลงด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ระเบียบกติกา แทนที่จะหันกลับมาตรวจสอบความบกพร่องภายในพรรค

สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงครับพี่น้อง เพราะในระบอบประชาธิปไตยที่มีหลักนิติรัฐ #กฎแห่งกรรมทางการเมือง นั้นเที่ยงตรงเสมอ ใครทำสิ่งใดไว้ย่อมต้องได้รับผลจากการกระทำนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top