เมียร่ำไห้สงสารผัว ยอมเสี่ยงทำงานท่ามกลางสงคราม พกชายผ้าถุงแม่หวังคุ้มภัย

เมียร่ำไห้สงสารผัว ยอมเสี่ยงทำงานท่ามกลางสงคราม พกชายผ้าถุงแม่หวังคุ้มภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.37 น.

เมียแรงงานชาวบุรีรัมย์ ถึงกับน้ำร้องไห้เพราะเป็นห่วงและสงสารสามี ที่ยอมเสี่ยงชีวิตทำงานท่ามกลางสงครามอิสราเอล – อิหร่าน  เพื่อหาเงินใช้หนี้กว่า 8 แสน ส่งเสียเลี้ยงแม่ชราและลูกเมีย มีเพียงชายผ้าถุงแม่ที่พกติดตัวหวังคุ้มภัย เผยคำพูดสามีบอกตายในสนามรบก็ยังได้เงินช่วยเหลือ ดีกว่ากลับไปแล้วหนี้ท่วมหัวครอบครัวลำบาก วอนรัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือลดภาระหนี้สินแรงงาน 

5 มีนาคม 2569 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นางอรวรรณ บริบุตร อายุ 53 ปี ภรรยา ของนายสุข บริบุตร อายุ 46 ปี หนึ่งในแรงงาน ชาวจังหวัดบุรีรัมย์  ที่ทำงานภาคการเกษตรอยู่ที่อิสราเอล ได้โทรวีดีโอคอล ผ่านเฟสบุ๊ก เพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐ และอิหร่าน และถามถึงสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของสามีด้วยความเป็นห่วง ซึ่งขณะโทรไปสามีก็ยังทำงานอยู่ในแปลงเกษตร สามี บอกว่า วันนี้ยังได้ยินเสียงรบกันอยู่ แต่ก็ยังต้องออกมาทำงานเพราะเขาจะคิดค่าแรงให้ตามชั่วโมงที่ทำงาน หากใครไม่ทำก็จะไม่ได้ค่าแรง 


สามี บอกว่า ตอนนี้ยังออกมาทำงานทุกวันจนกว่าทางการหรือนายจ้างจะแจ้งให้หยุด เมื่อถามสามีว่าอยากกลับบ้านหรือไม่ สามีก็ยังยืนยันว่า จะอยู่ทำงานต่อจนจะครบสัญญาจ้างอีกประมาณ 1 ปีกว่า แม้จะเสี่ยงอันตรายจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น แต่ก็ยอมเสี่ยงเพราะยังมีภาระทั้งหนี้สิน แม่ที่ชราและลูกเมียที่ต้องดูแล ทำให้ภรรยาถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะเป็นห่วงและสงสารสามีที่ยอมเสี่ยงทำงานท่ามกลางสงคราม โดยสามี บอกว่า ได้พกชายผ้าถุงของแม่ติดตัวไปด้วย เพราะหวังว่าเป็นของมงคลที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย  

นางอรวรรณ ผู้เป็นภรรยา ยังพูดทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้มีหนี้สินจากการนำโฉนดบ้านและที่ดินไปจำนองกับนายทุนกว่า 800,000 บาท เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ใช้จ่ายในครอบครัว และส่งลูกเรียน ปัจจุบันสามีได้ค่าแรงเฉลี่ยเดือนละ 4 - 5 หมื่นบาท จะส่งกลับมาบ้านเดือนละ 3 หมื่น ก็จะนำไปส่งดอกเบี้ยที่นำนองโฉนดไว้กับนายทุนเดือนละ 14,000 บาท จ่ายงวดรถอีกเดือนละ 5,400 บาท ที่เหลือก็เก็บไว้เป็นค่ากินอยู่ในแต่ละวัน และส่งลูกเรียน 2 คน หากสามีจะต้องถูกอพยพกลับเพราะผลกระทบจากสงคราม ครอบครัวก็ต้องเดือดร้อนหนักอย่างแน่นอน ทั้งภาระหนี้สินและใช้จ่ายแต่ละวันไม่รู้จะหาจากที่ไหน ใจอยากให้สามีกลับเพราะเป็นห่วง เพราะสงครามครั้งก่อนจุดที่สามีทำงาน  มีคนถูกระเบิดเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย

แต่สามีก็บอกกับตนเองว่าขอตายที่นั่นดีกว่า เพราะอย่างน้อยก็ยังได้เงินช่วยเหลือจากรัฐ ครอบครัวจะได้ไม่ลำบาก แต่หากกลับมาบ้านก่อนครบสัญญาจ้าง ก็ไม่รู้จะไปทำงานอะไรถึงจะมีเงินพอที่จะไถ่ถอนโฉนด เลี้ยงครอบครัว และส่งลูกเรียนได้ จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือแรงงาน โดยเฉพาะเรื่องหนี้อยากให้มีมาตรการลดภาระนี้สินช่วยแรงงานด้วย.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top