ครูธัญ สวนกลับไพรวัลย์ เข้าใจผิด แก้สูติบัตรไม่ใช่ลบอดีต แต่คือสิทธิพื้นฐานที่โลกยอมรับ

ครูธัญ สวนกลับไพรวัลย์ เข้าใจผิด แก้สูติบัตรไม่ใช่ลบอดีต แต่คือสิทธิพื้นฐานที่โลกยอมรับ

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.49 น.

เฟซบุ๊ก ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ หรือ “ครูธัญ” อดีต สส. และหนึ่งในผู้ผลักดันร่างกฎหมาย สมรสเท่าเทียม ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า  จากกรณีไพรวัลย์ วรรณบุตร วิพากษ์วิจารณ์ #สูติบัตร ร่างพระราชบัญญัติการรับรองเพศ คำนำหน้านาม

จากโพสต์ของ ไพรวัลย์ วรรณบุตร ที่ระบุว่า “ไม่ใช่จะเอาแค่คำนำหน้า แต่จะแก้กระทั่งสูติบัตรใบเกิดของตัวเอง” และตั้งคำถามเชิงเสียดสีต่อร่างกฎหมายรับรองเพศสภาพซึ่งธัญเป็นผู้ยกร่างเอง คิดว่าประเด็นนี้ควรถูกอธิบายอย่างตรงไปตรงมา เพราะข้อเสนอเรื่องการแก้ไขข้อมูลในเอกสารราชการ เช่น สูติบัตร ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อ “เปลี่ยนอดีต” ของใคร แต่เป็นการทำให้เอกสารของรัฐสะท้อนสถานะทางกฎหมายของบุคคลในปัจจุบัน หลักการนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นแนวทางที่ใช้กันในกฎหมายรับรองเพศสภาพของหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้บุคคลสามารถใช้ชีวิตและใช้สิทธิทางกฎหมายได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งระหว่างเอกสารราชการกับตัวตนของเขา


ในหลักการสากลของกฎหมาย Gender Recognition เมื่อรัฐรับรองเพศตามอัตลักษณ์ของบุคคลแล้ว เอกสารราชการที่สำคัญ เช่น ทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือแม้แต่สูติบัตร อาจต้องได้รับการแก้ไขหรือออกเอกสารใหม่ เพื่อให้ข้อมูลในเอกสารเหล่านั้นสอดคล้องกับสถานะทางกฎหมายที่ได้รับการรับรอง การดำเนินการลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน เช่น การทำธุรกรรม การสมัครงาน การเดินทาง หรือการใช้สิทธิทางกฎหมายต่าง ๆ ที่อาจเกิดความขัดแย้งหากข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกับสถานะที่รัฐรับรอง

ในทางปฏิบัติของระบบราชการ การแก้ไขเอกสารอย่างสูติบัตรไม่ได้ทำให้ข้อมูลเดิม “หายไป” อยู่แล้ว เพราะเอกสารราชการทุกฉบับมีระบบทะเบียน มีหมายเลขเอกสาร มีผู้ลงนาม และมีวันที่ของการแก้ไขหรือออกเอกสารอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในทะเบียนราษฎรจึงมีร่องรอยในระบบของรัฐเสมอ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งในแง่ของผู้มีอำนาจอนุญาต ขั้นตอนการดำเนินการ และช่วงเวลาที่มีการแก้ไข ดังนั้นการปรับข้อมูลในเอกสารจึงไม่ใช่การลบประวัติชีวิตของบุคคล แต่เป็นการปรับข้อมูลให้สอดคล้องกับสถานะทางกฎหมายในปัจจุบัน ขณะที่ข้อมูลเดิมยังคงอยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบได้

ด้วยเหตุนี้ ประเด็นเรื่อง “การแก้สูติบัตร” จึงควรถูกทำความเข้าใจในฐานะการจัดการข้อมูลทางทะเบียนของรัฐ ไม่ใช่การเปลี่ยนความจริงของชีวิตหรือการลบอดีตของใคร กฎหมายลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้เอกสารราชการสามารถสะท้อนสถานะทางกฎหมายของบุคคลได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาหลักการตรวจสอบได้ของระบบราชการไว้ครบถ้วน ซึ่งเป็นหลักการที่ทั้งคุ้มครองสิทธิของบุคคลและรักษาความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนของรัฐไปพร้อมกัน

หากเราทุกคนและไพรวัลย์ วรรณบุตร เข้าใจปัญหา คำนำหน้าไม่ใช่เรื่องคำพูดหรือคำเรียกเท่านั้น แต่มันคือการดำเนินชีวิตตามกฏหมายที่ไม่เกิดช่องว่างและปัญหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แพรรี่ประกาศคืนรางวัล ยันขอเลือกเสรีภาพทางความคิด แม้ต้องสวนกระแส LGBTQ+

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top