วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
อดีตนายทหารยศพันเอกตัดสินใจลาออกจากราชการ หวนกลับบ้านเกิดพลิกฟื้นที่ดินสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน เนรมิตเป็นไร่องุ่นขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ปลูกกว่า 1,000 ต้น 21 สายพันธุ์ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี ชิมฟรี และตัดองุ่นสดจากต้นด้วยตนเอง สร้างรายได้วันธรรมดากว่า 10,000 บาท ส่วนวันหยุดพุ่งทะลุ 50,000 บาทต่อวัน
ที่บ้านปากเมง หมู่ 4 ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง นายน้ำพุ เปลี่ยนเภท อายุ 37 ปี อดีตนายทหารยศพันเอก เปิด “ไร่องุ่นปากเมง” บนพื้นที่ 20 ไร่ ซึ่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัด ภายในสวนปลูกองุ่นมากกว่า 1,000 ต้น แบ่งเป็นกว่า 40 โรงเรือน โรงเรือนละ 20–25 ต้น รวม 21 สายพันธุ์ เช่น วีเลส ไบโคนัวร์ ไวท์มะละกา S48 ไซมัสคัส เคียวโฮ ซุปเปอร์สวีท เอ-วัน แบล็คโอปอล และไคนุง โดยเน้นปลูกองุ่นไร้เมล็ดเป็นหลัก
เจ้าของสวน เล่าว่า แนวคิดเริ่มจากความชื่นชอบการรับประทานองุ่น ประกอบกับครอบครัวมีพื้นฐานด้านการเกษตร อีกทั้งระหว่างรับราชการทหารเคยรับผิดชอบงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้มีโอกาสศึกษาดูงานแปลงองุ่นที่ประสบความสำเร็จทั่วประเทศเป็นเวลาหลายปี ก่อนตัดสินใจผันตัวมาปลูกองุ่นอย่างจริงจังในเดือนเมษายน 2568 และใช้เวลาเพียง 11 เดือน จนสามารถเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ไร่องุ่นแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและชิมองุ่นทุกสายพันธุ์ได้ฟรี พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ลูกค้าเลือกตัดองุ่นสดจากต้นด้วยตัวเอง โดยก่อนนำไปชั่งน้ำหนัก คนงานจะช่วยคัดแต่งผลที่มีตำหนิออกทีละช่อ เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มรสองุ่นคุณภาพดีที่สุด ทั้งนี้ องุ่นทั้ง 21 สายพันธุ์จะทยอยสุกต่างช่วงเวลา ทำให้สามารถมีผลผลิตให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อได้ตลอดทั้งปี
สำหรับสายพันธุ์องุ่นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์จากรัสเซีย ยูเครน และอิสราเอล ซึ่งมีคุณสมบัติทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้น เหมาะกับพื้นที่ภาคใต้ โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 250–350 บาท ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมจำนวนมาก วันธรรมดามีประมาณ 100–200 คน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์เพิ่มเป็น 400–500 คน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น. สร้างรายได้เฉลี่ยวันธรรมดากว่า 10,000 บาท และวันหยุดมากกว่า 50,000 บาทต่อวัน

นอกจากองุ่นสดแล้ว ภายในสวนยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น น้ำองุ่นสดจากไร่ จำหน่ายขวดละ 30 บาท และองุ่นดองจากผลที่ตัดแต่งออกจากช่อ จำหน่ายกล่องละ 30 บาท ซึ่งสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น แกงส้ม ต้มยำ ต้มส้ม และแกงเลียง เป็นการเพิ่มมูลค่าและลดการสูญเสียผลผลิต
ในด้านการดูแลสวน มีการให้น้ำด้วยระบบมินิสปริงเกอร์ตอนเช้าวันละ 1 ชั่วโมง ใส่ปุ๋ยคอกเดือนละครั้ง และเสริมปุ๋ยสูตร 25-7-7 ทุก 2 สัปดาห์ ครั้งละประมาณ 50 กรัม พร้อมใช้ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาป้องกันโรคจากเชื้อรา รวมถึงตัดแต่งกิ่งทุกสัปดาห์เพื่อลดการสูญเสียสารอาหารและช่วยให้ต้นเติบโตเร็ว

นายน้ำพุ กล่าวว่า ปัจจุบันไร่องุ่นปากเมงถือเป็นไร่องุ่นที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในภาคใต้ และในอนาคตมีแผนขยายการจำหน่ายต้นพันธุ์ให้เกษตรกรและนักท่องเที่ยวนำไปปลูกต่อยอดเป็นรายได้เสริม รวมถึงเป็นไม้ประดับสร้างความสวยงามภายในบ้าน
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก “ไร่องุ่นปากเมง ตรัง” และ TikTok “ปากเมงวัลเล่ย์” หรือสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-9546005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี