ปราชญ์ สามสี ชม หมอวรงค์ กล้าแตะโครงสร้างผลประโยชน์การเมือง พร้อมเปิดที่มาบำนาญ สส.

ปราชญ์ สามสี ชม หมอวรงค์ กล้าแตะโครงสร้างผลประโยชน์การเมือง พร้อมเปิดที่มาบำนาญ สส.

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.

ปราชญ์ สามสี ชม หมอวรงค์ ชงจำกัดบำนาญ สส.-ลดผู้ช่วย ลั่นกล้าแตะโครงสร้างผลประโยชน์การเมืองอย่างตรงจุด พร้อมเปิดที่มาบำนาญ สส. 

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า "ข้าพเจ้าขอชื่นชม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ได้เสนอแนวคิดเรื่อง “การจำกัดบำนาญ ส.ส.” ควบคู่ไปกับการลดจำนวนผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อเสนอที่แตะ “โครงสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง” อย่างตรงจุดในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง


ก่อนจะไปวิพากษ์หรือสนับสนุน ข้าพเจ้ามองว่าเราควรเข้าใจ “ที่มา” ของบำนาญ ส.ส. เสียก่อน ระบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์นักการเมืองตั้งแต่แรก หากแต่มีรากฐานจากประสบการณ์ในอดีต—มี ส.ส. น้ำดีหลายสมัย ทุ่มเทชีวิตรับใช้ประชาชนจนหมดสิ้นทรัพย์สิน และในบั้นปลายกลับต้องเผชิญความยากลำบากอย่างน่าเวทนา

ด้วยเหตุนี้ “เงินเลี้ยงชีพ” หรือบำนาญ ส.ส. จึงถูกออกแบบขึ้นในฐานะ “หลักประกันศักดิ์ศรี” ของผู้แทนราษฎร เพื่อไม่ให้ผู้ที่อุทิศตนเพื่อสาธารณะต้องจบชีวิตอย่างไร้หลักประกันอีก

อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบทเปลี่ยน ระบบเดิมก็อาจ “เกาไม่ถูกที่คัน”

ในยุคปัจจุบัน ข้าพเจ้ามองว่าเรากำลังเห็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างออกไป—ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบางส่วน มิได้เข้ามาด้วยอุดมการณ์เพื่อรับใช้ประชาชน หากแต่เข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาส อำนาจ และผลประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ บางรายถึงขั้นมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย หรือใช้ตำแหน่งเป็น “เกราะคุ้มกัน” มากกว่าจะเป็น “ภาระรับผิดชอบ” ต่อสังคม

สิทธิประโยชน์จำนวนมากของ ส.ส. จึงเริ่มถูกตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้ว “สอดคล้องกับทุกข์สุขของประชาชนหรือไม่” หรือกำลังกลายเป็น “เอกสิทธิ์” ที่ช่วยยืดอายุอำนาจของคนบางกลุ่มออกไปโดยไม่จำเป็น

ในขณะที่ประชาชนระดับล่าง—แรงงานหาเช้ากินค่ำ เด็ก ๆ ที่ยังต้องพึ่งพาอาหารกลางวันราคาจำกัด—กำลังเผชิญกับความเปราะบางทางเศรษฐกิจอย่างหนัก สิ่งเหล่านี้สะท้อนช่องว่างที่ชัดเจนระหว่าง “ผู้แทน” กับ “ประชาชน”

ดังนั้น แนวคิดเรื่องการ “จำกัดบำนาญ ส.ส.” ในระยะยาว จึงมิใช่เพียงการตัดลดค่าใช้จ่ายของรัฐเท่านั้น แต่เป็นการ “ปรับสมดุลเชิงศีลธรรม” ของระบบการเมือง

ยิ่งในห้วงเวลาที่โลกเผชิญความผันผวนจากความขัดแย้งระหว่างตะวันตกกับตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ต้นทุนชีวิต และเศรษฐกิจโดยรวม การที่ชนชั้นนำทางการเมืองยอม “ลดสิทธิของตนเอง” ย่อมเป็นสัญญาณสำคัญของความร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว “ความชอบธรรมของอำนาจ” มิได้เกิดจากกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ประชาชนรู้สึกว่า ผู้มีอำนาจนั้น…ยืนอยู่ข้างพวกเขาจริง ๆ "

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top