กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามองทันที เมื่อมีการยืนยันผลสรุปของคดีประวัติศาสตร์ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งจากอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 ระบุว่า มีคำสั่งยุติการดำเนินคดีต่อ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย และ นางสาวศศิธร โชคประสิทธิ์ ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร เนื่องจากคดีขาดอายุความ
การสิ้นสุดสิทธิ์ในการดำเนินคดีทางอาญาเพราะเงื่อนไขของเวลาในครั้งนี้ ทำเอาหลายคนถึงกับวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะบนโลกโซเชียลที่ใครหลายคนต่างก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับคดีนี้ที่ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลายาวนานหลายปี และนี่ไม่เพียงแต่เป็นการปิดฉากทางคดีความเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ให้เราได้ย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่เคยสั่นสะเทือนความศรัทธาและกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างรุนแรง

แฟ้มภาพ
ซึ่งคดีนี้ต้องย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2556 เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวไม่ได้พุ่งเป้าไปที่วัดโดยตรง แต่เริ่มจากความขัดแย้งภายใน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อสมาชิกสหกรณ์ฯ ทำหนังสือร้องเรียนต่อสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า กล่าวหาว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ กับพวก มีการยักยอกเงินสหกรณ์ไปกว่า 10,000 ล้านบาท
จากการตรวจสอบในขณะนั้นพบหลักฐานสำคัญว่า นายศุภชัยมีการเบิกจ่ายเงินไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ เช่น การยืมเงินทดรองจ่ายกว่า 3,298 ล้านบาท และการสั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์ถึง 878 ฉบับ รวมเป็นเงิน 11,000 ล้านบาท ให้แก่ลูกหนี้รวม 27 ราย ซึ่งบางรายถูกระบุว่าเป็นเพียงลูกหนี้ปลอม ส่งผลให้สหกรณ์ขาดสภาพคล่องอย่างหนักจนสมาชิกไม่สามารถเบิกถอนเงินได้ รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 4,000 ล้านบาท จนนำไปสู่การร้องทุกข์ต่อดีเอสไอให้รับเป็นคดีพิเศษที่ 146/2556 ในเวลาต่อมา
.jpg)
แฟ้มภาพ
โดยในช่วงปี พ.ศ. 2556 มีช่วงเวลาหนึ่ง นายศุภชัยได้พยายามฟ้องร้องสำนักข่าวแห่งหนึ่งในข้อหาหมิ่นประมาท จนกลายเป็นที่โจษจันกันไปทั่วในเวลานั้น กระทั่งในวันที่ 23 กันยายน 2556 มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า นายศุภชัยได้นำเงินทดรองจ่ายของสหกรณ์ไปบริจาคให้วัดพระธรรมกายเป็นเงิน 814 ล้านบาท และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระธัมมชโยถูกดึงเข้าสู่กระบวนการสอบสวนในข้อหาสมคบฟอกเงินและร่วมรับของโจร
ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 แม้กลุ่มศิษยานุศิษย์จะพยายามบรรเทาผลกระทบด้วยการลงขันจ่ายเงินคืนสหกรณ์ฯ 684.78 ล้านบาท เพื่อแลกกับการให้สหกรณ์ถอนฟ้องในคดีแพ่งเรียกทรัพย์สินคืน แต่ในส่วนของคดีอาญานั้นยังคงเดินหน้าอย่างเข้มข้น โดยมีการขยายผลไปถึงนักธุรกิจชื่อดังอย่าง นายอนันต์ อัศวโภคิน ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอกเงินจากการซื้อขายที่ดินที่เกี่ยวพันกับเงินของสหกรณ์ฯ อีกด้วย
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
และในช่วงต้นปี พ.ศ. 2559 ดีเอสไอพยายามนำตัวพระธัมมชโยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยมีการออกหมายเรียกถึง 3 ครั้ง แต่ได้รับการปฏิเสธโดยอ้างเหตุผลเรื่องติดศาสนกิจและอาการอาพาธ จนกระทั่งดีเอสไอพบหลักฐานว่าข้ออ้างเรื่องการป่วยไม่เป็นความจริง เนื่องจากท่านยังคงปฏิบัติศาสนกิจภายในวัดได้ตามปกติ นำไปสู่การที่ศาลอนุมัติออกหมายจับครั้งแรกในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
ภาพความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดคือช่วงปี พ.ศ. 2559 - พ.ศ. 2560 เมื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสนธิกำลังร่วมกับตำรวจและทหารนับพันนาย นำหมายค้นเข้าปิดล้อมวัดพระธรรมกายที่มีเนื้อที่นับพันไร่ มีการเผชิญหน้ากับกลุ่มศิษยานุศิษย์จำนวนมหาศาลที่นั่งสวดมนต์เป็นกำแพงมนุษย์ขวางกั้น จนกระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ที่มีการประกาศใช้ มาตรา 44 กำหนดพื้นที่ควบคุมพิเศษเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป็นครั้งที่ 3 แต่สุดท้ายกลับพบเพียงความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงปริศนาว่าอดีตเจ้าอาวาสหายตัวไปได้อย่างไร ท่ามกลางการตรวจค้นอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ซึ่งต่อมาในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560 พระธัมมชโยจึงถูกถอดถอนสมณศักดิ์
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
นับจากวันที่หายสาบสูญไปจากสายตาทางโลก แม้คดีความจะยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนภายใต้ความพยายามติดตามตัวของหลายฝ่าย แต่ปัญหาสำคัญคือเจ้าหน้าที่ไม่เคยสามารถนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องต่อศาลได้เลย
กระทั่งกาลเวลาล่วงเลยมานานนับทศวรรษจนถึงปี พ.ศ. 2569 นี้ หนังสือแจ้งคำสั่งอัยการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 จึงกลายเป็นข้อยุติที่เป็นทางการว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) เนื่องจากคดีขาดอายุความ

แฟ้มภาพ
มหากาพย์คดีฟอกเงินที่เคยร้อนแรงที่สุด เคยใช้ทรัพยากรรัฐมหาศาล และเคยทำให้สังคมแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง วันนี้ได้ปิดฉากลงอย่างเงียบเชียบในหน้ากระดาษบันทึกทางกฎหมาย เหลือไว้เพียงรหัส คดีพิเศษ 27/2559 และชื่อของ พระธัมมชโย ที่หลุดพ้นจากพันธนาการทางคดีด้วยเงื่อนไขของเวลา ทิ้งความจริงที่ยังไม่ถูกพิสูจน์ให้เป็นปริศนาที่ค้างคาใจสังคมตลอดกาล
ขอขอบคุณภาพจาก www.dmc.tv
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี