สะเทือนใจ! ปิดตำนาน ถนนต้นตาล ดาบวิชัย หลังถูกสั่งโค่นขยายถนน

สะเทือนใจ! ปิดตำนาน ถนนต้นตาล ดาบวิชัย หลังถูกสั่งโค่นขยายถนน

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.50 น.

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ "วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์" อดีต ผอ.ไทยพีบีเอส โพสต์ไว้อาลัยผลงานชิ้นสุดท้ายของ "ดาบวิชัย" คนบ้าปลูกต้นไม้ หลังพบต้นตาลนับถูกโค่นทิ้งเพื่อโครงการขยายถนนสายปรางค์กู่-อุทุมพรพิสัย

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนชื่อดังและอดีตผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีการตัดต้นตาลบริเวณ ถนนสาย ต.ตูม - อ.ปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผลงานการปลูกด้วยมือของ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ หรือ "ดาบวิชัย" อดีตตำรวจที่อุทิศตนปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้นตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่มรื่นในพื้นที่


 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

 

นายวันชัย ได้โพสต์ระบุข้อความว่า " เมื่อต้นตาลของนายดาบวิชัยถูกโค่น ด้วยความอัปยศ ผมเคยไปสัมภาษณ์นายดาบวิชัย เมื่อสามสิบปีก่อน แห่งอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะคนบ้า ผู้ปลูกต้นตาลสามล้านต้นริมถนน โดยไม่มีใครบังคับตลอดยี่สิบกว่าปี จนทำให้ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีถนนร่มรื่นย์แห่งหนึ่งของประเทศ และตั้งชื่อถนนว่า ถนนต้นตาลดาบวิชัย

แต่ล่าสุด มีโครงการของทางการได้ขยายถนน ด้วยการตัดต้นตาล บริเวณถนน ปรางกู่ - อุทุมพรพิสัย จากโครงการของแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ ถนนสาย ต.ตูม - อ.ปรางค์กู่
ไม่รู้เป็นความปัญญาอ่อนขั้นไหนของหน่วยราชการ

ต้นตาลเป็นต้นไม้ที่เติบโตช้ามากๆ กว่าจะปลูกได้สูงใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เวลาสามสิบถึงสี่สิบปีและความบ้าระดับไหนของนายดาบวิชัย ที่ "ประหลาด" ในสายตาชาวบ้านด้วยการเที่ยวได้ขนถุงเมล็ดพืชหรือกล้าไม้ไปปลูกตามริมถนน ตามพื้นที่สาธารณะอยู่คนเดียวเป็นประจำ ปลูกทุกวันเช้าเย็นมายาวนาน จนคนแถวนั้นเรียก นายดาบผีบ้า

ต้นไม้ที่โตขึ้นด้วยสองมือของนายดาบวิชัย นอกจากจะมีร่มเงาอยู่แนวถนนสายหลักนี้แล้วก็อยู่บนถนนอื่นๆ ทั่วอำเภอปรางค์กู่ รวมทั้งตามวัด โรงเรียน ที่ว่าการอำเภอ สถานที่สาธารณะต่างๆ เป็นเวลานาน

แต่หน่วยราชการใช้เวลาไม่กี่นาทีโค่นสิ่งที่ดาบวิชัยทำมาตลอดชีวิต
ผมไปเยี่ยมดาบวิชัย ก่อนจะเสียชีวิตไม่นานที่บ้าน ท่านยังพูดถึงการปลูกต้นตาล

หากท่านยังมีชีวิตอยู่และทราบข่าวนี้
น้ำตาของท่านคงไหลนองจนหมดสิ้น " 

ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่ใช้วิธีการออกแบบถนนที่หลบเลี่ยงต้นไม้ใหญ่ หรือใช้วิธีล้อมย้ายแทนการโค่นทิ้ง เพื่อรักษา "มรดกทางธรรมชาติ" ที่เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอปรางค์กู่ไว้

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top