วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
กรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพถ่าย จากการที่ศิลปินวาดภาพจากภาพถ่ายต้นฉบับโดยไม่ได้ขออนุญาตหรือแจ้งให้ช่างภาพที่เป็นผู้ถ่ายภาพและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทราบ นั้น ถูกเปิดเผยโดย "วสันต์ วณิชชากร" ช่างภาพชื่อดัง
โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นายวสันต์ ได้แชร์โพสต์จากเพจ "น้ำเงินเข้ม" ซึ่งโพสต์ภาพพิธีมอบภาพ "เลนส์แห่งธรรมนำทางแผ่นดิน" จากนางสาวสุนทรียา วงศ์ศิริกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงิน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยเพจ "น้ำเงินเข้ม" ระบุว่า "#เลนส์แห่งธรรมนำทางแผ่นดิน ผลงานภาพศิลปะเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9
วันที่ 25 มีนาคม 2569 นางสาวสุนทรียา วงศ์ศิริกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงิน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้มอบ #ภาพผลงานศิลปะ ชื่อ “เลนส์แห่งธรรม นำทางแผ่นดิน” โดยศิลปิน “อาจารย์ดินหิน รักพงษ์อโศก” แก่ นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโส #มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิฯ ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กรุงเทพมหานคร"
ซึ่งภาพดังกล่าว ศิลปินตั้งใจวาดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
#เพจน้ำเงินเข้ม
ที่มา : มูลนิธิชัยพัฒนา
ลิขสิทธิ์ภาพถ่ายต้นฉบับ : วสันต์ วณิชชากร ถ่ายครั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ์
เขื่อนขุนด่านปราการชล เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2544 จ.นครนายก
ทั้งนี้นายวสันต์ ได้ระบุข้อความแนบในโพสต์ที่แชร์มาจากเพจ "น้ำเงินเข้ม" ว่า
Copyright : wason wanichakorn
.jpg)
หลังจากที่โพสต์ของทางเพจเฟซบุ๊ก น้ำเงินเข้ม เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"ได้ขออนุญาต เจ้าของภาพหรือยังหนอ?"
"โดย เจ้าของภาพถ่าย ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายต้นฉบับนี้ คือ คุณ วสันต์ วณิชชากร น่ามีการดำเนินการฯ ให้เป็นแบบอย่างดีๆ สักครั้งครับเฮียเคี้ยงครับ"
"ภาพต้นฉบับมาจากคุณวสันต์"
"ควรเคารพและให้เกียรติเจ้าของผลงานด้วยค่ะ"
"กรุณาให้เครดิตผู้ฉายภาพต้นฉบับด้วยนะครับ และคนที่วาดภาพนี้ก็ควรจะมีจิตใต้สำนึกของความเป็นศิลปินด้วยนะครับ"
"พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่9 ผู้ฉายภาพต้นฉบับเป็นผลงานของ ”ช่างภาพบ้านนอก“ คือ คุณวสันต์ วณิชชากร นำภาพของคนอื่นไปสร้างใหม่เป็นผลงานของตัวเอง ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง ควรจะให้เครดิตเจ้าภาพต้นฉบับนะคะ"
.jpg)
กระทั่งในเวลาต่อมา วสันต์ วณิชชากร ช่างภาพชื่อดังที่เป็นเจ้าของผลงานภาพถ่ายนั้น ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อยืนยันสิทธิ์และระบายความในใจที่อัดอั้นมาตลอดหลายวัน โดยเจ้าตัวได้หยิบยกประเด็นเรื่องคุณค่าของการทำงานที่กว่าจะได้ภาพประวัติศาสตร์นี้มา ต้องใช้ทั้งทักษะ ประสบการณ์ และความอดทนอย่างสูง พร้อมตัดพ้อถึงพฤติกรรมของศิลปินที่นำผลงานไปชุบมือเปิบว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดี"และเสียความรู้สึกอย่างรุนแรง โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "กว่าจะได้มาซึ่งภาพถ่ายอันทรงคุณค่าแบบนี้ ช่างภาพผู้ถ่ายภาพคงต้องผ่านอะไรมามากมาย แต่กลับถูกนำเอาไปสร้างเป็นผลงานของตัวเองโดยไม่บอกกล่าวเจ้าของคนถ่าย ผมว่ามันไม่ค่อยดีนะ นี่ถ้าไม่ใช่รูปในหลวงผมจะไม่ทนให้ทำแบบนี้ @ไฮไลท์
#เสียความรู้สึก
#สุขกะภาพ
#ช่างภาพบ้านนอก
ล่าสุดวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายวสันต์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งหนึ่งว่า
….. 3 วันแล้วที่ผมไม่สามารถเรียกความรู้สึกที่เสียไปจากการที่ภาพในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงกล้องถูกศิลปินใหญ่ท่านหนึ่งนำไปเป็นแบบดัดแปลงวาดภาพขึ้นมาใหม่โดยไม่เคยได้รับการร้องขอหรือบอกกล่าวใดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือตัวอักษร
……ผมพยายามนะที่จะไม่มีปัญหากับใคร เพราะอยากมีชีวิตอยู่อย่างสงบและมีความสุขตามอัตภาพและด้วยยิ่งเป็นภาพภาพพ่อหลวงที่ผมรักและภักดีที่สุด ผมยิ่งไม่อยากให้มีอะไรสิ่งใดมาแปดเปื้อน
……หลายคนเตือนสติผมว่า ”วสันต์คุณจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะยิ่งเป็นภาพของในหลวงทุกอย่างต้องบริสุทธิ์ สะอาด ที่มาต้องดี นี่เขานำผลงานคุณไปเขียนตั้งชื่อ ใส่เรื่องว่าตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติฯ ในหลวงโดยมีหน่วยงานใหญ่แห่งหนึ่งจัดหาไปมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาโดยอาจารย์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ ที่ปรึกษาพิเศษอาวุโสเป็นผู้รับมอบแล้วด้วย ยิ่งต้องชัดเจนและขาวสะอาด แต่ทำแบบนี้มันไม่ใช่“
…..หลายเรื่อง หลายราวหลายเหตุผลที่วนอยู่ในหัวผมในหลายวันนี้ ความรู้สึกผมซึ่งเป็นช่างภาพผู้บันทึกภาพอันทรงคุณค่านี้ ผมบอกได้ในวินาทีแรกที่ได้รับรู้เลยว่า “ผมน้อยใจและเสียความรู้สึกมาก”
…..บางคนอาจคิดว่าแค่ภาพถ่าย ภาพหนึ่ง ถ่ายมาได้แล้วก็จบไป แต่ผมอยากบอกว่า แม้มันเป็นผลงานภาพถ่ายที่ใช้เวลาบันทึกภาพ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพไม่นาน หรือเพียงใช้ฟิลม์แค่ม้วนเดียว แต่คุณรู้ไหมว่า กว่าผมจะมีสกิล มีพื้นฐาน หาความรู้ และประสบการณ์ที่จะสามารถถ่ายภาพนี้มาได้ มันใช้เวลากว่าสิบปี
…..วันนี้ผมจะมาเล่าเบี้องหลังภาพนี้ให้ฟัง
…..ย้อนกลับไป 25 ปี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2544 ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเสด็จมาวางศิลาฤกษ์ ณ พื้นที่การก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่านหรือเขื่อนขุนด่านปราการชล ที่จังหวัดนครนายก ที่สมัยนั้นยังใช้ฟิล์มในการถ่ายภาพอยู่
…..ผมได้มีโอกาสเข้าไปบันทึกภาพ ในคืนก่อนเสด็จ ผมมีความตื่นเต้นมากที่จะได้ถวายงานและเฝ้ารับเสด็จใกล้ๆ ในใจผมคิดถึงภาพต่างๆ นานาที่จะนำมาใช้เผยแพร่ภาพข่าวของพระองค์ท่าน
…..แต่มีภาพหนึ่งที่อยู่ในหัวมาตลอดคือภาพที่พระองค์ท่านทรงยกกล้องขึ้นเล็งเพื่อบันทึกภาพ ก่อนนี้ผมมีโอกาสถวายงานมาสองสามครั้งแล้ว แต่ไม่สามารถถ่ายภาพแบบนี้มาได้ ซึ่งภาพแบบนี้ในมุมของช่างภาพนั้น มีความต้องการทุกคน เพราะด้วยเราเป็นช่างภาพด้วย แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ภาพและยากที่สุดคือได้จังหวะที่สวยงามสมพระเกียรติ
…..งานช่วงเย็นวันนั้นมีช่างภาพมากมายจำภาพได้ลางๆ ไม่ต่ำกว่า 30 คนทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ โทรทัศน์ทีวีมีมากันทุกช่อง เพราะเป็นระดับงานใหญ่ของประเทศ มีข้าราชการ นักการเมืองทุกระดับชั้นมาเฝ้าเสด็จมากมาย รุมล้อมรอบพระองค์ท่าน
……เมื่อทรงเสด็จมาถึง อย่างว่าแต่การจะยกกล้องขึ้นถ่ายได้ง่ายๆ เลย จะแค่มองให้เห็นพระองค์ท่านให้ใกล้และชัดๆ ยังยากเลย
…..แต่ก็ด้วยสกิล ทักษะ ประสบการณ์ที่ว่ามาทั้งหมด จึงทำให้ได้ภาพอันทรงคุณค่านี้มา แม้ว่าตลอดเวลาที่เสด็จทรงงานเพื่อทรงทอดพระเนตรแนวเขา แนวร่องน้ำต่างๆ จะใช้เวลานานจนเย็นค่ำมืด โดยที่ตลอดทั้งงาน ผมเห็นพระองค์ท่านทรงยกกล้องขึ้นถ่ายภาพแค่ 3 ครั้ง
……และ 2 ใน 3 ครั้งนั้นผมสามารถบันทึกภาพไว้ได้ 2 ครั้ง ภาพนี้เป็นภาพที่ดีและสวยที่สุด
……ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าภาพนี้ไม่เคยถูกนำไปเผยแพร่ที่ไหน จัดว่าเป็นภาพที่เด่นที่สุดที่ถูกนำไปเผยแพร่ หลายๆ จังหวัดได้ติดต่อมาเพื่อขอนำไปทำป้าย ทำหนังสือเพื่อเทิดพระเกียรติ ร้านถ่ายภาพเพื่อนๆ กันของนำไปปริ้นขายให้แก่ประชาชนผู้ภักดี และผมก็มอบให้โดยไม่เคยคิดมูลค่า
……แต่มีครั้งนี้ที่ภาพใบนี้ถูกละเมิดนำไปใช้โดยที่ไม่มีการบอกกล่าวแก่เจ้าของภาพ นั่นคือตัวผม ทั้งๆ ที่ใต้ภาพก็มีลายน้ำชื่อผมอยู่ ผมมาได้เห็นจากที่เพื่อนนำมาให้ดู
……ผมบอกใครหลายคนว่าที่ผมออกมาโพสต์นี้นั้น ผมไม่ได้ต้องการอะไร ผมแค่ต้องการบอกความรู้สึกของตัวเองที่โดนกระทำและรักษามันไว้
……และอยากบอกต่อสังคมว่า “แม้เป็นเพียงภาพถ่ายใบหนึ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง แต่กว่าจะมาเป็นวินาทีที่ทรงคุณค่าเช่นนี้ ตัวช่างภาพเองแม้แต่ผม ถ้าโชคไม่ดี ประสบการณ์ไม่ถึง อาจใช้เวลาหลายสิบปีหรือแม้กระทั่งชั่วชีวิตก็ยังไม่สามารถบันทึกภาพอันทรงคุณค่าแบบนี้ไว้ได้“
…..คุณค่าของผลงานในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขอได้โปรดให้เกียรติผลงานทุกผลงานที่มันไม่ใช่ของ ของเราด้วยครับ
……ถึงการบอกเล่าความรู้สึกครั้งนี้อาจจะไม่สามารถทำให้ใครออกมารับผิดชอบได้ แต่อย่างน้อยผมก็ได้ออกมาพูดแทนช่างภาพและได้ส่งต่อธรรมเนียมปฏิบัติ และมารยาทที่ดี ในการอยู่ร่วมกันในสังคมภาพ โดยเฉพาะมาตรฐานสากลอย่างเรื่องลิขสิทธิ์ของผลงาน ที่ควรจะให้เกียรติกัน ระวังและใส่ใจ @ไฮไลท์ ด้วยความเคารพ วสันต์ วณิชชากร ช่างภาพบ้านนอก"

ไม่นานหลังจากที่โพสต์ของ วสันต์ วณิชชากร ช่างภาพชื่อดัง เผยแพร่ลงมา โลกโซเชียลต่างลุกเป็นไฟอีกครั้ง มีการแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปเป็นวงกว้าง พร้อมทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก เช่น
"การกล่าวขออนุญาตใช้ภาพ การให้เครดิตต้นแหล่งกำเนิดภาพที่นำมาใช้งานต่อ ไม่ได้ทำให้ผู้นำมาใช้งานต่อเสื่อมเกียรติฝหรือฝีมือใดๆนะคะ……แต่ถ้ารู้จักให้เกียรติกับผู้คนก่อน ย่อมจะได้รับมิตรภาพที่ดีและได้รับเกียรติในทางตอบกลับได้เช่นกัน คนยุคนี้ลืมเลือนการเคารพคนอื่น ให้เกียรติผู้อื่นกระทั่งกลายเป็นคนไม่รู้จักการเคารพตนเอง ลงคาดลายน้ำ และใส่ชื่อในทุกภาพเลยค่ะ สนับสนุนให้คาดลายน้ำทั้งภาพค่ะ"
"การหยิบของที่เจ้าของเขาสร้างขึ้นด้วยเรี่ยวแรงและความสามารถของเขาเองไปใช้โดยไม่บอกกล่าวเจ้าของ ในภาษาไทยแปลว่าอะไรคะ..."
"โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นมารยาทในการจะเอาผลงานของท่านอื่นมาใช้ ซึ่งสมควรจะต้องบอกกล่าวเจ้าของผลงานนั้นๆ นอกเสียจากเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ทราบที่มาที่ไปของผลงาน แต่เมื่อได้ทราบทีหลัง ผู้เอาผลงานของท่านอื่นมาใช้ก็ควรจะมีการขอโทษเป็นคำพูด,ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร หรืออะไรก็ตามที่จะแสดงความจริงใจต่อเจ้าของผลงานที่เราได้หยิบยืมมาใช้โดยไม่ได้บอกกล่าว เป็นการให้เกียรติทั้งกับตนเองและเจ้าของผลงานค่ะ"
"ผมอ่านทุกตัวอักษรเลย เป็นภาพที่สวยและมีคุณค่ามากครับ"
".. เข้าใจ และ เคารพ ความรู้สึกและการตัดสินของคุณ อ่ะฮะ ..."
"ทรงคุณค่าจริงๆคะพี่"
"เป็นภาพที่งดงามชัดเจนมาก เข้าใจความรู้สึกของช่างภาพคนทำควรให้เกียรติเจ้าของภาพนะ"
"จรรยาบรรณที่ดีและมารยาทสังคมควรมีค่ะ คนที่นำไปควรมีสิ่งนี้"
"ส่งกำลังใจให้พี่ชายนะคะ"

.jpg)

.jpg)

.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก น้ำเงินเข้ม, เฟซบุ๊ก วสันต์ วณิชชากร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี