533.jpg
พลโทนันทเดช ร่ายยาว 'ด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ'

พลโทนันทเดช ร่ายยาว 'ด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ'

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.00 น.

พลโทนันทเดช ร่ายยาว 'ด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ'

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ


ตามปกติผม กับ ภรรยา จะออกไปกินข้าวกลางวัน/เย็น ตามร้านอาหารต่างๆ เพราะการทำอาหารดูจะเป็นเรื่องวุ่นวายไปสำหรับคนวัยนี้ ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์ซึ่งลูกหลานจะมาหา แต่ส่วนใหญ่ก็ออกไปทานข้างนอกอีกเช่นเดิม วันนี้ไปทานอาหารกลางวันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งไปทานประจำอยู่แล้ว พอถึงตอนเก็บตังค์ รู้สึกว่ามันแพงมาก เกือบ 800 บาท ยังไม่มีของหวาน น้ำดื่มก็เป็นน้ำเปล่า 1 ขวด ไม่ต้องพูดถึงปริมาณอาหารที่ลดลง จึงตั้งใจว่าต่อไปคงจะไปห้างฯตามเดิม แต่จะไปกินเฉพาะตามศูนย์อาหารเท่านั้น เรื่องกินตามร้านอาหารนั้น ขอเว้นวรรค ไว้ชั่วคราวได้แล้วมั้ง

ในยุคนี้ควรทำอะไรที่ประหยัดไว้ก่อนน่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับตัวเอง และ ประเทศชาติด้วยครับ

ในโลกของความเป็นจริง ประเทศไทยเป็นประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์บ้าๆบอๆ ของนายทรัมป์น้อยมาก แม้น้ำมัน จะเป็นต้นทุนของการทำธุรกิจและสินค้าแทบทุกประเภท แต่เมื่อเราพิจารณาองค์ประกอบเปรียบเทียบต่างๆ ก็พอระงับสติอารมณ์ลงได้บ้าง

ดังนั้น การลดแลกแจกแถมที่รัฐมีต่อประชาชนเพราะวิกฤติ “ทรัมป์บ้า”

ครั้งนี้ จะดูว่าประเทศไหนทำดีกว่ากันต้องดู 3 เรื่องนี้ประกอบกันครับ

1. ต้องดูขนาดประเทศและจำนวนประชาชนประกอบด้วย ซึ่งพวกเรามักจะยก สิงค์โปร์ บรูไน หรือประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย มาเปรียบเทียบกับไทยตรงๆ ซึ่งก็ไม่น่าจะถูก เพราะจำนวนประชาชนแตกต่างกันมาก ประชากรน้อยๆ จะช่วยเหลืออะไรก็ทพได้สบายๆ แต่ถ้าขนาด70ล้านคนขึ้นไปนั้น รัฐบาลต้องคิดให้ดีครับ

2. ต้องดูวิธีการเก็บภาษีของประเทศเหล่านั้นประกอบด้วย ซึ่งเกือบทุกประเทศ เก็บสูงกว่าประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งประเทศที่มีสวัสดิการสังคม ยิ่งเสียมากใหญ่ 35-50% เลยทีเดียว นอกจากนั้นประเทศเหล่านั้นมีวีธีเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ การคอรัปชั่นมีน้อย ทำให้มีผู้ที่เสียภาษีมากกว่าไทยด้วย (ไทยมีพลเมืองประมาณ 70 ล้านคน ดันเสียภาษีแค่ 11.8 ล้านคนเท่านั้น และที่เสียจริงจังเหลืออยู่แค่ประมาณ 4 ล้านคนเอง แต่ส่วนใหญ่บอกว่า ฉันก็เสียนะ ... ก็ว่ากันไปครับ )

3. เมื่อพูดถึง ภาษี ก็ต้องมาดูว่า การเก็บภาษีทางอ้อม (VAT) ของเราเป็นอย่าไร และนำมาพิจารณาประกอบด้วย ไทยเราออกกฏหมายเก็บภาษี VAT 10%มานานแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าบังคับใช้ ขอยกเว้นเรื่อยมา ยังคงใช้เก็บแค่ 7% เท่านั้น ในขณะที่ประเทศต่างๆเก็บกันสูงลิ่ว (ในสหรัฐฯเปิดเสรีให้กำหนดอัตราภาษีVATกันเองในแต่ละรัฐด้วยซ้ำ) จึงขอเอาในเอเซียมาให้ดู จีนมากสุด 13% ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ 10% สิงคโปร์ 9% ถ้าเราเก็บ 10 พี่ไทยเราจะได้เงินจากนักท่องเที่ยวมหาศาลเลยครับ

อย่างไรก็ตาม มันขึ้นอยู่กับตัวรัฐบาลด้วยครับ ว่าตั้งใจเอาเงินมาใช้เพื่อประชาชนเต็มที่หรือเปล่าด้วย ดังนั้น ประชาชนสนับสนุนรัฐบาลได้ แต่ก็ต้องคอยตรวจสอบรัฐบาลควบคู่ไปด้วยด้วย ครับ"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top