533.jpg
ไทม์ไลน์เดือด คดียิง สส.กมลศักดิ์ สู่วาทะเดือด แม่ทัพภาค 4

ไทม์ไลน์เดือด คดียิง สส.กมลศักดิ์ สู่วาทะเดือด แม่ทัพภาค 4

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.32 น.

14 เมษายน 2569 สืบเนื่องจากเหตุลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 นราธิวาส พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพัก ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้ผู้ติดตามและคนขับรถ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

แต่เคราะห์ดีที่ตัวของ สส.กมลศักดิ์ ปลอดภัย ไม่ได้รับอันตราย และได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุระทึก ว่า "ยังมีความวิตกกังวลอยู่บ้าง แต่มีขวัญกำลังใจดี ตราบใดที่มีลมหายใจ จะทำหน้าที่ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ส่วนเหตุจูงใจคาดไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแน่นอน"


อ่านข่าวเพิ่มเติม : ส.ส.กมลศักดิ์ เปิดใจนาทีระทึก ถูกลอบยิงหน้าบ้านบาเจาะ ห่วงลูกน้องอาการโคม่า

ต่อมาผลการสืบสวนเบื้องต้นพบหลักฐานสำคัญคือ รถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน ญจ 6874 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ในการก่อเหตุ พบว่าเป็นรถยนต์ในกรรมสิทธิ์ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

ส่วนความคืบหน้าของคดี ข้อมูล ณ วันที่ 13 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาเพิ่มเป็น 4 จาก 5 ราย โดยยังเหลือเพียง ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตหน่วยนาวิกโยธินรีคอนที่ยังหลบหนี 

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีต รมว.ยุติธรรม ได้นำประเด็นดังกล่าวมาอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา เกี่ยวกับปัญหาชายแดนใต้ คือเหตุการณ์ความไม่สงบ และในประเด็นสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กล่าวในตอนหนึ่งว่า มีการใช้รถยนต์กระบะบรรทุกส่วนบุคคล 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ หมายเลขทะเบียน ญจ 6874 กรุงเทพมหานคร ผู้ถือกรรมสิทธิ์สำนักนายกรัฐมนตรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ถนนนครราชสีมา แขวงวชิระ กรุงเทพฯ ใช้ก่อเหตุ

"ทำไมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในฯ จึงปล่อยให้เอารถไปเข่นฆ่า สส. กมลศักดิ์ กับพวก เพราะอะไร? และทำไมยานพาหนะอันนี้จึงมีระดับนาวาเอกเซ็นอนุมัติ (ให้เอารถไปใช้) และที่สำคัญ การดำเนินการกับคนอื่น ปรากฏว่าใช้กฎอัยการศึก เอาคนมาซักถาม 7 วัน แต่ทางผู้ที่อนุญาตให้เอารถไป เห็นเหตุการณ์ ไม่เคยมาพบเลย และก็เป็นทหาร อันนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นคำถาม"

ล่าสุดวานนี้ (13 เม.ย.) พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงถึงกรณี ทวี สอดส่อง โดยบอกว่า "นั่งเก้าอี้ทุกตำแหน่ง แต่ทำไมแก้ปัญหาไฟใต้ไม่จบ"

'ผมไม่สนใจว่านักการเมืองหรือสส.ไปชี้นำอะไร  แต่ การจะชี้ว่าใครผิด ต้องอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง  ท่านเป็นมาทุกตำแหน่ง ท่านอยู่มากี่ปี  เป็นทั้งเลขาฯศอ.บต. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จนเป็น รมว.ยุติธรรม ยังแก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่จบเลยเพราะเราแก้ที่ปลายเหตุ' มทภ.4 กล่าว

'ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก  ถ้าผมทำนะ' นี่คือคำพูดหลังปิดไมค์ของแม่ทัพภาคที่ 4 กลายเป็นที่ฮือฮาในโซเชียล หลังเสร็จสิ้นการแถลง ซึ่งผู้สื่อข่าวชื่อดัง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ยังได้โพสต์สเตตัสประโยคคำพูดนี้ในเพจเฟซบุ๊ก จนชาวเน็ตคอมเมนต์เดือดแสดงความคิดเห็นไปต่างๆนานา

เมื่อถามว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ถามในที่ประชุมสภาว่าทำไมไม่ใช้กฎอัยการศึกควบคุมตัว น.อ.มนตรี มาซักถาม

พล.ท.นรธิป กล่าวว่า ควบคุมตัวมาตั้งแต่แรก ใช้กฎอัยการศึก สอบสวนเรียบร้อย สามารถถามพนักงานสอบสวนได้

เมื่อถามว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่น เมื่อมีการใช้รถราชการไปก่อเหตุอาชญากรรม

พล.ท.นรธิป กล่าวว่า การเอารถไปใช้ มีมาตรการชัดเจน ใครเซ็นรับออก ทุกขั้นตอน ไม่ได้ออกไปโดยพลการ แต่คนเอาไปเอาไปทำความผิด คนให้เอาไปใช้รับผิดไหม เขาก็รับผิด แต่อยู่ในขั้นตอนไหนก็อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่การให้รถคนนอกไปใช้นี่ก็ผิดแน่ๆ ได้ให้กองทัพเรือ ลงโทษเต็มอำนาจที่ผู้บังคับบัญชามี

อ่านข่าวเพิ่มเติม : มทภ.4 เดือดโต้ ทวี นั่งทุกตำแหน่ง แก้ไฟใต้ไม่จบ แนะ รมว.ศธ. ลงมาดูหลักสูตร รร.ปอเนาะ

ต่อมา สส.พรรคประชาชน รอมฎอน ปันจอร์ โพสต์เฟสบุ๊ก Romadon Panjo แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการให้สัมภาษณ์ของ พล.ท.นรธิป มทภ.4 ที่กล่าวว่า 'ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก'

'ทำความเข้าใจความน่ากลัวในคำพูดปิดไมค์ของแม่ทัพภาคที่ 4 หากต้องการเข้าใจคำพูดสองสามประโยคของท่านแม่ทัพภาค 4 วันนี้ที่ขอปิดไมค์พูดในระหว่างแถลงข่าวมีความหมายว่าอย่างไร? เราคงต้องมานั่งฟังกันดี ๆ ครับ

การแถลงข่าวครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 หรืออีกหมวกนึงคือ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยต่อสื่อมวลชนกรณีเหตุการณ์ลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จากพรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยปรากฎข้อเท็จจริงของคดีว่ามีส่วนเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. และกองทัพหลายคน รวมไปถึงยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุซึ่งเป็นรถยนต์ของ กอ.รมน. แต่ในระหว่างที่ไล่เรียงเนื้อหาในการแถลงนั้น ท่านขอตอบคำถามผู้สื่อข่าวแบบปิดไมค์ ซึ่งกลายเป็นหัวใจของการแถลงข่าวครั้งนี้ไป

ท่านพูดว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”

ฟังด้วยใจเป็นธรรม รูปประโยคนั้นเหมือนจะเป็นการปฏิเสธว่ากองทัพเข้าไปมีส่วนในเหตุสังหาร ซึ่งถ้าพูดตรง ๆ ก็พอจะเข้าใจได้ แต่การบอกปัดด้วยท่าทีเช่นนี้เหมือนเป็นการท้าทายมากกว่า ไม่ใช่ท้าทายอะไรไปมากกว่าระบบตรวจสอบการใช้กำลังของรัฐเอง --- ประเด็นเลยกลายเป็นถ้าจะทำ ก็ต้องทั้งบรรลุเป้าหมายและแนบเนียนกว่านั่นเอง

ประโยคนี้ ทำให้สาระสำคัญของการแถลงข่าวทั้งหมดแทบจะไม่มีความหมายอะไร ที่จริงแล้ว มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ อยู่พอสมควร แต่ต้องบอกว่าคนอยากจะฟังและเห็นการเปิดปากครั้งแรกของผู้นำหน่วย กอ.รมน. มากกว่า

ด้วยเหตุนี้ น้ำเสียง ท่วงทำนอง และภาษากาย จึงสำคัญมาก --- การจงใจปิดไมค์เพื่อพูดประโยคสำคัญนี้จึงสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะอาจสะท้อนจุดยืนและความคิดของผู้นำได้ดีกว่าถ้อยแถลงที่เป็นทางการตอนเปิดไมค์

คำพูดที่สะท้อนวิธีคิดเช่นนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่าการใช้กำลังที่ไม่ปล่อยให้รอดนั้นใช่วิธีที่ถูกต้องเหมาะสมในการแก้ไข “ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” หรือไม่? แนวทางเช่นนี้ได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชาของท่านหรือไม่? ท่าน ผบ.ทบ.ซี่งเลือกท่านข้ามภาคจากแนวปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา มานั่งคุมทัพภาคใต้เมื่อตุลาคมที่ผ่านมา เห็นชอบในวิธีคิดและวิธีการเช่นนี้ด้วยหรือไม่?

ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน รับรู้และเห็นชอบกับแนวทางเช่นนี้ด้วยหรือเปล่า?

การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐในความขัดแย้งที่เราเจอในชายแดนใต้นั้น นอกจากจะต้องชอบด้วยกฎหมายแล้ว ยังต้องมีความชอบธรรมทางการเมืองด้วย จึงจะสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนต่ออำนาจรัฐได้ ที่สำคัญ รัฐบาลเองก็เพิ่งแถลงให้เน้นแนวทางตามยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ไป

ผมต้องบอกตรง ๆ ว่า ในคำแถลงความคืบหน้ากรณีลอบสังหารผู้แทนราษฎรแล้วมีคำพูดแบบนี้ออกมานั้น สะท้อนความไม่เข้าใจต่อสถานการณ์และความรู้สึกนึกคิดของประชาชนอย่างถึงราก

ผมอยากเห็นท่านนายกฯ และ ผบ.ทบ. ในฐานะ ผอ.รมน. และรอง ผอ.รมน. โดยตำแหน่ง ได้พิจารณาทบทวนการทำหน้าที่และบทบาทของท่านแม่ทัพนรธิปโดยด่วนครับ

เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่าคำพูดปิดไมค์ที่ท้าทายในวันนี้ก็คือคำถามที่ตามมาว่าตกลงแล้ว กอ.รมน. ภาค 4 สน. ภายใต้การบังคับบัญชาของท่านแม่ทัพ มีปฏิบัติการที่ #ไม่ปล่อยให้รอด ไปแล้วด้วยหรือไม่? มีไปแล้วกี่กรณี? ในอนาคต แนวทางที่เป็นส่วนตัวเช่นนี้ จะกลายเป็นนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้วยหรือไม่?

คำตอบต่อคำถามเหล่านี้น่ากลัวทั้งสิ้นครับ

ท่านแม่ทัพต้องไม่ลืมว่าท่านคือผู้ใช้อำนาจรัฐที่กระทบต่อประชาชน ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาของกำลังพลราว 5 หมื่นอัตรา ทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร ในจำนวนนี้มีอาวุธประจำกายและเข้าถึงอาวุธร้ายแรง ท่านยังเป็นเจ้าพนักงานที่ถือกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐล้นเกินกว่ากฎหมายปกติ 3 ฉบับซ้อนกันในพื้นที่ 37 อำเภอ ท่านยังมีงบประมาณที่ต้องดูแลอีกเกือบหมื่นล้านบาท ทั้งที่ตรวจสอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

หากท่านมีเจตนาจะใช้ความรุนแรงในกรณีใด กรณีหนึ่ง ก็คงพาลให้คิดว่าทำไมท่านจะทำไม่ได้

แต่ท่านไม่ใช่นายนรธิปเฉย ๆ นะครับ ท่านเป็น พล.ท.นรธิป โพยนอก ผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 หรืออีกหมวกนึงคือแม่ทัพภาคที่ 4 (คนที่ 17 นับตั้งแต่ไฟใต้ปะทุมา 22 ปี)

อย่างน้อย ๆ ที่สุด การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐก็มีต้องมีขอบเขต เรายังมีกฎการปะทะ กฎหมาย และรัฐธรรมนูญอยู่นะครับ ไม่ว่าจะอย่างไร ประเทศนี้ก็พอจะมีกติกาอยู่บ้าง'

จากนั้นนายกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.พรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวของนายรอมฎอน ปันจอร์ ด้วยเช่นกัน

ต่อมา 14 เมษายน 2569 นางสาวฐปณีย์ เอียดศรีไชย หรือ แยม ผู้สื่อข่าวชื่อดังและผู้ก่อตั้งสำนักข่าวเดอะรีพอร์ตเตอร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Thapanee Eadsrichai ระบายความในใจ หลังเจอมรสุม IO สาดโคลนเป็นนักข่าวโจร ถูกตราหน้าเป็นโฆษก BRN พร้อมตั้งคำถามถึงแม่ทัพภาค 4 ทำไมต้องปิดไมค์ใส่ ชี้ตัวเองเป็น สื่อเพื่อสันติภาพ

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ตั้งคำถามแม่ทัพภาค 4 ทำไมต้องปิดไมค์ใส่ ชี้ตัวเองเป็น สื่อเพื่อสันติภาพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top