ต้องจับตาว่าสถานการณ์จะบานปลายหรือไม่!!!... หลัง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีคำพูดกับนักข่าว หลังแถลงข่าวคดียิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”
โดย พล.ท. นรธิป ชี้แจงว่า เป็นการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ว่า ถ้าเป็นมือปืนระดับมืออาชีพ "เป้าหมาย" คงไม่ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนแบบนี้ แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งพันตัวเอง เมื่อไประบุซ้ำว่า “เราแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้มา 20 กว่าปีแล้วแต่ไม่จบ เพราะเราแก้กันที่ปลายเหตุ แต่ไม่ได้แก้กันที่ต้นเหตุคือ โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาฎีกา ที่มีการบ่มเพาะ มีการสอน เรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ดูแลการเรียนการสอน ต้องลงมาช่วยด้วย ทุกส่วนต้องมาช่วยกัน ที่ผมพูดเมื่อวาน ผมหมายถึงแบบนั้น”
นั่นคือคำชี้แจงต่อกรณีไป พาดพิงถึง พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ก่อนหน้านั้นว่า “การแก้ไขปัญหาเริ่มมา 20 กว่าปีแล้ว ไปถามท่าน ส.ส.ทวี ว่าท่านอยู่มากี่ปีแล้ว เป็นทั้งเลขาฯ ศอ.บต. อธิบดีดีเอสไอ รวมถึงเป็นรัฐมนตรีด้วย ท่านยังแก้ไม่จบเลย ปัญหามีต่อเนื่อง”
ประโยค 1-2-3 ของ พล.ท. นรธิป เหมือนสาดน้ำมันเข้ากองเพลิงครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า นี่คือผลของการเอานายทหารที่ไม่ได้เติบโตมาในพื้นที่ เข้าไปเป็นแม่ทัพในพื้นที่สุ่มเสี่ยงและมีลักษณะเฉพาะ เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งถูกนำไปขยายความจนเกิดความกังวลว่า อาจกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งในพื้นที่ขึ้นอีกได้
ทั้งนี้ พล.ท. นรธิป ได้รับการ แต่งตั้งข้ามภาค จากรองแม่ทัพภาคที่ 2 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงใต้มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อเดือนตุลาคม 2568
"แม่ทัพยูร" พล.ท. นรธิป โพยนอก เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 (ตท.26) หรือ จปร.37 รุ่นเดียวกับ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เติบโตมาจากสายงาน "ยุทธการ" มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชายแดนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2
อดีตเคยเป็นนายทหารคนสนิท (ทส.) ของ พล.อ. สนั่น มะเริงสิทธิ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และต่อมายังเป็น ทส. ของ พล.ท. วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 อีกท่านหนึ่งด้วย
พล.ท. นรธิป เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 (ผบ.พล.ร.3) และผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ดูแลความมั่นคงชายแดนไทย-ลาว ในเขตอีสานตอนบน (ช่วงปี 2565-2567) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็น "พลโท" ในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดทางให้ พล.ต. วีระยุทธ์ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 อีกคนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 และขยับ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้นไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ทั้งที่พล.ท.ไพศาล ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เพียงปีเดียว
ท่ามกลาง "แรงเสียดทาน" อย่างสูงหลังรับตำแหน่งได้เพียงครึ่งปี จึงเป็นที่จับตาว่า พล.ท. นรธิป ซึ่งมีอายุราชการถึงเดือนตุลาคม 2570 จะดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้จนเกษียณอายุราชการหรือไม่
- ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี