Logo วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
พ.ต.อ.ทวี เปิดข้อมูล ค่าไฟทิพย์ 1.09 ล้านล้านบาท จี้รัฐแก้โครงสร้างพลังงานเพื่อประชาชน

พ.ต.อ.ทวี เปิดข้อมูล ค่าไฟทิพย์ 1.09 ล้านล้านบาท จี้รัฐแก้โครงสร้างพลังงานเพื่อประชาชน

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.04 น.
Tag : ค่าไฟทิพย์ โครงสร้างพลังงาน พ.ต.อ.ทวีสอดส่อง
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

20 เมษายน 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสจ์เฟซบุ๊ก Tawee Sodsong - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แสดงความคิดเห็นถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาโครงสร้างพลังงาน หลังพบคนไทยต้องแบกรับภาระ ค่าไฟทิพย์ สูงถึง 1.09 ล้านล้านบาท ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่า

“ค่าไฟทิพย์” ราว 1.09 ล้านล้านบาท รัฐต้องเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน


ไฟฟ้าคือสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และเป็น “หน้าที่ของรัฐ” ตามรัฐธรรมนูญที่ระบุชัดเจนว่า รัฐต้องเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด และการให้บริการนั้นต้องไม่เป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร

นโยบายและการบริหารพลังงานไฟฟ้า รัฐมีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จำนวน 19 คน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อีก 7 คน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากการเสนอของคณะรัฐมนตรี แต่ภาพที่ปรากฏคณะกรรมการทั้ง 2 องค์กร ถูกตั้งคำถามว่า “ปล่อยเกียร์ว่าง” จนทำให้คนไทยต้องแบกรับภาระราคาไฟฟ้าแพงโดยไม่เป็นธรรม แม้เรื่องไฟฟ้ามีความซับซ้อนทางเทคนิคสูง การบริหารจัดการระบบกำลังสำรองและโครงสร้างค่าไฟฟ้า ไม่สามารถคิดแบบบวกลบคูณหารทั่วไปได้ แต่ต้องใช้คณิตศาสตร์เชิงซ้อนและโมเดลทางวิศวกรรมเข้ามาพิจารณาด้วย

นโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาว่า “…ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนและหน่วยงานของรัฐ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะ…” นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว แต่ความจริงในอดีตของไทย พลังงานสะอาดกลับกลายเป็น ”ฝันร้าย”ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างกำไรให้โรงไฟฟ้าเอกชน ผ่านกับดัก “ค่าใช้จ่ายทิพย์” ที่ดึงเงินจากกระเป๋าประชาชนไปหล่อเลี้ยงกลุ่มทุนผ่าน 2 กลไกหลัก คือ

1. กับดักราคารับซื้อ (Adder และ FiT)
​Adder คือ ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า เป็นระบบสนับสนุนยุคแรกของไทย โดยรัฐจะจ่าย "เงินเพิ่ม" เข้าไปจากราคาค่าไฟฟ้าฐาน เช่น ถ้าค่าไฟฐานคือ 3 บาท และมี Adder ให้ 8 บาท ผู้ผลิตจะได้เงินรวม 11 บาท/หน่วย ระบบนี้จูงใจสูงมากแต่ควบคุมต้นทุนยากเพราะจ่ายคงที่ตามหน่วยที่ผลิตได้

​FiT (Feed-in Tariff) เป็นระบบที่มาแทน Adder โดยกำหนดราคารับซื้อ "คงที่" ตลอดอายุสัญญา (เช่น 5.60 บาท/หน่วย) ทำให้ภาครัฐคำนวณต้นทุนในอนาคตได้แม่นยำกว่า

ค่า ​FiTa (FiT Transition/Adjustment) หมายถึง ส่วนต่างของราคารับซื้อแบบ FiT ที่สูงกว่าราคาขายส่งไฟฟ้า (Wholesale Price) ซึ่งส่วนต่างนี้เองที่จะถูกนำไปเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าผ่าน ค่า Ft ในบิลค่าไฟทุกเดือน โดยที่ประชาชนเจ้าของเงินไม่เคยถูกขอความเห็นชอบ

2. โครงสร้างผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (SPP และ VSPP)
​SPP (Small Power Producer) ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (10 - 90 เมกะวัตต์) มักเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในนิคมอุตสาหกรรม หรือโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่

​VSPP (Very Small Power Producer) ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (ต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์) ส่วนใหญ่เป็น Solar Rooftop, ฟาร์มโซลาร์ขนาดเล็ก หรือก๊าซชีวภาพในฟาร์มปศุสัตว์

เบื้องหลังยอดเงินกว่า 1.09 ล้านล้านบาท ที่คนไทยต้องจ่าย

จากภาพสีม่วง และภาพสีเขียว ภาพนี้ มุ่งเน้นไปที่ ผลกระทบรวมจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (SPP และ VSPP) ครอบคลุมช่วงเวลายาวกว่า (ปี 2538 – 2568) โดยแยกประเภทตามลักษณะสัญญา คงที่ หรือ Firm คือมีการการันตีปริมาณไฟฟ้าที่จะส่งเข้าระบบตามช่วงเวลาที่กำหนดแน่นอน ส่วนนี้สะท้อนถึงต้นทุนด้าน "ความมั่นคง" ที่รัฐต้องจ่ายเพื่อให้มีโรงไฟฟ้าสแตนด์บายพร้อมจ่ายไฟตลอดเวลา กับโรงไฟฟ้าไม่คงที่หรือ Non-Firm, โรงไฟฟ้ากึ่งคงที่หรือ Partial-Firm และโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก หรือ VSPP ส่วนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม พลังงานหมุนเวียน ที่การจ่ายไฟไม่สม่ำเสมอ (เช่น แดดหมด ลมไม่มี) และผู้ผลิตรายเล็กมาก ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงต้นทุนในการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาพรวม ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานหมุนเวียนอย่างเดียว

กลุ่มสัญญา Firm (สีม่วง) เป็นการอุดหนุนให้เอกชนโรงไฟฟ้าประมาณ 445,069 ล้านบาทเศษ คือ “ค่าความพร้อมจ่าย” หรือเงินที่จ่ายจ้างให้โรงไฟฟ้าสแตนด์บายรอ แม้ไม่ได้เดินเครื่องผลิตเลยก็ตาม เป็นการโอนความเสี่ยงธุรกิจจากนายทุนมาไว้ที่ประชาชน (นี่ยังไม่รวมค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ IPP)

กลุ่มสัญญา Non-Firm ,Partial-Firm และ VSPP (สีเขียว) เป็นการอุดหนุนให้เอกชนโรงไฟฟ้าประมาณ 648,148 ล้านบาทเศษ สะท้อนถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาดที่ขาดการวางแผนสมดุลต้นทุน ​ขยายตัวอย่างมากในช่วงหลัง (ปี 2555 เป็นต้นไป) สะท้อนถึงนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้มูลค่ารวมพุ่งสูงขึ้น ทำให้ประชาชนแบกรับภาระชดเชยส่วนต่างนี้มาตลอด 30 ปี
ภาพที่เสนอกำลังบอกเราว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาดและความมั่นคงของระบบไฟฟ้ามี "ราคา" ที่ต้องจ่าย ซึ่งตัวเลขรวมกว่า 1.09 ล้านล้านบาท คือภาระที่ระบบไฟฟ้า และผู้บริโภค แบกรับมาตลอด 30 ปีที่ผ่านมาที่ดูดจากประชาชนไปโดยรัฐไม่ขอความเห็นจากประชาชนเจ้าของเงินไปให้กับนักลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมด ทั้ง SPP, VSPP เฉพาะในปี 2567 ปีเดียว ภาระส่วนนี้พุ่งสูงถึงประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ที่มีทั้งฟอสซิล และพลังงานทดแทน เป็นเงินที่สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับเอกชนโรงไฟฟ้าที่ยังไม่รวมผลประโยชน์ตอบแทนจากการเอาไปซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
เรื่องสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐ พบว่า

ส่วนหนึ่งของ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2566 การสร้างสมดุลระหว่าง "ความมั่นคงทางพลังงาน" กับ "ภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน" โดยมีคำแนะนำว่า

“…รัฐโดย กพช. และ กกพ. ต้องดำเนินการกำหนดกรอบหรือเพดานของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศ และกำหนดปริมาณไฟฟ้าสำรองอันเกี่ยวกับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนอันส่งผลต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชน ให้สอดคล้องและใกล้เคียงกับความเป็นจริงตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศในแต่ละช่วงเวลา หากกำหนดกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงเกินสมควร และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะ อาจถูกดำเนินการโดยองค์กรอื่นหรือศาลอื่นได้"
ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุด ที่พบว่า ความเดือดร้อนของประชาชนค่าครองชีพสูงค่าไฟฟ้าแพง น้ำมันแพง รายได้ไม่พอรายจ่าย เป็นปัญหาของประชาชนสูงสุดเป็นอันดับแรก เรียกว่าถึงขั้น ‘กำหนดกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงเกินสมควร และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะ’ แล้ว ในขณะที่นายทุนพลังงาน“รวยจนทนไม่ไหวแล้ว” ดังนั้นรัฐบาล โดย กพช. และ กกพ. ต้องแก้ไขโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ “ค่าไฟทิพย์” ทับถมคนไทยจนโงหัวไม่ขึ้นอีกต่อไปครับ

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง
หัวหน้าพรรคประชาชาติ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

'พ่อเอ-ลูกแป้ง' ตะลุยบางเจ้าฉ่า เปิดโลกจักสานไม้ไผ่ไทยโกอินเตอร์

'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'ชวนย้อนความทรงจำวัยเด็ก จัดเต็มเพลง 'สบายดีหรือเปล่า” ของวง'XYZ'

ปังไม่หยุด'ออกแบบ ชุติมณฑน์'โกอินเตอร์ขึ้นแท่นนางเอกซีรีส์ฟอร์มยักษ์ไต้หวัน

'ครูมิ้งค์–เพ็ญจันทร์ ' เปิดเส้นทางผู้สร้างหนังสายศรัทธา ในรายการ 'ชีวิตต้องวิน'ทาง MVTV

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved