วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามอบหมายให้นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมพิจารณาข้อเท็จจริงกรณีมีการปรับพื้นที่บนที่ดินติดป้อมเมืองสงขลาเก่าหมายเลข 9 อ.สิงหนครจังหวัดสงขลาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร โดยมีตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมรับฟัง
นายดุสิต ทุมมากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปให้ทำการรื้อย้ายบ้านทรงไทย รวมถึงประติมากรรมวัวชนออกไปจากพื้นที่ และทำการฟื้นฟูปรับให้เป็นพื้นที่สีเขียวเช่นเดิม ส่วนพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในเขตโบราณสถาน เอกชนสามารถดำเนินการพัฒนาตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งทางด้านเอกชนที่เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งบ้านทรงไทยและประติมากรรมวัวชนยินยอมปฏิบัติตาม เนื่องจากมีเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่

นอกจากนี้ในเรื่องของมาตรการป้องกัน ได้ย้ำให้ประชาชนที่ครอบครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินแต่อยู่ในเขตโบราณสถานทราบว่า ก่อนที่จะดำเนินการใดๆจะต้องแจ้งให้ทางกรมศิลปากรรับทราบ เพื่อให้มีการพัฒนาให้สอดรับกับโบราณสถาน และเพื่อไม่ให้มีการถูกดำเนินคดีในอนาคต
นายดุสิต กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีตามความผิดตามมาตรา 10 พรบ.โบราณสถานฯนั้นพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร จังหวัดสงขลายืนยันว่าได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนไม่ได้มีการยกเว้นหรือละเลยแต่อย่างใด
นายดุสิต กล่าวอีกว่า นอกจากการดำเนินคดีความผิดตาม พรบ.โบราณสถานฯแล้วจากการตรวจสอบของกรมธนารักษ์พบว่าโฉนดที่ดินบางส่วนของเอกชนรายนี้ยังตั้งอยู่ในที่ดินราชพัสดุตามที่กรมธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนเอาไว้จึงเตรียมจะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับเอกชนรายดังกล่าวด้วย

นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสงขลา ได้ให้ข้อมูลว่า ในทางกฎหมาย ทางด้านเอกชนยังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามเอกสารสิทธิ์โดยสมบูรณ์ แต่จะถูกจำกัดสิทธิ์บางประการในการใช้ประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรควบคู่กันไป ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในระยะยาว จึงเสนอให้กรมที่ดินระบุข้อความสลักหลังโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ให้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์
ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสงขลา ยังเสนอแนะให้หน่วยงานท้องถิ่นและกรมศิลปากรเพิ่มความเข้มงวดในการแจ้งเงื่อนไขและแนวเขตโบราณสถานให้เจ้าของที่ดินรับทราบก่อนอนุญาตให้ดำเนินการใด ๆ เพื่อลดผลกระทบจากการบุกรุกโบราณสถานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วย
ด้าน นายบรรจง นะแส ตัวแทนเครือข่ายประชาชน เปิดเผยว่า ทางเครือข่ายให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการทำงานอีก 2 สัปดาห์ ถ้ายังไม่มีความคืบหน้า จะมีการนำพวงหรีดไปมอบให้เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี