วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
14 พฤษภาคม 'วันอนุรักษ์ควายไทย' รำลึกคุณสัตว์คู่กสิกรรม
หากย้อนไปในอดีตภาพของควายหรือกาสรที่กำลังลากไถอยู่กลางท้องนา คือภาพจำที่เป็นสัญลักษณ์ของเกษตรกรรมไทย ควายไม่เพียงแต่เป็นสัตว์แรงงาน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวและวิถีชีวิตชาวนาไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อให้คนรุ่นหลังตระหนักถึงคุณค่านี้ รัฐบาลจึงได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคมของทุกปี เป็น "วันอนุรักษ์ควายไทย"
1. จุดเริ่มต้นและประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นของวันสำคัญนี้ มีความเกี่ยวเนื่องอย่างลึกซึ้งกับพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 พระองค์ได้มีพระราชกระแสรับสั่งถึงหลักการดำเนินงานของ "โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ" เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง โดยการยืมไปใช้เพื่อการผลิตและส่งคืนลูกตามเงื่อนไขที่กำหนด
ต่อมา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ให้วันที่ 14 พฤษภาคมของทุกปีเป็น "วันอนุรักษ์ควายไทย" เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ควายไทยไม่ให้สูญพันธุ์
2. ทำไมเราต้องมี "วันอนุรักษ์ควายไทย"?
สถานการณ์ของควายไทยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลักดังนี้:
การแทนที่ด้วยเครื่องจักร : การเข้ามาของ "ควายเหล็ก" หรือรถไถนาเดินตาม ทำให้บทบาทของควายในฐานะสัตว์แรงงานลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว
จำนวนประชากรที่ลดลง : จากข้อมูลสถิติ พบว่าจำนวนควายในประเทศไทยเคยมีมากกว่า 5-6 ล้านตัวในอดีต แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงประมาณ 1 ล้านตัวเศษเท่านั้น
พื้นที่เลี้ยงลดลง : การขยายตัวของสังคมเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรมทำให้ทุ่งหญ้าเลี้ยงควายลดน้อยลง
3. ควายไทย: มากกว่าแค่สัตว์นำไถ
ควายไทย (Thai Swamp Buffalo) มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากควายแม่น้ำ (River Buffalo) ในแถบอินเดีย คือมีเขากางออกเป็นวงกว้าง ผิวหนังสีดำหรือเทาเข้ม ชอบนอนแช่ปลักเพื่อระบายความร้อน โดยควายมีบทบาทสำคัญในหลายมิติ:
มิติกสิกรรม : ให้แรงงานในการลากไถ ขนส่งสินค้า และมูลของควายยังเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชั้นยอดสำหรับบำรุงดิน
มิติวัฒนธรรม : ปรากฏอยู่ในประเพณีต่าง ๆ เช่น การวิ่งควาย จ.ชลบุรี หรือพิธีกรรมความเชื่อในท้องถิ่น
มิติเศรษฐกิจใหม่ : ปัจจุบันมีการพัฒนา "ควายไทยสวยงาม" ซึ่งมีลักษณะพันธุกรรมที่ดีเยี่ยม ตัวใหญ่ สง่างาม จนกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าซื้อขายตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท
4. แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาในปัจจุบัน
กรมปศุสัตว์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางแนวทางไว้ดังนี้
การปรับปรุงพันธุ์ : การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีเพื่อขยายพันธุ์และกระจายสู่เกษตรกร
การส่งเสริมการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ : สนับสนุนให้การเลี้ยงควายเป็นการสร้างรายได้ ทั้งจากเนื้อ นม และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
การสร้างเครือข่ายผู้เลี้ยง : เกิดกลุ่มอนุรักษ์ควายไทยในจังหวัดต่างๆ เช่น อุทัยธานี สุพรรณบุรี และมหาสารคาม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
ฉะนั้น "วันอนุรักษ์ควายไทย" จึงไม่ใช่เพียงวันหยุดหรือวันเฉลิมฉลองทั่วไป แต่เป็นวันที่ย้ำเตือนให้เรามองเห็น "ความซื่อสัตย์และความอดทน" ของสัตว์ที่ร่วมสร้างชาติไทยมาพร้อมกับบรรพบุรุษ การสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงควายและการส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ควายไทยยังคงอยู่คู่กับท้องนาและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณข้อมูลเเละรูปภาพจาก กรมประชาสัมพันธ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี