วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ยื้อชีวิตเต่าตนุสัตหีบ! ศอภต.ทร.เร่งช่วย ‘เต่าตนุ’ เกยตื้นหาดนางรอง สำลักทรายกลืนเบ็ดฝังในลำคอ เผยสถิติปี 69 สัตว์ทะเลหายากวิกฤต กู้ชีพ-กู้ซากแล้วร่วม 19 ตัว
วันที่ 23 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ (ศอภต.ทร.) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นาวาเอกขวัญเมือง คเรศตรี ผู้บังคับการศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ได้เปิดเผยถึงปฏิบัติการยื้อชีวิตสัตว์ทะเลหายาก หลังได้รับแจ้งเหตุพบเต่าทะเลเกยตื้นมีชีวิต บริเวณชายหาดนางรอง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นจาก นาวาเอก รวมพล อินทร์ชุม รองผู้อำนวยการการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้ไปตรวจพบเต่าทะเลขนาดใหญ่นอนเกยตื้นในสภาพอ่อนแรงอยู่ริมชายหาดนางรอง จึงได้ประสานแจ้งมายังศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ เพื่อส่งชุดเคลื่อนที่เร็วและทีมสัตวแพทย์รุดเดินทางเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน
.jpg)
เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเดินทางไปถึง พบเป็น ‘เต่าตนุ’ (Green Sea Turtle) วัดขนาดความกว้างลำตัวได้ 75 เซนติเมตร ความยาวกระดอง 83 เซนติเมตร คาดอายุประมาณ 20 ปี อยู่ในสภาพอิดโรยและอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายนำตัวกลับมารักษาและอนุบาลต่อที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ทันที
.jpg)
นาวาเอกขวัญเมือง คเรศตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบและวินิจฉัยอาการโดยละเอียดของทีมสัตวแพทย์ พบว่าเต่าตนุตัวดังกล่าวมีอาการน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีการสำลักน้ำทะเลและเม็ดทรายเข้าไปอุดตันอยู่ภายในช่องปากเป็นจำนวนมาก อีกทั้งตามร่างกายภายนอกยังพบบาดแผลที่เกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรงหลายจุดบริเวณกระดองด้านบน
.jpg)
และที่น่าตกใจไปกว่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่นำเต่าตนุเข้าสู่กระบวนการฉายรังสีเอกซเรย์ (X-ray) ส่องภายในร่างกาย ผลปรากฏว่า พบเบ็ดตกปลาลึกลับฝังติดอยู่ภายในช่องปากลึกเข้าไปถึงโคนลำคอ เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบเปิดปฏิบัติการล้างทำความสะอาดจมูก ล้างลำคอเพื่อเอาทรายออก พร้อมทำการเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจเพาะเชื้อและตรวจค่าเคมีในเลือด (Blood Chemistry) นำมาวิเคราะห์ผล จากนั้นได้ทำการให้ยาปฏิชีวนะ รวมถึงสารน้ำสารอาหารเพื่อบำรุงและฟื้นฟูสภาพร่างกายอย่างใกล้ชิด ก่อนจะสามารถทำหัตถการนำเอาเบ็ดที่ติดค้างอยู่ภายในช่องปากออกมาได้สำเร็จ ซึ่งในขณะนี้เต่าตนุอยู่ในช่วงพักฟื้นและได้รับการดูแลอย่างดีจากสัตวแพทย์ หากสภาพร่างกายกลับแข็งแรงสมบูรณ์และผลเลือดปกติ ก็จะทำการปล่อยคืนสู่ท้องทะเลธรรมชาติต่อไป
.jpg)
ทั้งนี้ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ได้สรุปผลการดำเนินงานของชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้าช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เฉพาะในปีงบประมาณ 2569 นี้ พบว่ามีการออกปฏิบัติการช่วยเหลือแล้วรวมทั้งสิ้น 19 ครั้ง สามารถแบ่งสถานะได้ดังนี้ 1.กลุ่มเต่าทะเลมีชีวิต (ได้รับการช่วยเหลือ) จำนวน 6 ตัว (แบ่งเป็นเต่าตนุ 3 ตัว และเต่ากระ 3 ตัว) และ 2.กลุ่มเต่าทะเลเสียชีวิต (เก็บกู้ซาก) จำนวน 14 ตัว (แบ่งเป็นซากเต่าตนุ 6 ตัว และซากเต่ากระ 8 ตัว)
.jpg)
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันที่โรงพยาบาลเต่าทะเลภายในศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ยังคงมีเต่าตนุที่ได้รับบาดเจ็บและอยู่ในระหว่างขั้นตอนการบำบัดรักษาตัวของสัตวแพทย์อยู่อีกจำนวน 2 ตัว ซึ่งทางกองทัพเรือขอย้ำเจตนารมณ์ในการดำเนินงานตามแนวคิด ‘สนามบินและหน่วยงานที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม เพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน’ (Corporate Citizenship) พร้อมส่งเสริมกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์และการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างยั่งยืนสืบไป
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี