538.jpg
ล้างซวย แก้กรรม! 5 พิกัดมูเปิดดวงครึ่งปีหลัง

ล้างซวย แก้กรรม! 5 พิกัดมูเปิดดวงครึ่งปีหลัง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.16 น.

ก้าวเข้าสู่เดือนมิถุนายนซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านและรอยต่อของกลางปี หลายคนที่ต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้า หมดไฟ หรือพบเจออุปสรรคถาโถมมาตั้งแต่ต้นปี อาจกำลังมองหาวิธีรีเซ็ตชีวิตและเติมพลังใจให้พร้อมก้าวต่อไป การเดินสายมูเตลูเพื่อ "เปิดดวงครึ่งปีหลัง" จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเยียวยาจิตใจและเสริมความมั่นใจได้เป็นอย่างดี

วันนี้ แนวหน้าออนไลน์ จึงขอรวบรวม 5 พิกัดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่โดดเด่นในเรื่องการขอขมากรรม ล้างซวย และปัดเป่าอุปสรรค เพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณกลับมามีกำลังใจในการลุยงานและใช้ชีวิตในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างราบรื่นและมั่นคง


 

1. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ปลดล็อกชีวิต ถอนคำสาบานและกรรมเก่า

วัดสุทัศนเทพวรารามเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยประเพณีอันวิจิตรงดงามและเสาชิงช้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า ภายในพระวิหารประดิษฐาน "พระพุทธศรีศากยมุนี" ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งของชาวพระนคร สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของคนที่รู้สึกว่าชีวิตติดขัด ทำอะไรก็ไม่ขึ้น หรือสงสัยว่าตนเองอาจเคยไปบนบานศาลกล่าวแล้วลืมแก้ หรือมีกรรมเก่าที่คอยฉุดรั้งชีวิตไว้

วิธีมูและของถวาย

การมามูที่นี่จะเน้นไปที่การสวด "ขอขมากรรมและถอนคำสาบาน" โดยทางวัดจะมีจุดที่จัดเตรียมบทสวดและเครื่องสักการะไว้ให้ สิ่งที่ต้องเตรียมหรือสามารถร่วมทำบุญได้ที่วัดคือ ดอกบัว 5 ดอก ธูป 5 ดอก และเทียน 5 เล่ม พร้อมเงินใส่ตู้บริจาค เมื่อได้ชุดไหว้แล้ว ให้ไปนั่งสวดมนต์ขอขมากรรมต่อหน้าพระพุทธรูปหรือพระบรมรูปของรัชกาลที่ 8 โดยตั้งจิตให้นิ่งและอ่านบทสวดด้วยความตั้งใจ เพื่อเป็นการชำระล้างจิตใจและขออโหสิกรรมต่อสิ่งที่เคยล่วงเกิน ทั้งที่จำได้และจำไม่ได้ ให้ชีวิตครึ่งปีหลังโปร่งโล่งและไร้อุปสรรค

 

2. ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เสริมฐานรากชีวิตให้มั่นคง ลงหลักปักฐาน

ศาลหลักเมืองถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็น "หลักชัย" ของบ้านเมือง ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองและเทพารักษ์ทั้ง 5 ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลอง ด้วยความที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง การมาสักการะที่นี่จึงเชื่อกันว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับชีวิต ช่วยให้หน้าที่การงานมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ไม่โอนเอนไปตามพายุอุปสรรค

วิธีมูและของถวาย

จุดไหว้ที่ศาลหลักเมืองจะแบ่งเป็นลำดับขั้นตอนอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่การไหว้หอพระพุทธรูป ไหว้องค์หลักเมืองจำลอง ไหว้องค์หลักเมืององค์จริง และจบที่การไหว้เทพารักษ์ทั้ง 5 ของถวายยอดนิยมคือ พวงมาลัยดาวเรือง ธูป เทียน ทองคำเปลว และผ้าแพร 3 สีสำหรับผูกองค์หลักเมืองจำลอง นอกจากนี้ยังนิยมเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และต่อชะตาชีวิตให้สว่างไสว รุ่งโรจน์ตลอดทั้งปี

 

3. วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ปัดเป่าพลังงานลบ ปรับสมดุลชะตาชีวิต

วัดมังกรกมลาวาส หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "วัดเล่งเน่ยยี่" เป็นวัดพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในย่านเยาวราช สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีน วัดแห่งนี้ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องของการแก้ปีชงและการฝากดวงชะตา แม้ว่าคุณจะไม่ได้เกิดในนักษัตรที่ชงในปีนี้ แต่การมาไหว้ขอพรในช่วงกลางปีก็ถือเป็นการปัดเป่าสิ่งอัปมงคลและพลังงานลบที่สะสมมา ช่วยปรับสมดุลให้ดวงชะตากลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

วิธีมูและของถวาย

การมูที่วัดเล่งเน่ยยี่จะเน้นไปที่การกราบไหว้ "เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย" ซึ่งเป็นเทพผู้คุ้มครองดวงชะตา ของถวายสามารถซื้อเป็นชุดไหว้หรือชุดสะเดาะเคราะห์จากทางวัดได้เลย ซึ่งภายในชุดจะประกอบด้วย กระดาษเงินกระดาษทอง เทียนแดง และเทียบแดงสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด จากนั้นให้นำชุดไหว้ไปปัดที่ตัวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเพื่อปัดเป่าเคราะห์ร้าย และนำกระดาษไปฝากไว้ที่จุดรับฝาก เพื่อให้ทางวัดนำไปประกอบพิธีสวดมนต์คุ้มครองดวงชะตาต่อไป นอกจากนี้ยังนิยมถวายส้มมงคล 4 ผลเพื่อเสริมความโชคดีด้วย

 

4. ศาลท้าวมหาพรหม เอราวัณ ขอพรครอบจักรวาล เร่งความสำเร็จโปรเจกต์ใหญ่

ศาลท้าวมหาพรหมตั้งอยู่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2499 ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เพื่อปัดเป่าอุปสรรคและอาถรรพ์ระหว่างการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ ปัจจุบันที่แห่งนี้ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กสายมูระดับโลกที่มีผู้คนหลั่งไหลมาขอพรอย่างไม่ขาดสาย ท้าวมหาพรหมถือเป็นเทพเจ้าผู้สร้างโลกและลิขิตชะตาชีวิต การมาขอพรที่นี่จึงครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการงาน การเงิน ความรัก หรือสุขภาพ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการแรงผลักดันพิเศษเพื่อปิดจบโปรเจกต์สำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง

วิธีมูและของถวาย

ท้าวมหาพรหมมีทั้งหมด 4 พักตร์ การขอพรให้ได้ผลดีที่สุดคือต้องไหว้ให้ครบทุกพักตร์ โดยเริ่มจากพักตร์ที่ 1 (หันหน้าออกถนน) ซึ่งเน้นเรื่องการงานและการเรียน จากนั้นเดินวนตามเข็มนาฬิกาไปยังพักตร์ที่ 2 (การเงินและอสังหาริมทรัพย์) พักตร์ที่ 3 (สุขภาพ ครอบครัว และคู่ครอง) และพักตร์ที่ 4 (โชคลาภและการเสี่ยงดวง) ของถวายหลักๆ คือ พวงมาลัยดอกดาวเรือง ธูป และเทียน ซึ่งมีจำหน่ายที่จุดบริการภายในศาล หากสิ่งที่ขอสัมฤทธิ์ผล ผู้คนนิยมกลับมาแก้บนด้วยการถวายช้างไม้แกะสลัก หรือจ้างคณะนางรำที่ประจำอยู่บริเวณนั้นเพื่อรำถวาย

 

5. วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) เติมแพสชัน ปลุกพลังแห่งความสำเร็จ

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขก สีลม เป็นเทวสถานฮินดูที่เก่าแก่และงดงามที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นโดยชาวอินเดียใต้ในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประดิษฐานของพระแม่อุมาเทวี พระพิฆเนศ และเทพเจ้าฮินดูองค์สำคัญต่างๆ พระแม่อุมาเทวีทรงเป็นมารดาแห่งจักรวาลที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ บารมี และความเมตตา การมาสักการะที่วัดแขกในช่วงกลางปีจึงเปรียบเสมือนการมารับพลังงานบวก เติมไฟและแพสชันที่กำลังมอดลง ให้กลับมามีเรี่ยวแรงและกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิต

วิธีมูและของถวาย

เมื่อเดินทางมาถึง สามารถซื้อชุดถวาย (พานผลไม้และดอกไม้) ที่จัดเตรียมไว้ด้านหน้าวัดได้เลย สิ่งที่ต้องระวังคือ ห้ามนำเนื้อสัตว์และของคาวทุกชนิดเข้าบริเวณเทวสถานโดยเด็ดขาด ของถวายที่เหมาะสมคือ ผลไม้ (เช่น กล้วย มะพร้าว) ดอกไม้สีสันสดใส (ดาวเรือง กล้วยไม้ กุหลาบ) นม และน้ำเปล่า เมื่อเข้าไปด้านในให้นำพานไปถวายแก่พราหมณ์ผู้ทำพิธี ซึ่งพราหมณ์จะนำของไปถวายองค์เทพและนำกลับมามอบให้เราส่วนหนึ่งพร้อมกับเจิมหน้าผาก (แต้มจุดสีแดง) เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีรับพลังแห่งความสำเร็จกลับบ้าน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top