โซเชียลมีเดียรุมถล่มคนขับรถแอปชื่อดัง ก่อเหตุทิ้งผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นกลางแยกอโศก ก่อนลงมากระหน่ำชกจนได้รับบาดเจ็บ เหตุไม่พอใจค่าโดยสารที่รับจากระบบ ขณะที่สังคมแห่ถามหาความรับผิดชอบ
1 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดกระแสไวรัลในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกรณีคนขับรถรับจ้างจากแอปพลิเคชั่นชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อเหตุทำร้ายผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นจนได้รับบาดเจ็บ
โดยเหตุดังกล่าว ถูกเผยแพร่ผ่าน Facebook ชื่อ Hiroyuki Fukuda เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยโพสต์ภาพและข้อความอ้างว่า มีชายชาวญี่ปุ่นถูกคนขับรถที่เรียกมาจากแอปพลิเคชันแห่งหนึ่งทำร้ายร่างกาย พร้อมกับโพสต์เล่าเหตุการณ์เป็นทั้งภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น และอังกฤษ ระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค.โดยชายชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี ถูกคนขับรถชาวไทยอายุประมาณ 20 - 30 ปี ทำร้ายร่างกาย เนื่องจากไม่พอใจค่าโดยสารที่ตัวเองได้รับจากระบบ จึงพยายามกดดันให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อนถึงจุดหมายปลายทาง ก่อนมีปากเสียงกัน แล้ววิ่งตามมาทำร้ายร่างกายด้วยการกระหน่ำชกจนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ เมื่อมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยกันห้าม และติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คนขับรายดังกล่าวก็รีบขับรถหนีไป
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อเรียกคนขับบรถเข้ามาให้ปากคำที่สถานีตำรวจ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ ขณะเดียวที่บริษัทเจ้าของแอปพลิเคชันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ก็ยังไม่มีการติดต่อเพื่อให้การช่วยเหลือหรือเยียวยาผู้เสียหายแต่อย่างใด
โดยภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ข้อความดังกล่าวก็ถูกนำไปแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียของชุมชนและร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ก่อนถูกนำออกเผยแพร่จนกระจายเป็นไวรัลในกลุ่มคนผู้ใช้งานแอปพลิเคชันเรียกรถรับจ้างของคนไทย
ขณะที่เพจ "สมาคมรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภูเก็ต" ก็ได้มีการแชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมกับเสนอมุมมองว่า "ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากระบบการจัดการและการตลาดที่ไม่รับผิดชอบของผู้ให้บริการ โดยเฉพาะความพยายามสร้างการแข่งขันด้านราคากันเอง ทำให้คนขับรถต้องบริการด้วยความเครียดที่ราคาต่ำ ไม่เต็มใจให้บริการ"
"การมีรถผิดกฎหมายอยู่ในระบบค่อนข้างมากก็เป็นสาเหตุสำคัญ ถ้าเอาพวกรถผิดกฎหมายออกไป อาจจะทำให้จำนวนรถลดน้อยลง แต่ราคาก็ไม่ต้องแข่งกัน แต่นี่ผู้ให้บริการกลับเห็นแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่เห็นถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร จึงเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น"
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือน เม.ย.69 ก็เพิ่งเกิดเหตุคนขับรถจักรยานยนต์ของแอปพลิเคชันชื่อดัง ก่อเหตุล่วงละเมิดผู้โดยสารซึ่งเป็นนักเรียนหญิงวัย 14 ปี จนต้องตัดสินใจกระโดดหนีจากรถและได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อตรวจสอบก็พบว่า คนขับรถสวมไอดีของพ่อออกมาให้บริการ และไม่มีใบขับขี่สาธารณะ แต่แอปกลับปล่อยให้หลุดเข้ามาให้บริการในแพลตฟอร์มได้
โดยเหตุการณ์คราวนั้น ส่งผลให้ 4 หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ต้องออกมาเคลื่อนไหวและประกาศจะยกระดับมาตรการควบคุมแพลตฟอร์มเรียกรถรายนี้อย่างเข้มงวด แต่พอเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย ปรากฏว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวก็ยังไงรับการผ่อนปรนให้บริการได้ต่อ แม้จะอยู่ในช่วงการพิจารณาต่อใบอนุญาตก็ตาม
"กรมการขนส่งทางบก จะบอกว่ากำหนดระยะเวลา 1 เดือน เพื่อให้เวลาเอกชนรายนี้ไปดำเนินการปรับปรุงเพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และสามารถบริหารจัดการคนขับในระบบให้ปฏิบัติตามกฎหมายได้จริง แต่กลับไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะเรื่องความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายอยากเห็นความโปร่งใส เพื่อให้บริการแอปเรียกรถได้รับความเชื่อมั่นจากผู้โดยสาร ซึ่งในมุมของแอปเรียกรถ และคนขับ/ไรเดอร์รถแอป ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็จะได้รับผลดีจากความเชื่อมั่นในเรื่องการใช้บริการได้อย่างปลอดภัยจากผู้โดยสารด้วย" แหล่งข่าวกล่าว
ทั้งนี้ สถิติจาก ขบ.เกี่ยวกับตัวเลขการร้องเรียนรถแอป พบว่า ความผิดที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม 9 บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา พบว่า การร้องเรียน 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,193 ข้อร้องเรียน จากทั้งหมดราว 6,000 กว่าคดี เป็นการร้องเรียนแอปพลิเคชันเพียงเจ้าเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาการฝ่าฝืนกฎระเบียบยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี