จากชีวิตตัวประกอบบนเส้นทางสายการแสดง สู่การเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในระดับประเทศ และบทบาทที่ตกเป็นข่าวครึกโครมในคดีฉ้อโกงประชาชน เส้นทางชีวิตของ นที ธีระโรจนพงษ์ หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ เกย์นที คือเรื่องราวที่มีทั้งความรุ่งโรจน์ การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม และจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เขาต้องหายไปจากโลกภายนอกนานกว่าหนึ่งทศวรรษ
ท่ามกลางกระแสสังคมที่เคยจับตามองการได้รับพระราชทานอภัยโทษของบุคคลสำคัญในวาระก่อนหน้านี้ มาถึงล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 ประเทศไทยได้มีวาระอภิลักขิตกาลสำคัญ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่เข้าหลักเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกา โดยหนึ่งในผู้ที่ได้รับโอกาสคืนสู่อิสรภาพในวาระนี้คือ นายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือ เกย์นที ที่ได้ก้าวพ้นจากเรือนจำในวัย 70 ปี หลังจากต้องโทษมานานกว่า 10 ปี

และในวันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเส้นทางชีวิตของเขาที่เต็มไปด้วยบทเรียนหลากหลายรสชาติ ทั้งความสำเร็จ ความสุข ความผิดหวัง และความเศร้า จากนักต่อสู้เพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ สู่บทเรียนราคาแพงในคุกหลวง และบทสรุปของละครชีวิตจริงที่ฉากสุดท้ายอาจยังไม่จบลงง่าย ๆ
นที ธีระโรจนพงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2499 ปัจจุบันอายุ 70 ปี ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวเชื้อสายจีน โดยเป็นบุตรคนสุดท้อง เขาผ่านการศึกษาจากโรงเรียนวัดทุ่งคอก และโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนทวีธาภิเศก กรุงเทพมหานคร ต่อมาเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาเทคนิคการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาฉายแววความมุ่งมั่นผ่านการวางแผนชีวิตและการทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างหนัก
.jpg)
หลังจบการศึกษาด้านเทคนิคการแพทย์และทำงานในสายงานดังกล่าวได้เพียง 5 ปี นที ธีระโรจนพงษ์ กลับเลือกก้าวเข้าสู่โลกของศิลปะและการเต้น โดยบินไปศึกษาต่อด้าน Jazz Dance ที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา และกลับมาสร้างกลุ่มคณะนักแสดงในชื่อ กลุ่มเส้นสีขาว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากละครบรอดเวย์ชื่อดังอย่าง A Chorus Line การทำงานศิลปะของเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบนเวที แต่ นที ธีระโรจนพงษ์ ยังนำศิลปะมาใช้เป็นเครื่องมือรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ โดยร่วมมือกับกลุ่มภราดรภาพยับยั้งโรคเอดส์แห่งประเทศไทย (F.A.C.T.) ในช่วงปี พ.ศ. 2531–2532 การทำงานของเขาได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเคยได้รับรางวัล Ashoka Fellow จากสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2523 และรางวัล Uthopia Award ในปี พ.ศ. 2543 ในฐานะเกย์ที่มีผลงานยอดเยี่ยมคนแรกของเอเชีย
ซึ่งในส่วนบทบาทฐานะของนักเคลื่อนไหว เกย์นที มีบทบาทที่โดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะการก่อตั้งและดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทยในปี พ.ศ. 2547 เขาเป็นผู้ที่กล้าออกมาเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียม โดยมีผลงานที่สร้างกระแสสังคมอย่างการยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อแก้ไขถ้อยคำที่ระบุว่ากลุ่มกะเทยมีอาการโรคจิตถาวรในการตรวจเลือกทหาร นอกจากนี้ เกย์นที ยังเป็นผู้เสนอแนวคิดเรื่อง กุลเกย์ เพื่อรณรงค์ให้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศมีบุคลิกภาพที่เรียบร้อยและมีภาพลักษณ์ที่ดีในสังคม ความมุ่งมั่นในการเรียกร้องสิทธิดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นผ่านเหตุการณ์ที่เขาเคยควงแขนคู่รักชายที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 20 ปี เดินทางไปยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสที่ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ แต่ เกย์นที ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิเสธโดยอ้างว่ากฎหมายระบุให้การแต่งงานต้องกระทำระหว่างชายและหญิงเท่านั้น
.jpg)
นที ธีระโรจนพงษ์ มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมล้านนาจนย้ายไปตั้งรกรากที่จังหวัดเชียงใหม่และศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเกิดขึ้นเมื่อเขาเข้าไปพัวพันกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ บ.ยูฟันฯ โดยเขาเป็นแม่ข่ายระดับสูงที่ทำหน้าที่บรรยายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเครือข่าย จนนำไปสู่การถูกออกหมายจับในปี พ.ศ. 2558 ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกเขาพร้อมพวก โดยมีกำหนดโทษรวมกันสูงถึง 12,000 ปี แต่ตามกฎหมายไทยมีเพดานการจำคุกสูงสุดไว้ไม่เกิน 20 ปี พร้อมสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่เหยื่อกว่า 2,000 ราย เป็นเงินรวมกว่า 356 ล้านบาท
และหลังจากต้องโทษในเรือนจำนานกว่า 10 ปี ล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 เขาก็ได้รับการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่ทำให้ผู้ต้องราชทัณฑ์หลายรายได้รับโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี การได้รับอิสรภาพในครั้งนี้ของ เกย์นที จึงเป็นที่จับตามองของสังคมไม่ต่างกัน ทำให้เขาสามารถก้าวออกมาจากเรือนจำเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัยเกือบ 70 ปี ซึ่งถือเป็นการปิดฉากบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของชายผู้เคยยืนอยู่บนสปอตไลท์ทั้งในฐานะนักแสดง นักเคลื่อนไหว และผู้ต้องราชทัณฑ์
.jpg)
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก สมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย, เฟซบุ๊ก เกย์นที ธีระโรจนพงษ์,
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี